
'ปู'ยันไม่'อ่อนแอ-ร้องไห้'แค่คลอเบ้า
"ยิ่งลักษณ์" ชี้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้นทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ลั่นไม่ได้ร้องไห้ที่นครสวรรค์ อ้างแค่น้ำตาคลอ ระบุเป็นเพียงอารมณ์ร่วมที่เห็นปชช.มีความทุกข์แล้วกลับมามีความสุขขึ้น
เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 13 พ.ย.2554 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกู้ทางหลวงหมายเลข 340 เพื่อลงสู่ภาคใต้ แทนการใช้ถนนพระราม 2 เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น เพราะพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนอยู่ว่า ทุกอย่างคือการเร่งระบายน้ำ ที่ประชุมร่วมกับกทม.ก็ดีขึ้น เพราะน้ำแต่ละพื้นที่ไม่ได้มีปริมาณมากขึ้น ขณะเดียวกันน้ำเริ่มไหลลงสู่คลองต่างๆ และการระบายน้ำก็ทำได้ดีขึ้นทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ซึ่งจะทำให้ลดแรงกดดันจากมวลชน รวมถึงรัฐบาลจะลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน เชื่อว่าไม่มีปัญหา
ลั่นไม่ได้ร้องไห้ที่นครสวรรค์อ้างแค่น้ำตาคลอ
นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั้งกทม.และปริมณฑล ของสวนดุสิตโพลล์ที่ระบุว่าขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำ และการทำงานขาดประสิทธิภาพ ว่า คณะทำงานทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ แต่การทำงานบางครั้งมีข้อมูลใหม่ๆหลายอย่าง และปัจจัยต่างๆ ซึ่งการทำงานอาจจะเกิดการสับสน แต่คณะทำงานวันนี้ทำงานเป็นเอกภาพพอสมควร อีกทั้งการระบายน้ำไปในทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเราคิดว่ายันได้ระดับหนึ่งแล้ว น้ำจึงยังถึงแค่บริเวณคลองบางซื่อ แต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเลย ก็อาจจะหนักกว่านี้ ซึ่งเราตั้งใจทำอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามถึงผลสำรวจ ระบุว่าไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีร้องไห้ เพราะจะเป็นการบั่นทอนความรู้สึกของผู้ประสบภัย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่ร้องไห้ ซึ่งสื่อมวลชนที่ไปด้วย ก็จะเห็นว่าเป็นเพียงการที่ตนได้ไปเห็นประชาชนใน จ.นครสวรรค์ จากที่เราเห็นว่ามีความทุกข์แล้วกลับมาดีขึ้น มีความสุขและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็แน่นอนว่าอารมณ์ร่วมที่ปลื้มใจต่างๆ มีเพียงหยดน้ำตาคลอเบ้าเท่านั้น
“ขอความกรุณาสื่อมวลชนว่าดิฉันไม่ได้ยืนร้องไห้ ไม่ได้อ่อนแอ แต่ดิฉันเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง ก็ย่อมมีหัวอกหัวใจที่จะคิดถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน กราบเรียบว่าไม่ได้อ่อนแอ และจะตั้งใจทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่”น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
พระราม2ช่วงมหาชัยไร้แววท่วมทะลัก
