ข่าว

จับกระแส..ธุรกิจเชื้อโรค

จับกระแส..ธุรกิจเชื้อโรค

04 พ.ค. 2552

หลังจาก "สิตี ฟาดิเลาะห์ สุปารี" รัฐมนตรีสาธารณสุขอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์จากกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 28 เมษายน ว่า "ไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009" ที่แพร่ระบาดไป 24 ประเทศ อาจเกิดจากฝีมือชาติตะวันตก ที่ต้องการให้เชื้อไวรัสกระจายไปทั่วโลก เพื่อให้บริษัทยาได้รับผล

แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ด้านตัดต่อพันธุกรรมกลุ่มหนึ่งยืนยันว่า การผลิตไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดใหม่ทรีอินวัน หรือผสมพันธุกรรมไวรัสของมนุษย์ สัตว์ปีก และหมูนั้น ด้วยเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมจากห้องทดลองชั้นดี สามารถสร้างไวรัสตัวใหม่ของโลกได้ภายใน 24 ชั่วโมง...เท่านั้น

 ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการตัดแต่งพันธุกรรม ที่เคยทำงานปฏิบัติการในห้องทดลองพันธุกรรมของสหรัฐให้ข้อมูลว่า เชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสชนิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน แบ่งวิธีการเกิดได้ 2 ประเภท คือ 1.จากการเชื่อมต่อพันธุกรรมในตัวเซลล์ของไวรัส หรือสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ 2.เกิดจากห้องทดลองโดยฝีมือมนุษย์

 พร้อมกันนี้เขายกตัวอย่างเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เอช 1 เอ็น 1 ที่กำลังสร้างความหวาดผวาไปทั่วโลกว่า แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และนักวิชาการส่วนใหญ่ เชื่อว่าเป็นโรคที่เกิดจากวิธีที่ 1 โดยมีการเชื่อมต่อของพันธุกรรมจากไวรัสในหมู รวมกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ในคน และไวรัสจากสัตว์ปีก ซึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน แต่มีการผสมพันธุกรรมระหว่างเซลล์ซึ่งกันและกัน จนพัฒนาเป็นเชื้อไวรัสตัวใหม่

 แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านตัดแต่งพันธุกรรมข้างต้น ยอมรับว่า ยังมีนักวิชาการกลุ่มอื่นๆ ที่ตั้งข้อสังเกตโดยอาศัยสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ ถึงความเป็นไปได้หรือไม่ที่เชื้อไวรัสตัวนี้ จะเกิดจากเทคโนโลยีการตัดแต่งเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมยีน (Genetically Modified Organisms) เหมือนที่ตัดแต่งในสัตว์ จนเกิดสัตว์พันธุ์ใหม่ ที่เรียกว่า "สัตว์ตัดต่อยีน" (Transgenic Animal) ถ้าเป็นพืชจะเรียกว่า "พืชจีเอ็มโอ" เนื่องจากความเป็นมาหรือต้นตอของสายพันธุ์โรคนี้จากเม็กซิโกเป็นเรื่องลึกลับมาก ไม่รู้ว่าติดต่อมาจากหมู หรือคน หรือสัตว์ปีก

 "ส่วนตัวยังเชื่อว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2009 เกิดจากการมิวเตชั่น หรือกลายพันธุ์ของเซลล์ตามธรรมชาติในร่างกายหมูหรือคน ซึ่งในอดีตเคยเกิดขึ้นบ่อย แต่หากมีการตั้งข้อสังเกตหรือตั้งข้อสมมติฐานว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่ไวรัสตัวใหม่เกิดจากห้องแล็บ โดยนำเชื้อไวรัส 3 ชนิดมาเพาะเชื้อ แล้วเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม หรือผสมข้ามเผ่าพันธุ์ จนกลายเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ออกมา คงต้องตอบว่าเป็นไปได้ เพราะเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมปัจจุบันมีการพัฒนามานานกว่า 30 ปีแล้ว เพียงแต่ต้องมีตัวดีเอ็นเอตั้งต้น หรือเชื้อไวรัสที่มีชีวิตจากกลุ่มที่ต้องการนำมาผสมกัน เช่น หมู สัตว์ปีก และคน ซึ่งหาได้ไม่ยาก ยิ่งถ้าเป็นองค์กรใหญ่ที่มีเงินทุนและมีห้องทดลองที่ทันสมัย สามารถผลิตได้ภายใน 1 วัน หรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง" ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

