
'อภิสิทธิ์'ลั่นไม่คิดฉวยโอกาสบนทุกข์ปชช.
'อภิสิทธิ์' ลั่น ไม่คิดฉวยโอกาสทางการเมืองบนความทุกข์ปชช. ปัดรอส้มหล่นหลัง 'รัฐ' บริหารน้ำเหลว ซัดอย่าเอา 'ปชป.'เป็นแพะ เสนอปรับ 4 จุดอ่อน บริหารน้ำในอนาคต ด้าน 'ยิ่งลักษณ์' แอ่นอกสู้ ยันไม่ท้อ อดทนทำงานถึงที่สุด รับข้อสังเกตุสมาชิก ยันรัฐใช้ กม.ปภ.เหมาะส
12 พ.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ว่า นายกฯพูดหลายครั้งว่า สถานการณ์เช่นนี้อยากเห็นการเมืองสร้างสรรค์ ขอยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาในการทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนประชาชน ตนเข้าใจคนทำงานว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่อยากบอกนายกฯว่า ไม่เคยมียุคใดที่ฝ่ายค้านตั้งใจ ร่วมมือแก้ปัญหาเท่ากับยุคนี้ ตนได้หลีกเลี่ยงการวิจารณ์ บั่นทอนการทำงานรัฐบาล แต่กลับมีโฆษกพรรคเพื่อไทยตำหนิว่า การที่ตนลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนเป็นการสร้างภาพ และยังถูกคนต่อต้านระหว่างการลงพื้นที่ แต่ไม่ทำให้ตนย่อท้อ ขอให้นายกฯไม่ต้องกังวลปัญหาการเมืองจากฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารจัดการที่มีความบกพร่อง ไม่โปร่งใส หากอยากฉวยโอกาสทางการเมืองก็ไม่ยากแต่ก็ไม่เคยฉวยโอกาส และยืนยันผู้ว่าฯกทม.ไม่คิดเล่นการเมืองเช่นกัน ขอความกรุณาให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องกฎหมายพิเศษนั้น ตนไม่ได้เจาะจงว่า ต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลทักษิณปี 2548 เคยบอกว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ใช้ปราบคน แต่รวมถึงใช้ดูแลภัยธรรมชาติด้วย ส่วนการตั้งคณะกรรมการ 2 คณะของรัฐบาลนั้น ถือว่าดีแล้ว แต่วันนี้นายกฯต้องมีสมาธิจัดการปัญหาเฉพาะหน้า อย่าเพิ่งไปวาดฝันเรื่องการบริหารจัดการในอนาคตเช่น ต้องเร่งกู้ถ.พระราม 2 และถ.บรมราชชนนี ขณะที่ฝั่งตะวันออก บางชัน ลาดกระบัง หลายกระทรวงต้องเข้าไปดูแล รวมถึงฝั่งคลองบางซื่อ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้ากทม.ชั้นใน
สำหรับการมองไปข้างหน้าต้องผูกโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตด้วย ตนกังวลว่า บางครั้งคิดเรื่องการเมืองมากเกินไป โดยฝ่ายที่ไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ก็โจมตีรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนก็พยายามปัดประเด็นเหล่านี้ออกไปถือว่า อันตราย การที่บอกว่า ปัญหาเกิดจากปริมาณน้ำฝนมาก จนทำอะไรไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนี้จะเรียกความเชื่อมั่นจากคนไทย และประชาคมโลกได้อย่างไร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทบทวนคือ ต้องยอมรับความจริงและนำไปปรับปรุงการบริหารจัดการ ซึ่งปัญหาการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน ซึ่งมีการหยิบเป็นประเด็นการเมืองว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์จงใจกักน้ำในเขื่อน ทำให้เกิดน้ำท่วม ตนเสียใจที่ศปภ.กล่าวหาพวกตน และให้รัฐบาลที่แล้วมีส่วนรับผิดชอบ อยากชี้แจงว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนช่วงก่อนยุบสภา อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์กักเก็บต่ำสุด เพราะช่วงนั้นแล้งมาก ถ้าดูจังหวะจริง ๆ ที่จะระบายน้ำได้คือ เดือน ส.ค.ถึง ก.ย. 54 จากนั้นก็มีพายุเข้ามาหลายลูก ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรมว.เกษตรฯยอมรับว่า ต้องชะลอการปล่อยน้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรเก็บเกี่ยว แล้วปล่อยให้น้ำเข้าทุ่งภายหลัง จะผิดหรือถูกก็ประเมินกันเอง ไม่เข้าใจว่า ทำไมเอาเรื่องนี้มาเล่นการเมืองว่า เป็นความผิดของรัฐบาลที่แล้ว ในวันข้างหน้าต้องทบทวนระบบนี้ เพราะมีปัญหาเรื่องข้อมูลที่กฟผ.กับกรมชลประทานใช้ไม่ตรงกัน
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีข้อเสนอแนะคือ 1.เรื่องการระบายน้ำ เป็นแบบต่างคนต่างทำ คนทำงานไม่มีความเข้าใจภาพรวมเรื่องการเชื่อมโยงกับจุดอื่นๆ ดังนั้นต้องเร่งทำระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่เขื่อนใหญ่จนถึงอุโมงค์ยักษ์ ให้มีการรวมศูนย์อยู่ที่เดียว 2.การบริหารจัดการน้ำลงทะเลผ่านแม่น้ำสายหลัก 3 สาย ต้องให้สมดุลกัน 3.การแก้ไขระบบบริหารจัดการน้ำที่เดิมออกแบบไว้เฉพาะแก้ปัญหาน้ำหลาก จึงควรปรับระบบรองรับปัญหาน้ำทุ่งด้วย 4.ระบบการสื่อสารไปยังประชาชนมีปัญหา ทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่น หน่วยงานรัฐควรสื่อสารไปยังประชาชนให้แม่นยำที่สุด
หลังจากนี้เชื่อว่า คณะกรรมการ 2 ชุดที่รัฐบาลจะเสนอโครงการลงทุนต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งจะเป็นภาระงบประมาณอีกหลายปี ดังนั้นต้องบริหารจัดการเรื่องคนให้ดีที่สุด เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ใช้ประตูระบายน้ำบริหารน้ำ แต่ใช้มวลชนบริหารแทน ซึ่งแก้ปัญหาไม่ได้ จึงต้องอธิบายให้มวลชนเข้าใจ ใครเสียหายต้องชดเชยเยียวยาให้เป็นพิเศษ เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสร้างคันกั้นน้ำ พอถึงเวลาก็มีนักการเมืองยกมวลชนมาทำลาย ส่วนเรื่องจระเข้าก็ไม่รู้เป็นอย่างไร ตนอยู่เฉย ๆ ก็ถูกกล่าวหาว่า ทำให้น้ำท่วมเพื่อปล่อยจระเข้ามากัดคน ยืนยันไม่ได้เล่นการเมือง
ส่วนเรื่องถุงยังชีพฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ เรื่องนี้ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการมาสอบ แค่เปิดถุงยังชีพมาดูว่า สินค้ามีมูลค่าตามที่ตั้งไว้หรือไม่ เรื่องถุงยังชีพมีการเลือกปฏิบัติ บางพื้นที่ได้ บางพื้นที่ไม่ได้ มีการแบ่งสีกันอยู่ ประเด็นนี้เหล่านี้ต้องจบ ที่ผ่านมามีคนถามตนว่า นายกฯว่าต้องลาออกหรือไม่ ตนคิดว่า วันนี้ไม่ต้องคิดเรื่องนี้ แต่ต้องแก้วิกฤติเดินหน้าแก้ปัญหาโดยนายกฯต้องทบทวนว่า การเมืองไม่ควรไปยุ่งกับการบริหารน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจโดยการก้าวข้ามความเห็นนักกวิชาการ ข้าราชการ หรือการหวังผลทางการเมืองจากความเดือดร้อนปชช.จะต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ไม่เช่นนั้นนายกฯต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ขอให้สบายใจไม่มีใครอยากฉวยโอกาส ใครจะมากระแหนะกระแนน หรือว่า ตนรอส้มหล่น ไม่มีแน่ ขอให้พวกท่านอย่าสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเอง วันนี้กองทัพก็สนองตอบต่อรัฐบาล อย่าสร้างเงื่อนไขให้เกิดความวุ่นวายหลังน้ำลด ฝ่ายค้านมีหน้าที่ต้องตรวจสอบ ใครหาประโยชน์ก็ต้องจัดการตามหน้าที่
