ข่าว

'สุกำพล'คาดกู้ถนน340เสร็จเย็นนี้

'สุกำพล'คาดกู้ถนน340เสร็จเย็นนี้

13 พ.ย. 2554

“สุกำพล” คาด กู้ถนน 340 เสร็จเย็นนี้ มั่นใจ เชื่อพระรามสอง ยังสัญจรได้ เตรียมใช้บิ๊กแบ็ก 1 พันถุง กู้ดอนเมือง เร่งสูบน้ำออก เผย หลังน้ำลด เร่งซ่อมแซมรันเวย์ คาดเสร็จภายใน 2 เดือน

           วันที่ 13 พ.ย.54  เมื่อเวลา 10.30 น.  พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีการกู้ถนนสาย 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี เพื่อใช้เป็นเส้นทางลงภาคใต้ หลังจากจะปล่อยให้ถนนพระราม 2 เป็นเส้นทางที่น้ำไหลผ่านลงทะเล ว่า   ช่วงระหว่างหน้าหมู่บ้านสมบัติบุรี ซึ่งเป็นในจุดที่น้ำขึ้นสูง เราได้เร่งสูบออก ซึ่งประชาชนไม่ค่อยเห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่าน้ำที่อยู่ในถนนนั้นมีปริมาณไม่มาก หากเราสูบออกไปแล้วจะไม่ทำให้เดือดร้อนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน  คาดว่าภายในเย็นวันนี้(13 พ.ย.) น่าจะสูบน้ำออกหมดเรียบร้อย
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าหากถนนพระราม 2 น้ำท่วมสูงสุด รถก็ยังสามารถสัญจรได้ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ตนคงตอบไม่ได้ว่าน้ำจะมีปริมาณสูงมากแค่ไหน แต่หากมีน้ำมาและผ่านไปแล้ว หรือระดับน้ำไม่สูงมากนัก เชื่อว่ารถจะสามารถสัญจรได้ ตนคาดว่าน้ำโอกาสที่น้ำจะท่วมขังนานเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากเราได้เคลียร์ทางไว้เรียบร้อยแล้ว
 
          เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าถนนสาย 340 รถเล็กจะสามารถสัญจรได้เมื่อใด พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ตนคาดว่าภายในช่วงเย็นของวันนี้ (13 พ.ย.) บริเวณหน้าหมู่บ้านสมบัติบุรี คงจะเรียบร้อย หากจุดที่เรากู้อยู่สามารถสูบน้ำออกหมด ซึ่งขณะนี้ปัญหาอยู่ตรงที่ทราย เนื่องจากการขนส่งทรายเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทรายจึงมาช้า จึงไม่ทันที่เราจะใช้ได้ทันเวลา ทั้งนี้การกู้ถนนเส้นนี้ เราต้องบอกว่าน้ำยังสามารถซึมเข้าถนนได้อยู่ เพราะมีความยาวถึง 700 เมตร ดังนั้นเราจะสูบให้แห้งทั้งเส้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่หากมีน้ำบนพื้นผิวถนนบ้าง เราก็สามารถเปิดการจราจรได้แล้ว ส่วนถนนสาย 9 เราก็เร่งกู้ด้วย ยืนยันว่าจะทำให้เร็วที่สุด
 
          ผู้สื่อข่าวถามถึงการเคลียร์เส้นทางบนทางด่วนโทลเวย์ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจกำลังเคลียอยู่ ซึ่งคาดว่าบนโทลเวย์น่าจะเคลียร์รถหมดแล้ว ส่วนด้านล่างทางกรมทางหลวงกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ดำเนินการได้วันละไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากมีประชาชนใช้รถมาก การดำเนินการตรงนี้จึงทำให้กีดขวางการจราจร เราจึงต้องเร่งทำในเวลากลางคืน จึงเป็นไปด้วยความล่าช้า
 
          ต่อข้อถามเรื่องแผนในการกู้สนามบินดอนเมือง พล.อ.อ.สุกำพล ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ได้ประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายบริหาร กระทรวงคมนาคม กทม. และทางท่าอากาศยาน ซึ่งเราได้หารือกันว่าถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า ด้านหน้าท่าอากาศยานที่พังไป เราก็จะนำบิ๊กแบ๊กไปวาง โดยใช้รถของกองทัพบกนำไปวาง โดยการนำรถแบ็คโฮขึ้นบนรถพ่วง เพื่อนำมาขนบิ๊กแบ๊กประมาณ 1,000 ถุง ไปวางตลอดแนว เพื่อเป็นการชะลอน้ำไม่ให้ห้ามเข้า จากนั้นการสูบน้ำออกนั้น ทางการท่าจะต้องเร่งซ่อมเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่อง ที่จมน้ำอยู่ อย่างไรก็ตามการสูบน้ำออกก็ต้องคำนึงถึงประชาชน เพราะหากเร่งสูบน้ำออกทางกทม.จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะน้ำที่ขังอยู่ในสนามบินดอนเมืองนั้นมีปริมาก หรือจะปล่อยให้น้ำไหลออกตามธรรมชาติ จากนั้นเมื่อสูบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องกู้ซ่อมแซมรันเวย์ ทั้งนี้คาดว่าหากสนามบินแห้งแล้ว การกู้รันเวย์เพื่อให้เครื่องบินขึ้นลงได้นั้น คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน
 
          พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวยืนยันถึงกระแสข่าวชาวบ้านที่อยู่เหนือแนวคันบิ๊กแบ็กไม่พอใจและต้องการที่จะให้รื้อบิ๊กแบ็กออกว่า ตนขอทำความเข้าใจว่าระดับน้ำเหนือบิ๊กแบ็ก สูงกว่าข้างในบิ๊กแบ็กจริง แต่ที่สูงกว่าไม่ใช่เพราะเราสูบน้ำออกแต่อย่างใด การที่เราวางบิ๊กแบ๊กไม่ใช่เป็นการกั้นน้ำไม่ให้เข้ากทม.แต่อย่างใด เป็นเพียงแค่การชะลอน้ำเท่านั้น เพราะทุกวันนี้น้ำยังไหลเข้ามายังกทม.อยู่ตลอดเวลา เพราะแนวบิ๊กแบ็กมีความยาว ซึ่งหากไม่มีรอยรั้วคงเป็นไปไม่ได้ แต่ทั้งนี้ระบบสูบน้ำทางกทม.มีการสูบได้ดีขึ้น สูบได้มากขึ้น จึงทำให้น้ำข้างในบิ๊กแบ๊กลดลงเร็ว ส่วนน้ำข้างนอกก็ลดลงบ้าง ดังนั้นเราจึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้น้ำจากข้างนอกบิ๊กแบ๊กสูงขึ้น
 
          เมื่อถามว่าจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านบริเวณนั้นหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เราได้คุยกันหลายครั้งแล้ว แต่เป็นหน้าที่ของอีกฝ่าย ไม่ใช่หน้าที่ตน เพราะตนมีหน้าที่สร้างไม่ได้มีหน้าที่เจรจาแต่อย่างใด
 
          สำหรับกรณีที่กทม.มีข้อเสนอให้กู้ถนนเพชรเกษม อีกเส้นทางหนึ่ง เพื่อใช้ในการลงภาคใต้ จะได้หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ถนนเพชรเกษมนั้นเป็นเส้นที่ขวางทางน้ำ เป็นแนวตะวันตก-ตะวันออก ดังนั้นหากเรากู้จะส่งผลให้ด้านบนน้ำท่วมแน่นอน ดังนั้นการกู้ถนนในครั้งนี้เราไม่ใช่จะดูแค่ถนนเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องดูเรื่องการจราจรและน้ำด้วย ทั้งนี้เราจึงกู้สาย 340 เนื่องจากเป็นแนวเหนือ-ใต้ น้ำจึงจะไม่กระทบต่อประชาชนแน่นอน
 
          ส่วนกรณีที่ทางกทม.เร่งให้ศปภ.ไปรื้อแบริเออร์บนถนนพระราม2 ออกให้หมด เนื่องจากขวางทางน้ำ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรารื้อแน่นอน เรามีทีมในการรื้ออยู่แล้ว แต่ต้องรื้อเป็นจุดๆ หากน้ำมาจุดใด เราจึงจะรื้อ จะให้ไปรื้อออกหมดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะมีระยะทางยาว



“สุกำพล” ไม่หวั่นหากถูกปรับ ครม.

          พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าหลังน้ำลดจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับตนแต่อย่างใด แต่หากคิดว่าตนเป็นเป้านั้น ตนคิดว่าอยู่ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นคนเลือกมา หากนายกฯจะเอาตนออกก็เป็นเรื่องของท่าน ตนไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ส่วนการประเมินตนเองนั้น ตนคิดว่าต้องอยู่ที่ผู้ให้คะแนน ตนคงให้คะแนนตนเองไม่ได้



'ชาวนนท์'ฮือรวมตัวยื่นหนังสื่อจี้ผู้ว่าฯนนท์

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวของประชาชน จ.นนทบุรี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน ในเฟซบุ๊คในเว็บเพจ “น้ำขึ้น ให้รีบบอก” ที่มีแฟนเพจกว่า 2.9 แสนราย
 
          ทั้งนี้ แฟนเพจต่างแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาล ศปภ. รวมไปถึงผู้บริหารจ.นนทบุรี ไม่ให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าน้ำจะท่วมในในบริเวณนี้อีกนานหรือไม่ และจะดำเนินการผันน้ำออกจากพื้นที่ได้เมื่อใดเพราะขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำเน่าเหม็นที่ยังคงระดับสูงไม่ต่ำกว่า 1 เมตรรวมไปถึงการไม่ได้รับความเหลียวแลจากภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และส.ส.ในพื้นที่
 อย่างไรก็ตาม บรรดาแฟนเพจต่างนัดแนะเพื่อรวมตัวในการยื่นหนังสือกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีให้ชี้แจงถึงความสามารถในการระบายน้ำของจ.นนทบุรี รวมไปถึงผลระทบจากการกู้ถนน 340 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากผู้ว่าฯนนทบุรี ไม่สามารถให้คำตอบได้ชาวจ.นนทบุรีก็จะเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป