ข่าว

'อนุดิษฐ์'โต้'ปชป.'กั๊กของบริจาค

'อนุดิษฐ์'โต้'ปชป.'กั๊กของบริจาค

13 พ.ย. 2554

“น.อ.อนุดิษฐ์” แจง ปชป. กล่าวหา กั๊กของบริจาค ท้าเปิดคลิปตอนนำไปแจกประชาชน “สกลธี”อัดกก.สอบทุจริตถุงยังชีพปกปิดความจริง

          วันที่ 13 พ.ย.54  เวลา 13.20 น.  น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร แถลงชี้แจงกรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า ตนได้นำเอาของบริจาคที่ประชาชนมอบให้กับ ศปภ. นำไปเก็บไว้ที่สำนักงานของตนเอง และฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมหลักฐาน พยานแวดล้อม เพื่อประกอบเขียนคำฟ้องถอดถอนตนออกจากตำแหน่ง โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายแทรกแซงฝ่ายบริหารตามกฎหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 265-266 โดยเห็นว่า แม้เป็นสิทธิของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร แต่ควรให้ข้อมูลต่อประชาชนอย่างครบถ้วน เนื่องจากทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะการให้ข้อมูลกับประชาชนเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ อย่างคลิปที่กล่าวหาว่า ถุงยังชีพเป็นของบริจาค ขอปฏิเสธเรื่องนี้ โดยถุงยังชีพเป็นสีดำ ข้างถุงระบุข้อความชัดเจนว่า เป็นถุงยังชีพสำนักนายกรัฐมนตรี และไม่ได้มีการเก็บกักของบริจาคไว้ที่สำนักงานตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด และยืนยันว่า ถุงยังชีพเหล่านี้เป็นของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ
 
          น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามหนังสือที่ นร0405 (ลน.3)/026 ลงวันที่ 26 ก.ย.2554 เรื่องมอบหมายรัฐมนตรีรับผิดชอบเร่งรัด กำกับ ติดตามการกู้วิกฤตจากภัยธรรมชาติ เพื่อช่วยประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นการมอบหน้าหน้าที่ให้รับผิดชอบ โดยไม่มีสิ่งใดแอบแฝง และดำเนินการอย่างเปิดเผย ทั้งนี้ หากผู้ตรวจสอบมีความบริสุทธิ์ใจและไม่มีเจตนาทำลายชื่อเสียงของตนและรัฐบาล ก็ควรนำคลิปการปฏิบัติบัติงาน ตอนที่ตนและรัฐบาลได้แจกจ่ายถุงยังชีพดังกล่าวให้กับประชาชนไปพร้อมกัน
 
          “ขอให้หยุดเล่นการเมืองแบบตีกิน ในภาวะที่ประชาชนเดือดร้อน และหันมาร่วมแรงร่วมใจให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยดีกว่า” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

 


“สกลธี”อัดกก.สอบทุจริตถุงยังชีพปกปิดความจริง  


          นายสกลธี  ภัทธิยกุล  รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์   แถลงข่าวถึงกรณีการจัดซื้อถุงยังชีพของรัฐบาล ว่า ตนยินดีและดีใจที่นายกฯออกมาบอกว่าจะเอาจริงกับกระบวนการเหลือบสังคมที่มีส่วนในการงาบถุงยังชีพ  ทั้งนี้ทางคณะกรรมการตรวจสอบทุจริต การจัดซื้อถุงยังชีพของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย  (ศปภ.) ที่มีนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน รีบสรุปผลการตรวจสอบว่าไม่พบความความผิดปกติในการทุจริตเรื่องถุงยังชีพ ซึ่งทางคณะกรรมการให้เหตุผลว่ามีข้อมูลในการตรวจสอบไม่เพียงพอสาเหตุเพราะทางตนไม่ได้เข้าไปชี้แจง ซึ่งตนอยากจะบอกว่าข้อมูลและเอกสารทั้งหมดมาจากศปภ.ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง เอกสารสรุปยอดการใช้จ่ายเงินบริจาคทุกอย่างอยู่ในอำนาจของศปภ.ที่จะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ทั้งสิ้น

          นายสกลธี    กล่าวต่อว่า  ตนขอตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อจะสอบทุจริตและหาบุคคลที่กระทำผิดในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ต้องใช้อำนาจคณะกรรมการเลยเพียงแค่เอาถุงยังชีพมาตรวจสอบว่ามีสิ่งของอะไรบ้างและราคาเท่าไหร่ก็จะทราบเลยว่าของที่อยู่ในถุงยังชีพตรงและมีความเชื่อมโยงกับหลักฐานหรือไม่ ตนก็สงสัยว่านายกรัฐมนตรี  ศปภ. หรือรัฐบาลมีเจตนาที่จะไม่เปิดเผยความจริง
          