 ด้านนักวิจัยด้านชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยรายหนึ่ง มีความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ 5 วิธีในการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ คือ 1.เกิดจากไวรัสกลายพันธุ์หรือข้ามสายพันธุ์ตามธรรมชาติ 2.เชื้อเกิดหลุดรอดออกไปจากห้องทดลองด้านตัดแต่งพันธุกรรมไวรัส โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้ทดลองไม่ได้ตั้งใจ 3.เกิดจากนักวิทยาศาสต์ในห้องทดลองตั้งใจนำมาทดลองในมนุษย์ หลังจากทดลองในสัตว์ เช่น ลิงแล้วได้ผลดี จึงอยากข้ามขั้นมาทดลองในมนุษย์ แต่ไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ 4.เกิดจากห้องทดลองของทหาร ที่ต้องการผลิตอาวุธเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ และ 5.เกิดจากกลุ่มบริษัทยา ที่ต้องการปล่อยไวรัสเพื่อธุรกิจยารักษาไวรัสหรือวัคซีนป้องกันไวรัสตัวนี้

 "ประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจมากที่สุดคือ เป็นไวรัสข้ามสายพันธุ์ตามธรรมชาติ ถ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือเภสัชกรที่เคยทำงานกับบริษัทยาข้ามชาติรายใหญ่จะรู้ดีว่า ทุกครั้งที่เกิดโรคระบาดใหม่ๆ มีการสมยอม ซื้อขาย และแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างตัวแทนธุรกิจยากับกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละประเทศอย่างมหาศาล เช่น ไทยต้องสำรองยาต้านไวรัส ทั้งไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ 2009 หากองค์การเภสัชกรรมจะผลิตเองก็ต้องสั่งซื้อสารตั้งต้นมาจากบริษัทยาหรือบริษัทเคมีภัณฑ์กลุ่มนี้เท่านั้น ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่า เป็นโรคที่เกิดใหม่ตามธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนในอดีต หรือเกิดจากธุรกิจยาที่สร้างสถานการณ์ขึ้นมากันแน่ ส่วนเรื่องห้องทดลองอาวุธเชื้อโรคก็ตัดทิ้งไม่ได้ คนในวงการทดลองเชื้อโรคจะรู้ดีว่า ประเทศยักษ์ใหญ่มีการเก็บฐานข้อมูลเชื้อไวรัสและแบคทีเรียจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกไว้ โดยเฉพาะในห้องทดลองของทหาร" ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยากล่าว

 ส.พญ.ดร.ประวีณา กิติคุณ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสโรคสุกร หน่วยไวรัสวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสตัวนี้เพิ่มเติม ทำให้รู้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากไวรัสในสุกร 2 สายพันธุ์ ในมนุษย์ 1 สายพันธุ์ และจากนก 1 สายพันธุ์ คาดว่าตัว เอช 1 มาจากหมูในอเมริกาเหนือ

 "ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่จะมีการผสมสายพันธุ์ไวรัสจากคนไปหมู หรือหมูไปคน จนเกิดไวรัสไข้หวัดใหญ่ตัวใหม่ เพราะเคยเกิดในโลกแล้ว 5 ครั้ง ส่วนคำถามว่าสามารถผลิตเชื้อไวรัสเอช 1 เอ็น 1 ตัวนี้ในห้องทดลองได้หรือไม่ คำตอบคือทำได้ แต่ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านไวรัสและตัดแต่งพันธุกรรมรวม และต้องใช้ห้องทดลองขนาดใหญ่ที่ทันสมัย ที่ผ่านมามีการนำยีนของไวรัสในคนและในหมูมาตัดแต่งพันธุกรรม เพื่องานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่คงไม่มีใครคิดจะทำเป็นเชื้อโรคออกไปแพร่แน่นอน เพราะถือเป็นการผลิตอาวุธชีวภาพ มีความผิดตามกฎหมาย" ส.พญ.ดร.ประวีณา กล่าว