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสถานการณ์เฝ้าระวังระหว่าง กทม.และ จ.สมุทรสาคร ที่คาดมวลน้ำจะท่วมทะลักถนนระราม 2 ปรากฏว่า จากการออกสำรวจตังแต่ สะพานท่าจีน มุ่งหน้า กทม.ถึงย่าน ท่าข้าม เขตบางขุนเทียน ด้านถนนพระราม 2 ปรากฏว่า ไม่พบปัญหาน้ำท่วมถนนแต่อย่างใด ขณะที่ 2 ฝั่งฟากใกล้ถนนบริเวณตามตรอกซอกซอย พบมีน้ำท่วมขันบ้านเรือนและบางหมู่บ้านสลับกัน ตามลำดับพื้นที่สูง -ต่ำ คงมีน้ำท่วมให้เห็นเป็นจุดๆ อยู่บ้าง ซึ่งสภาพไม่มากนัก โดยหมู่บ้านการเคหะแห่งชาติ ชุมชนใหญ่ ที่ติดกับซอยห้างเทสโก้-โลตัส พระราม 2 เขตแสมดำ กทม. บริเวณปากซอยมีน้ำเอ่อล้นเล็กน้อยประมาณหัวเข่า (หรือ 10-20 ซม.) ขณะที่ลึกเข้าไปในหมู่บ้านไม่ไกลภายในมีน้ำทยอยลึกลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ส่วนที่ 1 - ถึงโซนที่ 4 ถูกน้ำท่วมประมาณ 1 เมตรเศษ ซึ่งชาวบ้านต่างพากันออกหาเครื่องทุ่นแรงหนีน้ำ และจำนวนหนึ่งเริ่มทยอยซื้อเรือ ที่ตั้งปักหลักจำหน่ายเรียงรายริมแถบถนนไปใช้ ทั้งนี้ พื้นผิวพระราม 2 คมนาคมยังใช้การได้ดีปราศจากน้ำท่วมนอกจากบริเวณ ช่องเก็บเงินทางด่วน มีน้ำปิ่มซึมขึ้นเล็กน้อย
สำหรับ จ.สมุทรสาคร ด้านฝั่งถนนเอกชัย 4 แยกถนนบางบอน 5 ระหว่างช่วงรอยต่อจังหวัด ถนนคอนกรีต 4 เลน ริมทางเขตพื้นที่ระหว่าง สน.แสมดำ และ สภ.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร บริเวณริมฟุตบาท เริ่มมีน้ำเอ่อล้นขึ้นจากท่อระบายน้ำ เอ่อล้นผิวการจราจรเป็นหย่อม เริ่มทยอยเอ่อเข้าคูคลองจนแทบล้น บางแห่งเข้าท่วมบ้านเรือนชาวสมุทรสาคร ให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งชาวบ้านเผยว่ามา 1 -2 วันแล้ว
“ขณะเดียวกันคลองในเขต ต.บางน้ำจืด มีน้ำแทบปิ่มเต็มทุกคลอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายน้ำที่ใช้รองรับแบ่งร่วมงานระบายจาก กทม.ย่านบางบอน โดยมีคลองสี่วาตากล่อมน้ำปิ่มล้นเห็นได้ชัด”
ส่วนพื้นที่ใหม่รอยต่อ เอกชัย-บางบอน คือ ต.บางน้ำจืด นายสมชาย สิริศักดิ์พบสุข นายก อบต.รายงงานว่า ขณะนี้พื้นที่ดูแล 6 หมู่ถูกน้ำท่วมเสียหายไปครบทุกหมู่แล้ว ม. 3 -4 -5-6 หนักที่สุด สูงตั้งแต่ 30 ซ.ม.ถึง 1 เมตรเศษในพื้นที่รอมน้ำและต่ำจริงๆ
นายสมชาย กล่าวว่า ล่าสุดได้ประสาน ผวจ.ลงเปลี่ยนเครื่องสูบน้ำประตูบางน้ำจืด - คอกกระบือ เพื่อแรงเครื่องสูบ จำนวน 2 ตัว (ขนาด 16 นิ้ว) หลังจากเดิมเก่าและเล็กไม่ทันการสูบระบายไปคลองเอกชัย-บางบอน แบ่งคลองมหาชัย-หวายลิง เพื่อลงประตูระบายน้ำไปยังโครงการแก้มลิง ซึ่งขณะนี้น้ำไหลไปเฉื่อยมากส่งผลให้เอ่อล้นพื้นที่ลูกบ้าน จนให้อพยพศูนย์พักพิง สำรองกับแทบหมดแล้ว
ด้านนางสาวนงนุช ศรีประเสริฐ ผจก.นิคมอุตสาหกรรมสาขาสมุทรสาคร พระราม 2 ให้การต้อนรับรอง ผ.อ.นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่า หลังเดินทางมาสำรวจสภาพน้ำท่าจีน เนื่องจากยังอยู่ช่วงสัปดาห์ของทะเลหนุน (ประจำเดือน พ.ย.) ของทุกปี ให้ความมุ่นใจว่าพื้นที่มีสภาพสูงกว่าน้ำทะเลหนุน ราว 50-60 ซม. จึงค่อนข้างปลอดภัย หลังสังเกตใน 2-3 วันนี้แล้ว พร้อมกัน นางสาวนงนุช กล่าวและว่าพลอยโล่งอก อย่างไรก็ตามขอฝากสื่อช่วยเป็นหูเป็นตามช่วยอีกแรง อย่างไรก็ตามแต่ยอมรับว่า เป็นห่วงนิคมอุสินสาคร ต.โคกขาม ในสภาพนิคมลูกข่ายของเรา ที่ตั้งอยู่ใกล้แก้ลิง พื้นที่ต่ำ
มีรายงานว่า คณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำฯ ได้ประชุมหารือก่อนสั่ง รื้อบ้านครึ่งปูนครึ่งไม่ สร้างบุกรุกขวางลำน้ำ สำคัญที่จังหวัดกำหนดใช้ระบายน้ำใหญ่ ของผู้มีอิทธิพล หลังจ่อๆ จด ๆ จ่องๆ แต่ไม่กล้าทำอะไรมาระยะพอสมควร ทั้งนี้ถือว่าได้โอกาสสอดคล้องกำลังมีปรับมาตรเด็ดขาด และสร้างปัญหาสังคมคนหมู่มาก มั่นใจไม่น่ารอดเพราะมีคำสั่ง นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผวจ.ดำเนินการมาแล้ว
ผู้ว่าฯสั่งรื้อบ้านขวางลำน้ำ”คลองจาก"เปิดทางผันน้ำ
ที่บริเวณริมถนนเอกชัย สายใหม่ระหว่าง มหาชัยเมืองใหม่-เอกชัย ขาเข้าเมืองสมุทรสาคร นายกุลวัชร หงส์คู นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร นำคณะฯ และเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลนครมหาชัย เข้าทำการรื้อถอนบ้านพักอาศัย ลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม่สภาพชั้นเดียวแห่งหนึ่งในพื้นที่ หลังก่อสร้างรุกล้ำเส้นทางลำน้ำ “คลองจาก” ที่พาดผ่านหลายตำบล อาทิ ต.ท่าทราย 9.มหาชัย และโคกขาม ซึ่งเป็นช่องทางระบายน้ำสำคัญตั้งแต่อดีต โดยมาปลูกรุกล้ำอยู่หลายปี
กระทั่งนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผวจ.สำรวจพบเป็นปัญหาต่อส่วนรวมและผิดกฎหมาย แม้เคยมีเจรจากันก่อนหน้าแต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามเมื่อมีคำสั่งกระทั่งต้องนำทีมรื้อถอนทิ้งออกไป ทั้งนี้รอดูจนเสร็จก่อนจะรายงานผู้บริหารระดับสูงเพื่อทะเปิดเส้นทางคลองต่อไป
นายกุลวัชร กล่าวว่า ตนเคยน้ำประกาศมาติดบอกให้รื้อถอนไปหลายครั้ง หลังมีประชาชนร้องเรียนเข้ามานานพอสมควร อย่างไรเสียคลองจาก แห่งนี้ต้องอาศัยระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมท่วมเมือง และช่วยรับมือ กทม.ระบายด้วย ดังนั้นจึงได้จนพาเจ้าหน้าที่มาตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดรื้อให้หมด เพื่อเร่งทำการขุดลอกลำน้ำให้โล่งใช้งานระบายไปทางคลองมหาชัย ได้อย่างสะดวก ซึ่งครั้งนี้เจ้าตัวก็ไม่ปฏิเสธหรือขัดขวางแต่อย่างใด
ชาวบ้านตำบลอ้อมน้อยร้องขอความช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 11.00น.ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาครล่าสุดพบว่าขณะนี้ที่บริเวณถนนเศรษฐกิจ1 น้ำจากบริเวณแยกอ้อมน้อย เขตตำบลอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้ไหลมาถึงบริเวณบริเวณบริษัทนันยางการทออุตสาหกรรมจำกัด ต.ท่าไม้ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และตั้งแต่แยกปั๊มปตท. ม.2 ต.อ้อมน้อย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซ.ม.-50 ซ.ม.บางช่วงรถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้
เมื่อมาถึงแยกอ้อมน้อยปรากฏว่าบริเวณถนนช่วงเพชรเกษมมีระดับน้ำสูงถึง 50-70 ซ.ม.และพบว่าที่วัดอ้อมน้อยและโรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ มีน้ำท่วมขัง ทางไปเส้นทางพุทธมณฑลสาย 5 ต้องใช้เรือพายอย่างเดียว
