
ศปภ.มั่นใจ7-10วันถนนสายหลักใช้ได้
กรมชลประทาน-กทม.สรุปผลจัดการน้ำ ระบุฝั่งตะวันตกเอาน้ำออกท่าจีนได้ 130 ล้านลบ.ม. ศปภ.มั่นใจภายใน 7 - 10 วันนี้ ถนนสายหลักทยอยกลับมาใช้ได้ ด้านตะวันออกกทม.ด้านในตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิลงไปไม่มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง
13พ.ย.2554 ที่กระทรวงพลังงาน นายชลิต ดำรงค์ศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน นายณรงค์ เรืองศรี ผอ.สำนักการระบายน้ำ กทม.และ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา โฆษก ศปภ.และเลขานุกานคณะทำงานจัดการน้ำในพื้นที่วิกฤติ ของศปภ. ร่วมแถลงข่าวสรุปผลการจัดการในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
นายชลิต กล่าวว่า สถานการณ์น้ำตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ลงมาจะมีหลายพื้นที่ที่สถานการณ์ดีขึ้นตลอด โดยจ.นครสวรรค์ ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งแล้ว พื้นที่ด้านล่างหลายจุดน้ำก็ต่ำกว่าตลิ่งเช่นกัน โดยสถานการณ์น้ำจะลดเป็นลำดับไป ที่เหลือคงมีน้ำจากทุ่งไหลลงมาบางส่วน หลังจากนั้นจะเหลือน้ำที่ลุ่มซึ่งเราจะเข้าไปช่วยนำเครื่องสูบไปช่วยสูบน้ำออก
ส่วนน้ำฝั่งตะวันออกของกทม. ขณะนี้ระดับน้ำพื้นที่ด้านนอกน้ำก็ลดลงเรื่อยๆ เช่น ทุ่งนครหลวง เขตนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมฯ ไฮเทค อยุธยา เมื่อน้ำมาถึงคลองระพีพัฒน์แยกตก สถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ การบริหารจัดการน้ำจนถึงขณะนี้ฝั่งตะวันออกที่กรมชลประทานดูแลคือบริเวณนอกคันกั้นน้ำของ กทม.เราก็ดึงน้ำที่เข้ามาจากคลองระพีพัฒน์แยกตก เข้ามาสู่คลองรังสิต ก็บริหารจัดการด้วยการระบายน้ำส่วนหนึ่งออกแม่น้ำนครนายก หลังจากนั้นเมื่อต่ำลงมาที่น้ำมาถึงคลองหกวาสายล่างเราก็ดึงน้ำออกแม่น้ำนครนายกเช่นกัน ต่ำลงมาอีกก็จะมีคลองแสนแสบ คลองบางขนาก ที่จะผันสู่แม่น้ำบางปะกง ก็จะเหลืออีกส่วนจากการบริหารจัดการที่เป็นส่วนน้อยลงมาสู่คลองชายทะเลที่เรามีโรงสูบ ทำการสูบน้ำออกบริเวณชายทะเล โดยการบริหารจัดการนี้เราทำด้วยทางเลือกที่ดีที่สุด คือให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยมีผู้ไดรับผลกระทบน้อยที่สุด การที่เราเอาน้ำออกแม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง อาจมีผลกระทบกับราษฎรริมคลองบ้างแต่ขณะเดียวมีผลดีคือน้ำที่เหลือที่มาสู่พื้นที่ลาดกระบังที่เป็นที่ลุ่มต่ำไม่เกิดผลกระทบ ดังนั้นสถานการณ์พื้นที่นอกคันกั้นน้ำจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตามที่คณะกรรมการจัดการน้ำโดยนายกฯให้กระทรวงเกษตรฯ และกรมชลฯมาดูแลตั้งแต่วันที่ 28 - 29 ต.ค. ที่ผ่านมา มาตรการของกรมชลฯที่ดูแลรับผิดชอบ ผลในการปรับลดน้ำตามทุ่งต่างๆ เนื่องจากสถานการณ์เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ประตูน้ำพลเทพ ดีขึ้นเป็นลำดับจึงทำให้สถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนจุดที่เป็นจุดขาดตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอยู่ 17 จุดนั้น ขณะนี้ 13 จุดดูแลแล้ว เหลือจุดสุดท้ายที่เป็นแนวคันกั้นน้ำบริเวณบางบัวทองก็ได้จัดการเป็นส่วนใหญ่แล้ว คงเหลือช่องเล็กๆ ไม่กี่ช่องเท่านั้นที่เรายังไม่ได้เสริมคัน เพราะเพื่อความสะดวกในการนำเรือเข้าออกของประชาชน ส่วนช่องขาดบริเวณเขื่อนเจ้าพระยาจนมาถึงท้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ประมาณ. 