ข่าว

พธม.เตรียมกำหนดจุดยืนตั้งพรรคการเมืองใหม่

พธม.เตรียมกำหนดจุดยืนตั้งพรรคการเมืองใหม่

03 พ.ค. 2552

พธม.ค้านแก้ไข รธน.-นิรโทษกรรมนักการเมือง "สมเกียรติ" ชี้ตั้งกก.สมานฉันท์แก้ รธน.โยนปมขัดแย้งให้สภาฯ เชื่อเดินหน้าเมื่อไหร่วุ่นวายแน่ ดีเดย์ 24-25 พ.ค.สัมมนาใหญ่ พร้อมจะกำหนดจุดยืนตั้งพรรคการเมืองใหม่ พธม. 16 จังหวัดภาคใต้ประกาศ 4 ข้อเสนอเดินหน้าสร้างการเม

(3พ.ค.) หลังการแถลงข่าวเปิดปมเหตุการลอบสังหารของนายสมนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บ้านพระอาทิตย์แล้ว จากนั้นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้ร่วมกันแถลงจุดยืนของกลุ่มพันธมิตรฯ ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
 
 นายสมศักดิ์ โกศัยสุข กล่าวว่า พันธมิตรฯ ยืนยันมาตลอดว่าไม่เห็นด้วยและคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติจากประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการนิรโทษกรรมให้กับนักการเมืองที่ทุจริตเลือกตั้ง โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยนักการเมืองที่มีร่องรอยของการเมืองเก่าที่เป็นลิ่วล้อของนักการเมืองที่ถูกศาลพิพากษาให้เว้นวรรคทางการเมืองนั้น แม้จะเอาบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมแต่ก็เป็นเพียงไม้ประดับให้ดูดีเพียงไม่กี่คน ถือว่าเป็นสิ่งไม่ชอบธรรม เพราะฉะนั้น เรื่องคดีความต่างๆ รัฐบาลควรจัดการให้เสร็จสิ้นก่อน จากนั้นค่อยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 "ขณะนี้ปัญหาการเมืองของบ้านเรา ยังอยู่ในวังวนของการเมืองแบบเก่า  พฤติกรรมของนักการเมืองไม่ยอมเปลี่ยนไปตามกฎกติกาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าพฤติกรรมนักการเมืองไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่หากนักการเมืองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ก็จะทำให้การเมืองใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเห็นว่า เพียงแค่นักการเมืองปรับพฤติกรรมไปตามกติกาของรัฐธรรมนูญ ก็จะทำให้การเมืองพลิกโฉมได้"

 นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศทำให้ทุกฝ่ายอยู่ในความเสี่ยง ไม้เว้นแม้แต่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก็ตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งสะท้อนได้จากการที่นายอภิสิทธิ์ ต้องไปอาศัยหลับนอนในบ้านแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ว่ากลุ่มที่เหิมเกริมทางการเมืองได้สยายปีกเพื่อจัดการกับบุคคลระดับประเทศ รวมถึงการที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกลอบสังหาร ทำให้การเมืองขณะนี้ไม่นิ่งพอ ประกอบกับการพ่ายแพ้ในยุทธวิธีของระบอบทักษิณในช่วงสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา ทำให้ระบอบทักษิณต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ คือการที่นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกาศที่จะใช้อาวุธในการต่อสู้ และที่สำคัญคือในขณะนี้มีการโยนปมเงื่อนความขัดแย้ง 2 ปม คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนิรโทษกรรม ให้ไปอยู่ในสภาฯ

 “2 ปัจจัยนี้จะทำให้สภาฯ ยุ่งเหยิงภายใน 1 - 3 เดือนข้างหน้า ทันทีที่ตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติขึ้นมา ทำให้ ส.ว. 40 คน ออกมาแถลงข่าวคัดค้านทันที แสดงว่าสัญญาณการต่อสู้ในสภาฯ เข้มข้นขึ้น เชื่อว่ารัฐสภาฯ จะกลายเป็นเวทีความขัดแย้งรอบใหม่ นอกจากนี้ ในพรรคการเมืองยังมีความไม่ลงตัวสูงยิ่งในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นได้จาก นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ก็ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว อีกทั้งพลังของประชาชนจะชี้ขาดเรื่องนี้เอง ไม่ใช่คนในสภาจะเออออ แล้วไปแก้ไข มันเป็นไปไม่ได้ ” นายสมเกียรติ กล่าว