นอกจากนี้บางช่วงในซอยมีน้ำระดับสูงถึง 1 เมตร สถานประกอบการ หมู่บ้าน ตู้ยามตำรวจ สถานที่ราชการบางแห่ง รมทั้งพื้นที่เกษตร ในเขตตำบลอ้อมน้อย ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาก็ได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจและทหารที่ใช้รถบรรทุกและเรือในการช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
ขณะเดียวกันได้มีประชาชนในซอยที่ทำการไปรษณีย์อ้อมน้อยและซอยเพชรเกษม 120 ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคนที่อยู่ภายในซอยยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจึงอยากขอร้องให้หน่วยงานต่างๆนำถุงยังชีพมาช่วยเหลือบ้าง
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดตามคณะของนายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ร่วมกับนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายกอบจ.สมุทรสาคร นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตรมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบุญชู นิลถนอม สส.พรรคเพื่อไทย เขต2 ที่ได้นำถุงยังชีพพร้อมเรือและยารักษาโรคไปแจกที่บริเวณหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 1 ม.12 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากนั้นได้เดินทางแจกถุงยังชีพที่เทศบาลตำบลสวนหลวงและเยี่ยมศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย ที่เทศบาลตำบลสวนหลวงอีกด้วย
สั่งทูตพาณิชย์แจงรัฐบาลอียู-ลูกค้าประปาไทยมีคุณภาพ
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยถึงกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) ไม่มั่นใจคุณภาพน้ำประปาของไทย ที่นำไปผลิตสินค้าอาหารเพื่อการส่งออก หลังจากมีข่าวว่าน้ำสกปรกที่มาจากน้ำท่วมได้ไหลเข้าไปปะปนน้ำในคลองประปาว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ไทยที่ประจำอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรป ชี้แจงกับคู่ค้าที่นำเข้าอาหารจากไทย รวมทั้งทำความเข้าใจกับรัฐบาลอียูว่า น้ำประปาของไทยมีคุณภาพเหมือนเดิม แม้จะมีสีและกลิ่นที่ต่างไปจากเดิม แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบทำแนวเขื่อนถาวร ป้องกันคลองประปาให้แข็งแรง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีกในปีหน้า
ด้านนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนจะชี้แจงลูกค้าให้เข้าใจถึงกระบวนการผลิตสินค้าอาหารของไทย หากลูกค้าข้องใจเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตสินค้า และเกรงว่าอาหารไทยจะไม่ปลอดภัย รวมทั้งพร้อมให้ลูกค้าใช้กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับหากต้องการ เนื่องจากมาตรฐานการผลิตอาหารของไทยผ่านมาตรฐานระดับสากลต่างๆ อยู่แล้ว เช่น ระบบประกันคุณภาพของอาหารที่เน้นในด้านความปลอดภัยใช้ป้องกัน ขจัด หรือลดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในกระบวนการผลิต (เอชเอซีซีพี) รวมทั้งมาตรฐานไอเอสโอ เป็นต้น ซึ่งทุกโรงงานมีใบรับรองดังกล่าว



