ข่าว

'ดร.อานนท์'ยันไม่รื้อบิ๊กแบ็กดอนเมืองแน่

'ดร.อานนท์'ยันไม่รื้อบิ๊กแบ็กดอนเมืองแน่

13 พ.ย. 2554

"ดร.อานนท์"ยันไม่รื้อบิ๊กแบ็กดอนเมืองแน่ ระบุให้เปิดเป็นช่วงๆไม่เกิน 3 เมตร เพื่อสะดวกสัญจร-ให้น้ำหมุนเวียนไม่เน่าเสีย ต้องดูความเหมาะสมห่วงน้ำล้นกทม.ชั้นในซ้ำ ย้ำต้องเร่งปรับน้ำระดับคลองรังสิต-คลองหกวา-เปรมประชากร แก้ปัญหาตรงจุดกว่า เผยเตรียมชี้แจงปัญหา

           ที่กระทรวงพลังงาน  เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 13 พ.ย.2554 ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานจัดการน้ำในพื้นที่วิกฤต ของ ศปภ. กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนย่านดอนเมืองให้รื้อคันบิ๊กแบ็กออกว่า การรื้อคันบิ๊กแบ็กทั้งหมด 15 กิโลเมตร ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่ถ้าจะเปิดช่องบิ๊กแบ็กเป็นช่วงๆ อาจทำได้ ซึ่งเราต้องพิจารณาเป็นจุดๆไป เช่นบางจุดเป็นที่สูง มีระดับน้ำสูงไม่มากนัก การเปิดบิ๊กแบ็กเป็นช่องมีความกว้างไม่มากนัก เราก็อาจจะยอมได้ แต่ถ้าจะเปิดในจุดที่มีความลึกระดับน้ำสูงเมตรครึ่ง หรือสองเมตรถ้าจะเปิดช่องบิ๊กแบ็กน้ำก็จะทะลักเข้ามาในพื้นที่หลังแนวบิ๊กแบ็กจำนวนมาก เราก็คงจะยอมให้เปิดช่องไม่ได้

           เรื่องการเปิดช่องแนวบิ๊กแบ็ก ที่ประชุมยังไม่ได้ให้ชัดเจนว่าจะต้องเป็นจุดนั้นจุดนี้ แต่เราจะพิจารณาตามความเหมาะสม อย่างตอนนี้ก็มีการพูดคุยกันว่า แนวถนนวิภาวดีรังสิตซึ่งระดับน้ำไม่สูงมากเท่าไรนัก ถ้าเปิดช่องบิ๊กแบ็กแล้วจะเหมาะสมหรือไม่ แต่เท่าที่ทดลองเปิดช่องบิ๊กแบ็กดูก็พบว่าไม่ได้ทำให้ระดับน้ำด้านบนเหนือแนวบิ๊กแบ็กลดลง เพราะเปิดช่องแล้วน้ำจากคลองรังสิตและคลองหกวาก็ไหลลงมาเติม
          
           "การเปิดช่องบิ๊กแบ็กไม่ใช่การแก้ปัญหาของการที่มีน้ำเอ่อขังอยู่ด้านนอก แต่ขณะนี้ที่เราและกทม.แก้ปัญหา คือ การเร่งระบายลงคลองเปรมประชากรให้มากขึ้น จะทำให้น้ำคลองรังสิต คลองหกวา ย่านสายไหมน้ำลดลง"

           ดร.อานันท์ กล่าวต่ออีกว่า ถ้าบอกว่าจะเอาบิ๊กแบ็กออกทั้งหมดคงไม่ต้องใาพูดกัน เพราะทำไม่ได้ ถ้าเอาคันบิ๊กแบ็กออกทั้งหมดก็จะทำให้เรากลับไปสู่ระบบเดิม คือจะมีน้ำทะลักเข้ามาวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งจะทำให้น้ำท่วมอีกและน้ำอาจจะทะลักเข้าไปถึงสีลม ตอนนี้ประเด็นคือเราพยายามที่จะลดความเดือดร้อนของประชาชนกลุ่มที่อยู่เหนือคันกั้นน้ำว่าจะทำอย่างไรให้เขากระทบน้อยที่สุด

           เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรี ยืนยันจะไม่รื้อคันบิ๊กแบ็กดอนเมืองออก ดร.อานนท์ กล่าวว่า ถูกต้อง เราก็เห็นตรงกันว่าไม่ควรเอาออกแน่ คำว่าเอาออกทั้งหมด ระยะทาง 15 กิโลเมตรนั้นไม่ใช่ เราต้องการแค่เปิดเป็นช่องๆ ช่องความกว้างประมาณ 3 เมตรหรือช่องละ 2 - 3 ถุง เพื่อให้เดินทางสัญจรได้ หรือมีการหมุนเวียนของน้ำเพราะเมื่อน้ำนิ่งก็กลายเป็นสภาพน้ำเน่า คือ เราจะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ แต่ไม่ใช่การนำบิ๊กแบ็กทั้งหมดออก แต่ทั้งนี้การจะพิจารณาเปิดช่องจุดไหนก็จะต้องคำนึงว่า เมื่อเปิดช่องบิ๊กแบ็กลักษณะเป็นช่วงๆแล้วจะไม่ทำให้มีน้ำไหลเข้ามาในกทม.มากจนเกินไป เพราะว่าเวลานี้ที่ระดับลดลงไปได้ยืนยันว่าการวางแนวบิ๊กแบ็ก 100 % ดังนั้นถ้าเราจะเปิดช่องกว้างน้ำก็จะทะลักเข้ามาเหมือนเดิม

           "การจะพิจารณาเปิดช่องบิ๊กแบ็กบางช่วงนั้น จะทำได้เมื่อใด เราเห็นว่าต้องรอการปรับให้มีการระบายน้ำลงคลองเปรมประชากรก่อน และตอนนี้ถ้าระดับน้ำนอกคันแนวบิ๊กแบ็กลดลงได้ในอัตราที่ดี ซึ่งขณะนี้ลงได้วันละ 3 เซนติเมตร แต่ถ้าสามารถลงได้เพิ่มขึ้นวันละ 5 เซนติเมตรก็จะทำให้น้ำในคลองรังสิต คลองหกวามีระดับน้ำลงต่ำกว่า 3 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งถ้าทำได้ก็จะจบบิ๊กแบ็กก็ไม่ต้องมี เพราะน้ำจะไหลลงตลิ่งหมดซึ่งเวลานี้เราต้องการแก้ปัญหาให้ถูกจุดก่อน เพราะบิ๊กแบ็กเราใช้ในขณะที่ระดับน้ำคลองรังสิตอยู่ 3.4 เมตร คือสูงกว่าตลิ่ง 40 เซนติเมตร ซึ่งตอนนี้เหลือให้น้ำลงอีก 30 กว่าเซนติเมตร ดังนั้นทำให้น้ำลดลงได้วันละ 5 เซนติเมตรประมาณ 5 - 6 วันน้ำก็จะลดได้ แต่ตอนนี้น้ำลดลงได้วันละ 3 เซนติเมตรก็ต้องใช้เวลาประมาณ 10 วัน เราก็เข้าใจว่าประชาชนก็ใจร้อนเพราะเขาต้องทนมาหลายสิบวันจะเป็นเดือนแล้ว ถ้าจะให้ทนไปอีก 10 วันก็คงดูทารุณ แต่เรื่องนี้จะให้แก้ปัญหาแบบนั้นไม่ได้ ตนขอยืนยันอีกครั้งว่าถ้าจะให้เอาบิ๊กแบ็กออกทั้งหมด ไม่ใช่ทำให้ระดับน้ำบริเวณนั้นลดลง ตราบใดที่เรายังแก้ปัญหาระดับคลองรังสิตไม่ได้ โดยเราจะพยายามอธิบายเรื่องนี้อีกครั้งช่วงสองทุ่มครึ่ง