
ใช้จ่ายหลังน้ำลด
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ใช้จ่ายหลังน้ำลด โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ครบ 1 สัปดาห์เต็มๆ ที่ดิฉันมีสภาพเป็นทั้งผู้ประสบภัยและผู้อพยพ เมื่อบ้านที่พุทธมณฑลถูกน้องน้ำเข้าครอบครอง จนทำให้ต้องถอยร่นออกมา แม้ตอนแรกคิดจะปักหลักสู้กับเธอสักตั้ง แต่สุดท้ายก็มีเหตุให้ต้อง "ทิ้งบ้าน" จะเรียกว่า โชคดีก็คงจะพูดไม่ได้เต็มปาก แต่ก็นับว่ายังดีกว่าอีกหลายคนที่ต้องย้ายหนีน้ำไม่รู้กี่ครั้งกี่หน เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน อย่างไร เธอก็ตามไปราวีจนแตกพ่ายทุกครั้ง
จริงๆ ก็เข้าใจความรู้สึกของคนที่ปักหลักสู้ ว่าไม่ใช่ด้วยเงื่อนไขห่วงบ้าน ห่วงทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว เพราะการออกจากบ้านเพื่อไปใช้ชีวิตในศูนย์อพยพหรือศูนย์พักพิง ที่ถูกจัดตั้งขึ้นแบบขอไปที ไม่มีการเตรียมพร้อม มันไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้หลายคนคิดว่าถ้าต้องไปใช้ชีวิตแบบนั้น สู้อยู่ที่บ้านซึ่งได้เตรียมเสบียงพร้อมไว้แล้วไม่ดีกว่าหรือ
ขณะที่อีกหลายคนก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงที่จะไปอาศัยอยู่กินได้ หรือที่มีอยู่ ก็กลายเป็นผู้ประสบเหตุเหมือนๆ กัน ส่วนเรื่องที่จะอพยพไปอยู่ต่างจังหวัด กินนอนตามโรงแรมรีสอร์ท ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับหรูหราที่อำนวยความสะดวกสบายได้ แต่การเช่าอยู่เป็นเดือน ก็ต้องใช้เงินไม่น้อย ดิฉันถึงเคยบอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ทุกข์ที่เกิดไม่ต่างกัน แต่การรับมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของตนเองต่างหากที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ขึ้นอยู่กับใครพร้อมหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร
แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างต้องกลับไปสู่หลักความจริงที่ว่า "ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป" เมื่อมีน้ำขึ้นก็ต้องมีน้ำลง น้ำมาได้เดี๋ยวน้ำก็ไปได้ เพียงแต่ว่า ระหว่างทางหากมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ปัญหามันก็คงไม่ลุกลามใหญ่โต ดังนั้น เมื่อล่วงเลยจนเข้าสู่กลางเดือนพฤศจิกายน เราจึงได้เห็นหลายