
หรือถึงเวลาต้องเลือก'เสือกับแพนด้า'
เปิดโลกวันอาทิตย์ : หรือถึงเวลาต้องเลือก เสือกับแพนด้า? : ที่มา ดิ อินดิเพนเดนท์
ผลสำรวจความเห็นนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการปกป้องคุ้มครองสัตว์ป่าเกือบ 600 คนเมื่อไม่นานมานี้ พบว่ามีมากกว่าครึ่ง ที่เห็นด้วยว่า อาจถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องพิจารณาความพยายามอนุรักษ์สัตว์ป่ากันใหม่ โดยมุ่งเน้นไปยังสัตว์ป่าชนิดที่สามารถอนุรักษ์ได้ และมีโอกาสความสำเร็จสูงกว่า ขณะอาจจะต้องทอดทิ้งสัตว์บางชนิดที่การอนุรักษ์ ทำได้ยากและราคาแพง
แนวคิดนี้เป็นเรื่องที่โต้เถียงกันอย่างมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือถกเถียงในกลุ่มนักอนุรักษ์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและยากจะหาข้อสรุป
แต่ ณ เวลานี้ มีนักอนุรักษ์มากขึ้นที่เริ่มพิจารณาแนวทาง "สู้ต่อและปล่อยวาง" อย่างจริงจัง เนื่องจากวิกฤติการณ์สูญพันธุ์ ที่สภาวะธรรมชาติของโลกกำลังเผชิญอยู่ และจะต้องเผชิญในศตวรรษหน้า ขยายขอบเขตออกไปเรื่อยๆ เนื่องจากการสูญเสียแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ ประชากรมนุษย์ที่พุ่งไม่หยุด และภาวะโลกร้อน
นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ใน 583 คนที่เข้าร่วมการสำรวจ เชื่อว่า ความหลากหลายทางชีวภาพที่เสื่อมทรามลงทุกขณะ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น มีความเสี่ยงมาก หรือเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้ นักวิทยาศาสตร์เริ่มเห็นด้วย หรือเห็นด้วยอย่างมาก กับแนวคิดเรื่องการคัดแยก ซึ่งเป็นศัพท์ทางการแพทย์ ที่ใช้เวลาต้องคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเน้นรายที่มีโอกาสรอดเท่านั้น
ดร.เมอร์เรย์ รัดด์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยยอร์ค ที่ทำผลการศึกษาชิ้นนี้ ตีพิมพ์ในวารการ คอนเซอร์เวชัน ไบโอโลจี กล่าวว่า นักอนุรักษ์โต้เถียงกันว่า คงถึงเวลาที่ไม่สามารถปฏิเสธกระบวนการคัดกรองนี้ได้ ผลสำรวจบ่งบอกถึงทัศนคติที่เปลี่ยนไปแล้ว หรือแท้จริงเป็นความคิดที่ยังมีอยู่ตลอดเวลา
"ความท้าทายในการอนุรักษ์คือการที่จะต้องรู้ว่า อะไรอยู่เหนือการเยียวยาช่วยเหลือ และอะไรที่ยังสู้ได้ เพราะในหลายๆ กรณี เราไม่รู้ว่าต้นทุนการอนุรักษ์สัตว์ป่า จะแพงลิบลิ่วสักเพียงใด" ดร.รัดด์กล่าว
มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่เห็นด้วยการคัดแยกสัตว์ป่า เพราะเชื่อว่า เป็นไปไม่ได้ และผิดบาปที่จะไปตัดสินให้สิ่งมีชีวิตอย่างไหนควรอยู่ อย่างไหนไปเพื่อให้อีกชนิดอยู่รอด เนื่องจากการปฏิสัมพันธ์ของระบบนิเวศ มีความสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง แต่หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงคุณค่า หรือความคุ้มค่าจากการทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อสัตว์ยอดนิยมชนิดเดียว ระหว่าง แพนดา หรือผู้ล่ารายใหญ่อย่าง เสือ ในเมื่อเป็นที่ทราบดีแล้วว่า การสูญเสียแหล่งอาศัย เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เมื่อพิจารณาถึงมูลค่าการอนุรักษ์และลำดับความสำคัญเร่งด่วนแล้ว นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ความเข้าใจเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ เป็นความสำคัญอันดับแรกในการดำรงรักษาระบบนิเวศ แต่พวกเขาปฏิเสธเหตุผลด้านวัฒนธรรมหรือจิตใจ มาเป็นแรงผลักดันเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการยึดมุมมองเรื่องประโยชน์ใช้สอยจากบริการของระบบนิเวศเป็นสำคัญ
ยกตัวอย่าง รัฐบาลแคนาดา ทุ่มงบหลายล้านดอลลาร์เพื่อพยายามอนุรักษ์ปลาแซลมอนแอตแลนติก แต่มีคำถามว่า เงินเหล่านี้หากนำไปทุ่มกับโครงการอนุรักษ์อื่นๆ อาจได้ประโยชน์มากกว่านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจชิ้นนี้ชี้ว่า นักอนุรักษ์มืออาชีพที่ถูกสัมภาษณ์ มีความเข้าใจตรงกันประการหนึ่งคือ กระบวนการสูญพันธุ์กำลังเกิดขึ้นจริง และเมื่อเห็นแล้วว่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ อยู่ในขั้นสาหัสสากรรจ์เพียงใด ก็อาจเป็นจุดเริ่มให้นักวิทยาศาสตร์หันมาคิดหนัก ถึงทางเลือกของการอนุรักษ์ที่ให้ความหวังมากที่สุด
มีสัตว์อะไรบ้างที่กำลังจะสูญพันธ์
เสือ - ในปี พ.ศ.2443 (ค.ศ.1900) เฉพาะอินเดียประเทศเดียว มีเสือราว 1 แสนตัว ปัจจุบัน ประเมินกันว่า ประชากรเสือทั่วโลกมีระหว่าง 3,062-5,066 ตัว โดยอินเดียยังเป็นแหล่งอาศัยของเสือมากที่สุด ประมาณ 1,700 ตั
ประชากรอินเดียที่คาดว่าจะมีจำนวนพุ่งแซงจีน กลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ยิ่งเพิ่มแรงกดดันอย่างหนักต่อประชากรเสือ และความเชื่อผิดๆ ของนักสมุนไพรจีนที่ว่า ผลิตภัณฑ์จากเสือ ช่วยรักษาสารพัดโรคภัยไข้เจ็บ หมายความว่า การล่าจะยังเป็นไปอย่างเข้มข้น และการรับมือกับแก๊งนายพรานล่าสัตว์ที่มีความชำนาญสูง ไม่ใช่เรื่องง่าย
หมีขั้วโลก
ประชากรหมีขั้วโลก ถูกประเมินว่า มีตั้งแต่ 2-2.5 หมื่นตัว แต่หากน้ำแข็งในมหาสมุทรอาร์กติก ยังคงหลอมละลายในอัตราปัจจุบันต่อไป จำนวนของสัตว์ขั้วโลกชนิดนี้ อาจลดฮวบ 30 เปอร์เซ็นต์ภายใน 40 ปี
หมีขั้วโลกต้องพึ่งทะเลน้ำแข็งในการเข้าถึงแหล่งอาหารโปรด อย่าง แมวน้ำ หากแผ่นน้ำแข็งละลาย พวกมันจะต้องอดอยาก และออกมาติดต่อกับมนุษย์มากขึ้นเพื่อหาอาหาร
แซลมอนแอตแลนติก
การทำประมงแบบเกินความสามารถในการผลิตทดแทนของท้องทะเล ทำให้ประชากรปลาแซลมอนแอตแลนติกลดฮวบ โดยเฉพาะนอกชายฝั่งตะวันออกของแคนาดา นับจากการปิดแหล่งทำประมงเพื่อการค้า นอกเขตนิวฟาวด์แลนด์ ช่วงต้นทศวรรษหลังปี 2533 แคนาดาได้ทุ่มเงินหลายล้านดอลาร์เพื่อพยายามเพิ่มจำนวนปลา กลับคืนสู่ระดับก่อนมีการทำประมงเป็นอุตสาหกรรม แต่จนถึงปัจจุบัน ยังประสบความสำเร็จน้อยมาก
แพนดายักษ์
สัญลักษณ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของโลก จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่กองทุนเพื่อสัตว์ป่าโลก(WWF) ได้เลือกแพนด้าเป็นโลโกเมื่อตอนก่อตั้งองค์กร ปัจจุบัน มีแพนด้าโตเต็มวัยในป่าราว 2,500 ตัวเท่านั้น จีนได้ทุ่มงบเพื่อการอนุรักษ์หลายล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยชะลออัตราลดลงไปมาก แต่โครงการแพร่พันธุ์แพนด้าที่อยู่ในความดูแลของคน ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเท่านั้น
-----------------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : หรือถึงเวลาต้องเลือก เสือกับแพนด้า? : ที่มา ดิ อินดิเพนเดนท์ )



