
โจรกรุงเหิม ปล้นบ้านปลัดคมนาคม?
ปลัดกระทรวงคมนาคมยกครอบครัวไปงานแต่งลูกสาวที่โรงแรม โจรกรุงเหิมบุกปล้นบ้าน จับแม่บ้านมัดมือ ชะแลงงัดห้องกวาดทรัพย์สินลอยนวล ขณะที่แม่บ้านอีกคนซุกห้องน้ำโทร.แจ้ง 191 แต่ไร้จนท.รับ
เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ชัยยุทธ ปัดธามัง พนักงานสอบสวน (สบ 3 ) สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกปล้นทรัพย์บ้านเลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตวังทอง กทม.เป็นบ้านพักของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมพล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น จำนวน 2 หลัง ห่างกันประมาณ 100 เมตร โดยมีทางเดินปูด้วยกระเบื้องเชื่อมกันบนพื้นดิน บนเนื้อที่ประมาณ 150 ตารางวา ขณะที่รั้วสูงประมาณ 2.5 เมตร ต่อมา เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งกันไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปดูในบ้านเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุวันเดียวกัน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมครอบครัวเดินทางไปร่วมงานแต่งงานลูกสาวที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ส่วนประตูรั้วบ้านซึ่งเป็นประตูไฟฟ้า แต่นายสุพจน์สั่งให้ตัดไฟฟ้าควบคุมประตูรั้วหน้าบ้าน เนื่องจากเกรงว่าหากน้ำท่วมแล้วไฟฟ้าจะช็อตแล้วเข้าออกบ้านไม่ได้
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวน บช.น. กล่าวว่า คนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 7 คน เพราะได้สอบถามแม่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. มีเพียงแม่บ้านจำนวน 3 คนอยู่ในบ้าน ขณะเกิดเหตุคนร้ายได้เข้ามา 5 คนแล้วจับแม่บ้านสองคนมัดมือแล้วข่มขู่ไม่ให้ส่งเสียงและบอกใคร ส่วนแม่บ้านอีกคนได้แอบอยู่ในห้องน้ำ เมื่อคนร้ายถามแม่บ้านที่ถูกจับมัดว่ามีใครอีกแม่บ้านที่ถูกจับก็บอกว่ามีแค่ 2 คนเท่านั้น
แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่า จากนั้นคนร้ายทั้ง 5 คนก็ใช้มีดจี้แม่บ้านที่จับมัดมือให้ขึ้นไปข้างบนชั้น 2 ของบ้านแล้วใช้ชะแลงงัดเข้าไปภายในห้องนอนของนายสุพจน์ ก่อนจะรื้อค้นเอาทรัพย์สิน และทิ้งมีดคัตเตอร์ที่ใช้จี้แม่บ้านกับชะแลงที่ก่อเหตุทิ้งไว้ จากนั้นก็มาขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู ไม่ทราบสีและทะเบียนหลบหนีไป น่าจะมีคนร้ายอีกอย่างน้อย 2 คนรออยู่ที่รถ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในระหว่างที่คนร้ายจี้แม่บ้านทั้งสองและกำลังรื้อค้นบนห้องนอนชั้นสองอยู่นั้น แม่บ้านอีกคนที่แอบอยู่ในห้องน้ำได้พยายามโทรศัพย์แจ้ง 191 หลายครั้งแต่โทร.ไม่ติด ก่อนจะโทร.รายงานเหตุดังกล่าวให้นายสุพจน์ที่อยู่งานแต่งงานของลูกสาวได้รับทราบ จากนั้นนายสุพจน์ได้บอกให้ลูกน้องที่เป็นคนขับรถรีบกลับมาที่บ้านหลังเกิดเหตุแล้วแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงทรัพย์สินที่หายไป แต่กลับถูกปฏิเสธบอกว่ายังไม่มีรายละเอียด ต้องรอให้เจ้าของบ้านตรวจสอบทรัพย์สินอีกครั้งว่ามีสิ่งใดหายไปบ้าง มีมูลค่าเท่าไร ขณะเดียวกันก็มีภรรยาของนายสุพจน์ เข้ามาพูดคุยกับผู้สื่อข่าวในลักษณะไม่อยากให้เรื่องนี้เผยแพราเป็นข่าว พร้อมกับบอกว่าไม่มีอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น