 นายสุริยะใส กตะศิลา  กล่าวว่า การจัดงานสภาพันธมิตรประชาชนแห่งประเทศไทย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 - 25 พ.ค. ที่อิมแพ็คอารีนา เมืองทองธานี นั้น ในวันที่ 24 พ.ค. เป็นการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มแนวร่วมต่างๆ ทั่วประเทศ ที่เคยร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ โดยส่งตัวแทนเข้ามาร่วมสัมมนา ส่วนในวันที่ 25 พ.ค. นั้นเป็นงานครบรอบ 1 ปี สำหรับการชุมนุมยืดเยื้อ 193 วัน โดยในวันดังกล่าวจะมีการอ่านประกาศที่ประชุมของพันธมิตรฯ และจะมีการสอบถามความเห็นเรื่องท่าทีในการนิรโทษกรรม และการตั้งพรรคการเมือง

 เมื่อถามว่า สายไปหรือไม่ที่พันธมิตรฯ จะประกาศจุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 24 - 25 พ.ค. เพราะขณะนี้ในสภาฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว นายพิภพ ธงไชย กล่าวว่า  ไม่ห่วงเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่ากระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาฯ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ไม่มีทางสำเร็จ เพราะขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ สังคมไทยยังเห็นโจทย์ปัญหาการเมืองว่า หลักใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญ หากแต่เป็นพฤติกรรมของนักการเมืองที่มีปัญหา

 เมื่อถามว่า หากไม่แก้รัฐธรรมนูญ จะมีทางออกอื่นหรือไม่เพื่อทำให้เกิดความสมานฉันท์ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ยาก คนที่ทำผิดต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ใครทำผิดแล้วนิรโทษกรรม ดังนั้น ความสมานฉันท์ต้องใช้ความถูกต้องมาเป็นพื้นฐาน คนทำผิดต้องถูกลงโทษ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ยกเลิก ถ้าเป็นเช่นนั้นสังคมจะล่มสลายและอยู่ไม่ได้

 เมื่อถามว่า หากคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญสรุปว่าสมควรแก้ไข ทางพันธมิตรฯ จะเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายสุริยะใส กล่าวว่า สถานการณ์จะเป็นตัวกำหนด แต่ขณะนี้เรายังไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น อย่างไรก็ตาม แม้คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีผลสรุปออกมาว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายก็ต้องผ่านกระบวนการทางสภาฯ โดยอาจจะมีการประชุมร่วมสองสภาฯ หรือ โยนมาให้ประชาชนพิจารณา ซึ่งอาจจะใช้เวลานานเป็นปี ดังนั้น จึงตั้งธงไม่ได้ว่าพันธมิตรฯ จะเคลื่อนไหวหรือไม่

 เมื่อถามอีกว่า รู้สึกอย่างไรที่ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงยังเป็นหน้าเดิม นายสุริยะใส กล่าวว่า เราส่งสัญญาณและเราสื่อสารถึงนายกฯ มาตลอดว่าเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล หากนายกฯ ยังไม่เห็นก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร หรือคงต้องหาที่นอนใหม่

พันธมิตร16จ.ใต้ยื่น4ข้อเดินหน้าสร้างการเมืองใหม่

 นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 16 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 16 จังหวัดภาคใต้ ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางร่วมสร้างการเมืองใหม่ จนได้ข้อสรุปมีมติ 4 ข้อดังนี้

 1. ในเวลานี้ยังไม่มีความเหมาะสมที่พันธมิตรฯ จะตั้งพรรคการเมือง และพันธมิตรฯ 16 จังหวัดภาคใต้ ยังคงยืนยันที่จะทำงานการเมืองภาคประชาชนต่อไป แต่จะสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ และดำเนินการตามข้อเรียกร้อง 13 ข้อของพันธมิตรฯ

