
ธนวรรธน์ชี้หวัดเม็กซิโกแรงศก.หดตัวอีก
"ธนวรรธน์" ชี้หากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รุนแรง ไม่จบ 1-2 สัปดาห์ ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจลด ร้อยละ 0.2-0.5 เผยคนไทยที่เฝ้าระวัง 9 คนไม่ติดหวัด ด่านกักกันสัตว์ตรวจเข้มไก่-หวั่นหวัดนกคืนชีพ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าว วันนี้ (3 พ.ค.) ว่า การที่องค์การอนามัยโลก (WHO) อาจต้องยกระดับเตือนภัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นการระบาดขั้นสูงสุดระดับ 6 ถือเป็นความเสี่ยงมากขึ้น แต่ยังเชื่อว่าทั่วโลกจะสามารถควบคุมได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ เพราะทุกประเทศมีระบบการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ โดยมีติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนตั้งแต่สนามบิน รวมทั้งกำลังเร่งผลิตยารักษา
ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าว ต่อว่า หากการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีความรุนแรงมากขึ้นและแก้ปัญหาไม่จบภายใน 1-2 สัปดาห์ จะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกให้ลดลงประมาณร้อยละ 0.2-0.5 ทำให้เศรษฐกิจโลกมีโอกาสหดตัวมากขึ้นจากเดิมที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงร้อยละ 1.3 เพิ่มเป็นหดตัวร้อยละ 1.5-1.8 ในปี 2552
เนื่องจากทุกประเทศจะต้องจัดงบประมาณเพื่อผลิตยารักษาและแก้ปัญหาโรคไข้หวัด ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ทำให้งบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง ประกอบกับคนทั่วโลกจะลดการท่องเที่ยวและการเดินทางส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรม การบิน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพะในช่วงนี้ใกล้สู่ฤดูท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกาและยุโรป และมีผลต่ออุตสาหกรรมผลิตเนื้อหมู เพราะประชาชนลดการบริโภคเนื้อหมูลง เพราะหวั่นการระบาดของโรคดังกล่าว
"เชื่อว่าการระบาดของโรคจะจบลงได้ เร็ว เพราะการระบาดที่เกิดขึ้นมาจากการที่ชาวเม็กซิโก เดินทางมาท่องเที่ยวตามประเทศต่าง ๆ ไม่ได้เกิดจากเชื้อในประเทศนั้นๆ และผู้เสียชีวิตนอกประเทศเม็กซิโกขณะนี้มีเพียงรายเดียว คือเด็กวัย 23 เดือน ที่ประเทศสหรัฐฯ"นายธนวรรธณ์ กล่าว
เผยคนไทยที่เฝ้าระวัง9คนไม่ติดหวัดพันธุ์ใหม่
นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา เปิดเผยความคืบหน้า สถานการณ์การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. ถึง 2 พ.ค. 52 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงาน ผู้ป่วยในข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สะสม 10 ราย ผลจากการตรวจในห้องปฏิบัติการเป็นไข้หวัดใหญ่ทั่วไป 9 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจผลทางห้องปฏิบัติการอีก 1 ราย เป็นเด็กชายวัย 11 เดือน อยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์
ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยากล่าวว่า เด็กชายคนดังกล่าว เดินทางมาจากประเทศนิวซีแลนด์ถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 52 ขณะนี้อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์ เด็กชายคนดังกล่าว เป็นลูกครึ่งนิวซีแลนด์และไทย ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจเสมหะ แต่จากการประเมินเบื้องต้นร้อยละ 70-80 มั่นใจว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา ส่วนรายของผู้หญิงที่มีไข้ 1 ราย ที่ส่งตัวเข้าสังเกตอาการที่สถาบันบำราศนราดูรเมื่อ 2 วันที่ผ่านมานั้น ผลการตรวจยืนยันพบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ทั่วไป และ วันนี้อาการดีขึ้นแพทย์ให้กลับบ้านได้แล้ว
ทั้งนี้ ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์ระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในวันนี้ (3 พ.ค.) ที่มีนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นประธาน มีการแต่งตั้ง นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาของประเทศไทย เป็นประธานคณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงสาธารณสุข โดยที่ประชุมยังยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ห้ามคนไทยที่จะเดินทางเข้า 16 ประเทศพื้นที่ที่มีรายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งมีประเทศในเอเชียรวมอยู่ด้วย แต่แนะนำให้เลื่อนการเดินทางหากไม่จำเป็น และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงฯ อย่างเคร่งครัด
ส่วนคนไทยที่จะเดินทางกลับจากต่างประเทศ ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเช่นกัน โดยให้สังเกตอาการของตนเองภายใน 7 วันหากมีไข้ ไอ ขอให้คาดหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไทยมีมาตรการป้องกันเต็มที่ เฝ้าระวังผู้เดินทางเข้าประเทศทุกด้าน ทางบก 60 ด่าน ทางน้ำ 15 ด่าน และทางอากาศ 15 ด่าน ระดมแพทย์กว่า 30 คนต่อวัน คัดกรองผู้ที่มีไข้รับตัวไปสังเกตอาการที่สถาบันบำราศนราดูร
สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกรายงานตั้งแต่ 24 เม.ย. ถึงเช้าวันที่ 3 พ.ค. มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ใน 16 ประเทศ รวม 658 ราย เสียชีวิต 17 ราย อยู่ในประเทศ เม็กซิโก 16 ราย และในสหรัฐอเมริกา 1 ราย
ด่านกักกันสัตว์ตรวจเข้มไก่-หวั่นหวัดนกคืนชีพ
นายสมหวัง ทองมั่นคง หัวหน้าชุดสารวัตรปศุสัตว์ จุดตรวจด่านกักกันสัตว์สงขลา กล่าวว่า ในช่วงนี้ทางด่านกักกันสัตว์สงขลา ได้ทำการคุมเข้มการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกข้ามจังหวัด โดยเฉพาะไก่ และหมู โดยปกติจะมีสัตว์ปีกจำพวกไก่เนื้อ เข้ามาวันละไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัว ซึ่งเคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อมาส่งที่อำเภอหาดใหญ่ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
อีกทั้งในช่วงนี้ มีการสั่งไก่ข้ามจังหวัดเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากหมูมีราคาแพงประชาชนหันมากินไก่ ทำให้เราต้องคุมเข้มมากกว่าปรกติ ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อรถบรรทุกสัตว์ปีกผ่านมาจะต้องหยุดตรวจและทำการพ่นยาฆ่าเชื้อที่ยานพาหนะ ตรวจสอบอาการสัตว์ รวมทั้งใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่ผ่านการตรวจโรคแล้ว หากรถบรรทุกสัตว์ปีกคันใด ไม่มีใบอนุญาต ก็จะถูกจับกุมดำเนินคดีทันที พร้อมเก็บตัวอย่างไปชันสูตรโรค
หากตรวจพบว่าสัตว์เป็นโรคเราจะทำลายทันที ในส่วนของหมูที่มีการข้ามเขตในช่วงนี้จะมีน้อยลงกว่าปรกติ 10 - 20% ทางเราจะตรวจเช่นเดียวกับสัตว์อื่นๆโดยเฉพาะใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่ผ่านการตรวจโรคแล้วเช่นกัน