จากนั้นเวลา 11.20 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานในที่ประชุม ได้ปิดการอภิปราย โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณว่า ข้อสังเกตุของสมาชิก สิ่งใดที่เป็นประโยชน์และทำได้ ก็จะทำทันที แต่อาจไม่ทำวันนี้เพราะต้องนำไปส่งต่อให้คณะกรรมการ 2 ชุด เพื่อวางแผนและเสนอแนวทางกลับมายังครม. ยืนยันว่า รัฐบาลดูแลชีวิตและทรัพย์สินประชาชนเต็มที่ เรามีข้อจำกัดด้านทรัพยากร ดังนั้นอาจมีความบกพร่องเกิดขึ้นบ้าง ต้องขอบคุณผู้นำฝ่ายค้านที่ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน เป็นสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น ส่วนเรื่องความโปร่งใสในการบริหารจัดการ จะนำรายละเอียดไปตรวจสอบ หากพบความผิดก็ต้องลงโทษ ส่วนการที่รัฐบาลใช้พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยถือว่าเหมาะสม เพราะเป็นกฎหมายสูงสุด ในการให้อำนาจสั่งการหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยเหลือประชาชน ส่วนพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นการห้ามบุคคลเข้าออกเคหะสถาน เพื่อป้องกันการชุมนุมมั่วสุม ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว กระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาล เปรียบเหมือนการรักษาโรค ต้องให้ยาให้ถูกกับโรคด้วย
"ดิฉัน ยืนยันว่า จะตั้งใจ อดทน ไม่ท้อถอยต่อการแก้ปัญหา ฟื้นฟูประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ขอกำลังใจ ความสามัคคีของสมาชิก ประชาชน น้อมนำความสุขของคนในชาติน้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเนื่องในวโรกาส 84 พรรษา "น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
'ปชป.'จี้'รมว.คมนาคม'สั่ง'ขสมก.'วิ่งบริการปชช.ในพื้นที่น้ำท่วม
วันเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม สั่งการให้รถเมล์ขสมก.ออกวิ่งบริการประชาชนตามปกติ โดยเฉพาะรถเมล์ฟรี ซึ่งขณะนี้ได้หายไปจากท้องถนน ทำให้ประชาชนได้รับความลำบากในการสัญจร ท่ามกลางภาวะน้ำท่วมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้จ้างรถเมล์ฟรี วิ่งวันละ 800 คัน คันละ 8,600 บาท คิดเป็น 7 ล้านบาทต่อวัน แต่รถเมล์ฟรีกลับไม่ออกมาวิ่งเลย ทำให้ประชาชนคนยากจนต้องได้รับความลำบากมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ
“ขอเรียกร้องให้รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้รถเมล์ฟรีออกมาบริการประชาชนในทุกเส้นทาง และรถขสมก.ทุกสาย ก็ควรออกมาวิ่งตามปกติได้แล้ว เนื่องจากน้ำในถนนหลายสายได้ลดลง และบางสายก็สามารถวิ่งได้ในบางเลน แต่ขสมก.กลับไม่มีความรับผิดชอบ ขนาดรถเมล์เอกชนสาย 147 ซึ่งใช้แก๊ส ยังคงวิ่งบริการประชาชนตามปกติ รถเมล์ขสมก.ไม่อายรถเมล์เอกชนหรืออย่างไร ขอเรียกร้องให้มีรถเมล์ออกมาวิ่งบริการตามปกติ และต้องมีการหักชดเชยคืนเงินส่วนที่ไม่บริการประชาชนคืนให้รัฐบาลด้วย เพราะเป็นเงินภาษีประชาชน อย่าทำเป็นตามน้ำ” นายวัชระ กล่าว