 2. คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนิรโทษกรรมทางการเมือง 3. สนับสนุนกิจกรรมการสัมมนา เพื่อหาแนวทางการสร้างการเมืองใหม่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2552 ณ เมืองทองธานี โดยส่งตัวแทนเข้าร่วมการสัมมนาจังหวัดละ 10 คน

 และ 4. สนับสนุนและระดมมวลชนอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม 193 วันรำลึก 1 ปี การต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 ณ สนามศุภชลาศัย

 “มติทั้ง4 ข้อนี้กลุ่มพันธมิตรฯยืนยันจะดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคนเพื่อให้การดำเนินงานต่างๆเป็นไปตามทิศทางและกรอบอดุมการณ์ที่วางไว้ร่วมกัน ” นายสุนทร กล่าว

ปธ.วุฒิฯชี้กก.2ชุดช่วยคลายสถานการณ์"ดิเรก"ให้ถอยคนละก้าว
 
 นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะว่า ขณะนี้ทุกฝ่าย ทั้งฝ่านค้าน ฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภา ก็เห็นด้วยและเชื่อว่า ประชาชนทุกคนก็อยากเห็นการปรองดองเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นช่องทางถึงในการแก้ไขปัญหา

 "ถึงจะแก้ปัญหาได้ไม่หมด เพราะไม่แก้ที่ต้นตอ แต่อย่างน้อยก็เป็นช่องทางที่จะทำให้สถานการณ์ผ่อนปรนลง ซึ่งต้นตอทุกคนก็รู้อยู่ อย่าให้ผมพูดเลย การจะแก้ไขที่ต้นตอนั้น อย่าไปทิ้งเรื่องการเจรจา ทุกอย่างอย่าทำให้คนจนตรอก ส่วนจะตกลงกันได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่แค่เริ่มต้นกระบวนการเจรจาก็ดีแล้ว"

 เมื่อถามว่า แล้วความขัดแย้งจะอยู่กับสังคมไทยไปอีกนานแค่ไหน นายประสพสุขตอบว่า ก็ยังคงอยู่ แต่จะค่อย ๆ สงบลง อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลจะเรียกความเชื่อมั่นได้

 เมื่อถามว่า ยังคงเห็นว่า ต้องแก้รัฐธรรมนูญอยู่ นายประสพสุขตอบว่า ต้องแก้ แต่ไม่ต้องแก้ทุกมาตรา เอาเรื่องสำคัญ ๆ จุดใหญ่ที่ทุกคนรับได้ เช่น มาตรา 190 , 237 หรือมาตรา 266-267 ที่ห้ามฝ่ายนิติบัญญัติเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับข้าราชการ ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนเข้ามาร้องกับส.ส. แล้วส.ส.จะทำอย่างไร ไปบอกข้าราชการก็ไม่ได้ เป็นการเขียนมัดมาหกเกินไป ขณะนี้คิดว่า อยู่ในอารมณ์ที่คนอยากให้แก้แล้ว

 เมื่อถามว่า บางฝ่ายอยากให้ทำประชามติก่อน นายประสพสุขตอบว่า ทำไมต้องเสียเงินถึง 2 พันล้านบาท คิดว่าไม่จำเป็นต้องเสียเงิน ทำให้ต้องยืดเวลาออกไปอีก จะแก้หรือไม่แก้ผลก็คือแก้ เพราะเราเห็นปัญหาแล้ว อยากให้ประชามติก็ดูโพลซึ่งอ้างอิงได้ แนวโน้มคิดว่าแก้ได้ แต่ต้องเอาหลัก ๆ อย่าไปพ่วงอย่างอื่น

 เมื่อถามว่า มองบททบาทวุฒิสภา ที่จะร่วมแก้ปัญหาวิกฤตอย่างไร นายประสพสุข ตอบว่า ต้องมีความเป็นกลาง ต้องมีข้อเสนอแนะถึงทางออก ถึงจะมีบางกลุ่มตั้งธงไม่เอาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ก็ต้องฟังที่เสียงข้างมาก อย่าไปตั้งธง ในระบอบประชาธิปไตยต้องทำตามเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องเคารพความเห็นของเสียงส่วนน้อยด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่ม นปช.เดินเกมใหม่ ใช้แนวทางคอมมิวนิสต์เข้ามา โดยให้คนเดือนตุลาฯ เป็นผู้ดำเนินการว่า เท่าที่ดูในข่าว ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรมาก แต่มองว่า เขาน่าจะรอดูว่า คณะกรรมการทั้ง 2 ชุด จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ ส่วนที่จะมีการทวงเอาดีสเตชั่นคืนมานั้น ถือว่าเป็นสิทธิ์ ที่จะให้ประชาชนรับรู้ข่าวสาร

 ด้านนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการเรียกประชุมคณะกรรมการฯนัดแรก ในวันที่ 7 พ.ค.ว่า จะเปิดให้กรรมการได้ร่วมเสนอความเห็น เพื่อวางกรอบการพิจารณาและดำเนินการของคณะกรรมการ ไล่กันไปทีละประเด็น ถือเป็นการเริ่มต้นที่ถูกแล้ว ที่เอาคู่กรณีทุกฝ่าย มาเจรจากันผ่านคนกลาง หากประเด็นไหนเห็นตรงกันก็จบ แต่ถ้าเห็นไม่ตรงกันก็ต้องคุยกันว่า จุดที่พอยอมรับกันได้คืออะไร

 "หากอยากให้บ้านเมืองอยู่ได้ ก็ต้องถอยคนละก้าว แล้วตั้งสติให้ดี ช่วยกันคิดแก้ไขไปทีละประเด็น ซึ่งบังเอิญว่าผมได้เสนอแนวทางนี้มาแต่แรก และไม่รู้ด้วยซ้ำว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จะแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ บางคนจึงมองว่า ผมตั้งธงล่วงหน้า แต่ที่จริงไม่ใช่"

 นายดิเรก กล่าวว่า การทำงานจะไม่มีธงอะไรทั้งนั้น จะเปิดรับฟังจากทุกฝ่าย ไม่ดื้อดึงใช้วิธีเผด็จการ เพราะรู้ดีว่าการมาทำหน้าที่ตรงนี้ ต้องเจอแรงเสียดทานแน่นอน แต่ยืนยันว่าไม่มีใครคุมได้ทั้ง ประธานสภา ประธานวุฒิสภา หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยมาพูดว่า ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้

 เมื่อถามว่า ยังคิดว่า ควรแก้รัฐธรรมนูญอยู่หรือไม่ นายดิเรกตอบว่า ตรงนั้นเป็นความเห็นก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งตรงนี้ จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณากันเอง เพราะในคำสั่งแต่งตั้งก็มีประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญด้วย เดี๋ยวจะหาว่าชี้นำอีก

 เมื่อถามว่า บางฝ่ายมองว่ามีการดึงเกมให้การแก้รัฐธรรมนูญล่าช้าออกไป นายดิเรกตอบว่า หากทำงานไปซักพักแล้วยังไม่มีคำตอบอะไร ก็อาจโดนกล่าวหาว่าซื้อเวลาได้ ขณะนี้คนไทยเฝ้ารอว่า เมื่อไหร่จะเกิดความสมานฉันท์เสียที

เสื้อแดงเชียงใหม่ประกาศรวมพลแห่ปิดบัญชีเงินฝาก ธ.กรุงเทพ

 เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ห้องประชุมชั้นสองภายในโรงแรมแกรนด์ วโรรส พาเลซ หลังวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำนปช.รุ่น 1ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดทั่วประเทศเพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนทางการเมือง  โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า 30 คน โดยในส่วนของภาคเหนือนั้นมีนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล และน.ส.กัญญาภัค มณีจักรหรือดีเจอ้อม แกนนำเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เจ้าของพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการจัดประชุม

 ก่อนการประชุมภายในของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและนายสุรชัยจะเริ่มขึ้น ได้มีการเปิดแถลงข่าวให้กับผู้สื่อข่าวในประเด็นที่กลุ่มเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ เตรียมที่จะเรียกระดมคนเสื้อแดงในพื้นที่ให้มารวมตัวกันที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรสในเวลา 09.00-10.00น.ของวันพรุ่งนี้ (4 พ.ค.)เพื่อรวมตัวเดินขบวนกันไปปิดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
ซึ่งทางกลุ่มเสื้อแดงได้ฝากเงินไว้ 

 นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล กล่าวว่า การเดินขบวนไปปิดปัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพของเสื้อแดงเชียงใหม่นั้น ถือเป็นจังหวัดแรกของประเทศ เบื้องต้นยังไม่ระบุว่า จะมีจำนวนกี่รายวงเงินฝากเท่าไร แต่ทางกลุ่มจะเลือกไปปิดบัญชีในสาขาแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่อย่างแน่นอน 

 สำหรับการรวมตัวกันไปปิดบัญชีครั้งนี้ เนื่องจากธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีเป็นที่ปรึกษา ในชุดบริหารและที่ผ่านมายังเป็นแหล่งที่ให้ทุนสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการหนุนระบอบเผด็จการ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวนายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำ นปช.รุ่น 1 ได้อ่านแถลงการณ์ ซึ่งระบุว่าออกในนามของกลุ่ม “ประชาธิปไตยก้าวหน้า”

 นายสุรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันการเมืองไทยมีเพียง 2 ขั้ว คือ ขั้วอนุรักษ์นิยมคือประชาธิปปัตย์กับขั้วทุนนิยมใหม่ คือพรรคเพื่อไทย แต่ไม่มีขั้วที่ 3 คือ ขั้วประชาธิปไตยประชาชนที่เป็นตัวแทนชนชั้นกลางกับชนชั้นล่าง ที่ตนมาเข้ามาร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงเนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มชนชั้นกลางและชนชั้นล่างที่จะร่วมสนับสนุนให้ได้มา ซึ่งแนวทางการเมืองขั้วที่ 3 คือ สนับสนุนการปฏิวัติประชาธิปไตยทุนนิยมให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นทางที่ถูกต้องของสังคมปัจจุบัน มองว่าจะเป็นระยะผ่านของการพัฒนาการทางสังคมและการเมืองไทยที่จะก้าวเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยก้าวหน้า และสังคมรัฐสวัสดิการ ที่มีต้นแบบคือประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่ยังมีสถาบัน

 ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนและคนเดือนตุลาได้เคยคาดหวังกับนโยบาย 66/23ของกองทัพที่ให้เราวางอาวุธมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยและขั้นสุดท้ายคือทำระบบประชาธิปไตยให้สมบูรณ์จึงได้ยอมวางอาวุธ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะกองทัพไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ จึงเท่ากับถูกหลอกให้วางปืน เพราะไม่ได้ทำให้เกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ หนำซ้ำกลับสนับสนุนระบอบเผด็จการให้กลับคืนมาอีกในการทำรัฐประหาร 19 กันยา2549

 นายสุรชัย กล่าวอีกว่า นี่คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้กับกองทัพและกลุ่มอนุรักษ์นิยมจึงต้องเข้าร่วมกับกลุ่มเสื้อแดงเพื่อต่อสู้ผลักดันให้สังคมและการเมืองไทยก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง เป็นสังคมที่พัฒนามีการเมืองระบบถ่วงดุล 3 ขั้วการเมืองคือขั้วอนุรักษ์นิยม  ขั้วทุนนิยมใหม่และขั้วประชาธิปไตยประชาชน ซึ่งเป็นตัวแทนของชนชั้นกลางและชนชั้นล่าง ซึ่งเชื่อมั่นว่าสังคมไทยจะต้องพัฒนาไปข้างหน้าอย่างสันติวิธีแบบเปลี่ยนผ่านไม่ใช่แบบรุนแรงโค่นล้มทำลายล้างกัน

 แถลงการณ์ดังกล่าวนี้ตนต้องการสื่อไปยังคน 2 กลุ่ม  กลุ่มแรกคือกลุ่มคนตุลาที่ร่วมพัฒนาชาติไทยซึ่งวางปืนตามนโยบาย 66/23 ว่าพวกคุณลืมสิ่งเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง กลุ่มที่ 2 คือ กองทัพ