
อิตาลีฉลอง'แบร์ลุสโคนี'ลาออก
ชาวอิตาลีฉลองแบร์ลุสโคนีลาออกแล้วหลังรัฐสภาโหวตอนุมัติแผนปฏิรูปศก.ตามคำสัญญาที่ได้ประกาศไว้
13 พ.ย. 2554นายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนีของอิตาลีลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อคืนวันที่ 12 พ.ย. หลังรัฐสภาลงมติอนุมัติแผนปฏิรูปเศรษฐกิจและมาตรการตัดลดรายจ่าย เพื่อบรรเทาวิกฤติหนี้จำนวนมหาศาลตามข้อเรียกร้องของยุโรป ถือเป็นการปิดฉากเส้นทางชีวิตทางการเมืองอันยาวนาน 17 ปีท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้เขาลาออกด้วยคดีอื้อฉาวทางเพศและคอร์รัปชั่น และกระแส
กดดันจากวิกฤติเศรษฐกิจ
ทำเนียบประธานาธิบดีแถลงว่า แบร์ลุสโคนี ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อประธานาธิบดีจิออร์จิโอ นาโปลิตาโนเมื่อคืนวาน และประธานาธิบดีจะขอให้นายมาริโอ มอนติ วัย 68 ปี นักเศรษฐศาสตร์
และอดีตกรรมาธิการยุโรป เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล โดยจะเชิญพรรคการเมืองต่างๆร่วมหารือในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น
การลาออกของแบร์ลุสโคนี วัย 75 ปีเป็นไปตามคำสัญญาที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ว่าจะก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อรัฐสภาลงมติอนุมัติแผนปฏิรูปเศรษฐกิจและมาตรการตัดลดรายจ่าย
และทั้งสองสภาโหวตเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นจากนั้นประธานาฝธิบดีได้ลงนามบังคับใช้ในบ่ายวันเดียวกัน
และชาวอิตาลีหลายพันต่างออกมาแสดงความยินดีตามท้องถนนในกรุงโรม พร้อมกับโบกธงชาติและเต้นรำ และตะโกนคำว่า "ตัวตลก" ระหว่างที่รถของแบร์ลุสโคนีเข้าไปในทำเนียบประธานาธิบดี
เพื่อยื่นหนังสือลาออก นอกจากนี้ตอนที่แบร์ลุสโคนีร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายเพื่ออำลาตำแหน่ง ก็มีฝูงชนไปตะโกนขับไล่เขาที่ด้านนอกทำเนียบรัฐบาล และบางคนตะโกนคำว่า
"น่าละอาย" "ลาออก" หรือชูป้ายคำว่า"ลาก่อนซิลวิโอ" ระหว่างเดินขบวนไปตามท้องถนนด้วย
แบร์ลุสโคนีนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดของประเทศนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เขาชนะการเลือกตั้ง 3 ครั้ง และบริหารประเทศรวม 10 ปีนับตั้งแต่เข้าสู่
เวทีการเมืองในปี 2537 แต่ตลอดการบริหารประเทศ ต้องเผชิญเสียงเรียกร้องให้ลาออกมานานแล้วด้วยข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีข้อหาคอร์รัปชั่นและเรื้องอื้อฉาวทางเพศ โดยเฉพาะเรื่อง
ล่าสุดการซื้อบริการทางเพศจากสาววัย 17 ปี จนกระทั่งล่าสุดทนแรงกดดันไม่ไหวจากวิกฤติหนี้ของประเทศที่สูงถึง เกือบ 1.9 ล้านล้านยูโร
และนายมอนติ ตัวเก็งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เตรียมจัดตั้งรัฐบาลที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ใช่นักการเมือง เพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาด ด้วยการเร่งตัดลดหนี้สินจำนวนมหาศาล
ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งสูงถึง 7.4% ก่อนลดลงอยู่ที่ราว 7% จนสร้างความวิตกไปทั่วโลก