2.5 กิโลเมตร ก็เสริมคันกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่ทุ่งต่างๆโดยมาตรการต่างๆ ขณะนี้สามารถระบายน้ำในแนวแม่ท่าจีนได้แล้ว 130 ล้านลูกบาศก์เมตร. ก็เป็นไปตามแผนแล้ว ขณะที่บริเวณท้ายแม่น้ำท่าจีนในเขตจังหวัดสมุทรสาครจะมีประตูน้ำก็ได้น้ำเครื่องสูบขนาดใหญ่ไปเสริมเครื่องสูบน้ำถาวารที่มีอยู่ที่ประตูน้ำ 6 เครื่องขนาดสูบ 3 ลบ.ม/ วินาที และเครื่องขนาดเล็กของชาวบ้านที่นำไปเสริมด้วยก็จะช่วยเร่งระบาย
โดยหลังจากนี้วันที่ 16 พ.ย. ตลิ่งน้ำบริเวณแม่เจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนจะโผลขึ้นมา ซึ่งจะทำให้น้ำตามทุ่งระบายออกมา เราก็จะช่วยเปิดประตูน้ำเร่งระบายอีกทางตามจังหวะน้ำทะเลหนุน โดยมั่นใจว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่ ดร.อานนท์ กล่าวว่า คาดว่าประมาณปลายเดือนนี้ น่าจะผันน้ำจากทุ่งลงลำน้ำได้ โดยสรุประดับน้ำขณะนี้พื้นที่ตอนเหนือ กทม.บริเวณดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร สายไหม ลาดพร้าว ขณะนี้เราสามารถควบคุมปริมาณน้ำเข้าให้น้อยกว่า ปริมาณน้ำที่เราสูบออก ระดับน้ำจึงลดลงต่อเนื่องโดยคาดว่าถนนสายหลักทั้งหลายทยอยกลับมาใช้ได้ภายใน 7 - 10 วัน ซึ่งบริเวณตะวันออกกทม.ด้านในตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิลงไปเรามั่นใจว่าไม่มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง แต่อาจมีน้ำผุดท่อไหลย้อนเอ่อเป็นจุดๆบ้าง
ส่วนฝั่งตะวันตกของกทม. หรือฝั่งธนบุรี ที่รวมถึงปริมณฑลทั้งจ.นครปฐม สมุทรสาคร แนวโน้มค่อยข้างลดลง แต่พื้นที่ที่ติดกับทะเลสถานการณ์น้ำอาจทรง หรือเคลื่อนตัวกว้างขึ้นบ้างเร่ก็พยายามใช้แก้มลิงช่วย ขณะที่จ.สมุทรสาครและกระทรวงคมนาคม กำลังพิจารณาเลือกถนนบางสาย ในเขตจสมุทรสาคร ใช้ถนนเป็นพื้นที่ระบายน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด หรือ Flood. Way เพื่อไม่ให้น้ำเข้าอ.เมือง หรือเขตมหาชัย โดยมาตรการนี้คงจะเริ่มดำเนินเร็ววันนี้
ด้านนายณรงค์ กล่าวว่า มวลน้ำฝั่งตะวันออก กทม.ที่กรมชลประทานช่วยสูบน้ำเร่งระบายในช่วงสถานีคลองหกวาสายล่างมีกำลังสูบ 36 ลบ.ม./วินาที และบริเวณคลองแสนแสบก็มีกำลังสูบ 60 ลบ.ม./วินาทีออกแม่น้ำบางปะกงนั้น ทำให้ระดับน้ำตั้งแต่สายไหม ลงมาคลองสามวา หนองจอก มีนบุรี มวลน้ำมีแนวโน้มลดลงโดยเคลื่อนตัวลงด้านล่างใต้คลองแสนแสบ อย่างไรก็ดีในการระบายน้ำบางจุดที่จะมีปัญหาน้ำขังบางพื้นที่ก็อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า เราต้องมาตกลงร่วมกันเรื่องการเปิด-ปิดประตูน้ำที่อาจมีผู้ได้รับผลกระทบบ้างซึ่งเรื่องนี้ปัญหามีมาก ก็อยากให้เอื้ออาทรกัน และให้ประชาชนมั่นใจว่าทั้งกทม.-รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา
ส่วนน้ำฝั่งตะวันตก กทม. ระดับน้ำก็กำลังผ่านเส้นถนนพระราม 2 ลงไป ขณะที่ฝั่งธนบุรีเราก็มีสถานีคลองชักพระ คลองมอญ คลองบางกอกใหญ่ สูบน้ำเพื่อลงเจ้าพระยา ทั้งนี้ยืนยันว่าสถานีสูบน้ำทั้งฝั่งตะวันออก-ตกของกทม. เจ้าหน้าเปิดดำเนินการเดินเครื่องเต็มที่ 100% ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนที่เครื่องชำรุดก็เร่งซ่อม