          “ผมขอเรียกร้องนายยุงยุทธ   วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าไปดูแลในเรื่องนี้เพราะมีเหลือบหากินกับของบริจาค รวมถึงการจัดซื้อส้วม  เต็นท์ และเรือที่ยังไม่มีคำตอบให้ประชาชน ซึ่งการจัดซื้อเรือนั้นพบว่าเรือท้องแบน 30 ลำราคาลำละ 250,00 บาทจำนวน 7,500,000 บาท ซึ่งรัฐบาลไปซื้อที่ไหย อยากให้นำข้อมูลข้อเท็จจริงการจัดซื้อเรือ ส้วมและถุงยังชีพมาเปิดเผย  ทั้งนี้ยังรวมถึงเงินที่บริจาคให้มูลนิธิกระจกเงาจำนวนเงิน 3 ล้านบาทมีการนำไปให้ประชาชนจริงหรือเปล่าและนำไปใช้เพื่ออะไร ทางรัฐบาลยังไม่มีคำตอบออกมาชี้แจงเลย


แนะรัฐบาลชะลอโครงการประชานิยมหันเอาเงินแก้น้ำท่วม


          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลเป็นการตั้งสมมุติฐานที่ผิด ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากข้อเท็จจริงมีรายรับเพียง 80,000 ล้านบาท ในขณะที่จีดีพีลดลงเหลือ 2% กว่าเท่านั้น ในขณะที่รายจ่ายก็ติดลบ 12,000 ล้านบาท แล้วไปเพิ่มรายจ่ายของตัวเองโดยไม่จำเป็น รวมถึงยังดำเนินนโยบายในส่วนที่เป็นประชานิยมต่ออีก  อาทิ โครงการต่างต่าง SML โครงการจำนำข้าว การลดภาษีนิติบุคคล รถคันแรก บ้านหลังแรก เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30 %เป็น 23% ทำให้รัฐขาดรายได้ 50,000 กว่าล้านบาทเป็นการลดมากที่สุดของโครงการ

          “เมื่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลง ยังต้องใช้ในส่วนของปัจจัยของการซ่อมแซมบูรณะประเทศ ทำไมจึงไม่ลดส่วนที่เป็นนโยบายประชานิยมลงก่อน แต่สิ่งที่น่าเสียใจคือ การไปตัดงบการศึกษาของประเทศ เช่น กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการรักษาพยาบาล ที่รายจ่ายต่อหัวลดลง รวมถึงตัดงบความมั่นคงของประเทศทางภาคใต้” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว


          นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ในการจัดทำงบกลาง 120,000 ล้านบาทนั้น  รัฐบาลน่าจะจัดทำให้ชัดเจนในด้านของกรรมาธิการ โดยพรรคขอเรียกร้องดังนี้   1.ตัวเลขงบกลางต้องจัดทำให้ชัดเจนโดยเฉพาะการจัดทำยุทศาสตร์การฟื้นฟูควรจะทำให้ชัดเจน     2.ขอให้ทบทวนนโยบายหลายๆอย่างที่ไม่เป็นประโยชน์ในขณะนี้ เช่น ยกเลิกโครงการประชานิยมที่ไม่จำเป็นและนำเงินไปจัดทำงบประมาณที่ตอบคำถามของประชาชนได้ และ 3.กรรมาธิการได้จัดทำสำเร็จแล้วในกลางเดือนธันวาคมนี้ ขอให้แปรญัตติกลับไปกระทรวง ทบวง กรม เพื่อลงรายละเอียดการจัดใช้งบประมาณให้ชัดเจนเพื่อที่จะให้ทางสภาฯสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเหล่านี้เป็น 3 ข้อที่รัฐบาลไม่ตอบคำถามในสภาฯให้ใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

          นายชวนนท์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พรรคขอเสนอประเด็นในการอภิปรายเป็นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาอุทกภัย 5 ข้อ     1.นายกฯได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว สิ่งแรกที่เรียกร้องให้ทำก็คือขอให้พูดความจริงกับประชาชนขอให้ใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงชี้แจงกับประชาชน  2.อยากให้นายกฯดูแลในส่วนของศูนย์อพยพเรื่องอาหารการกินให้เพียงพอต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเด็กในศูนย์อพยพยังขาดแคลนนม สถานพยาบาลในศูนย์อพยพ ซึ่งควรจะต้องมีและดูแลให้ทั่วถึงการกระจายสินค้าให้เพียงพอ ถ้ามีการแตกตื่นจะมีการกักตุนควรจะดูแลให้ดี ถ้าเกิดสภาวะเช่นนี้รัฐบาลควรจะควบคุมให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการขนส่งควรเข้าไปแก้ไขด้วย

          3.เรื่องของบริจาค เราไม่เห็นด้วยในการไปตรวจสอบแล้ว อ้างว่าไม่มี หรืออ้างว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ข้อมูล ที่มีการกักของบริจาค และการจัดซื้อถุงยังชีพ เรือ 4.เรื่องของการใช้อำนาจของนายกฯต้องชัดเจน ไม่ว่า จะเป็นเรื่องการบุกรื้อคันกันน้ำ เหตุการณ์ที่ประชาชนต้องเอาตัวรอด รัฐบาลควรจะชี้แจงจัดการในทิศทางที่ควรจะเป็น  หรือการควบคุมดูแล ส.ส.พรรครัฐบาลให้ดี ที่เป็นแกนนำชาวบ้านพังคันกั้นน้ำที่เกิดในเขต ส.ส.ของเพื่อไทย ถ้าไม่เช่นนั้ก็ควรประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพรรคเพื่อไทยเลยจะดีกว่า 5.การแก้ไขปัญหาอุทกภัย รัฐบาลควรให้คำชี้แจงการชดเชยให้ชัดเจนว่า เป็นอย่างไรจำนวนเท่าไร งบส่วนกลางเบิกจ่ายเงินสดให้เต็มที่ให้เงินถึงประชาชนเร็วที่สุด ที่สำคัญหลักเกณฑ์ควรชัดเจนให้มากที่สุดว่า แต่ละเขตได้อย่างไร การควรเยียวยาชดเชยให้ทั่วถึง เช่น บางคนบ้านน้ำท่วมไปมาลำบากยังต้องเข้าไปถ่ายรูปมาให้ เพราะกลัวรัฐบาลจะไม่ให้หรือ ในบางพื้นที่ควรเยียวยาให้เท่าไร เป็นต้น



โวยรัฐบาลใช้ "นายกฯ"เป็นเครื่องมือสู้ฝ่ายค้าน



           นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์โจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเรื่องร้องไห้จากการลงพื้นที่น้ำท่วม ว่า ตนขอยืนยันอีกครั้งว่า นายกรัฐมนตรีจะร้องไห้หรือไม่ร้องไห้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ให้ความใสใจ  หากนายกรัฐมนตรีร้องไห้แล้วปัญหาของประเทศชาติได้รับการแก้ไข ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตนยินดีที่จะให้ร้องทั้งวันทั้งคืน แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่าเราอยากเห็นความข้มแข็งในการแก้ไขปัญหาของประชาชน และอย่ามาว่าพวกตนไปรังแกผู้หญิง และการที่บางคนพยายามพูดว่า สมัยก่อนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นฆาตกรฆ่าประชาชนไม่เสียน้ำตาสักหยด อย่างกรณี 91 ศพ ที่เสียชีวิตจากเหตุกาณ์การชุมนุม ก็ไม่ได้เป็นประชาชนฝ่ายท่านทั้งหมด แต่ก็ประชาชนที่โดนหลอกมาเป็นเครื่องมือและต้องรับผิดชอบ แทนพวกท่าน ก็มีจำนวนมาก พี่น้องทหารที่เสียชีวิตก็อยู่ใน 91 ศพ  และตนยืนยันว่านายอภิสิทธิ์เสียน้ำตา เพราะตอนที่มีการปราศรัยใหญ่ที่ราชประสงค์นายอภิสิทธิ์ก็ยืนยันว่าได้เสียน้ำตาให้กับพี่น้องประชาชนบริสุทธิ์ และทหารที่ได้เสียชีวิตไป แต่จะไม่เสียน้ำตาให้กับคนที่พาประชาชนมาเป็นเครื่องมือต่อรองกับรัฐ

           “สิ่งที่แตกต่างกันคือหลังจากวันนั้นนายอภิสิทธิ์เลือกที่จะเข้มแข็งและพาบ้านเมืองผ่านวิกฤติการเผาบ้านเมืองมาได้ ทั้งที่มีหลายคนพูดว่าหากนายอภิสิทธิ์ยุบสภา แล้วมีเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็จะชนะแต่ท่านก็เลือกที่จะไม่ทำ ฉะนั้นตนขอเรียกร้องความเข้มแข็งจากนายกรัฐมนตรี อยากเรียกร้องความเป็นลูกผู้ชายจากคนที่อยู่รอบตัวท่าน เพราะพวกเขาใช้นายกรัฐมนตรีเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับพรรคฝ่ายค้าน” นายชวนนท์กล่าว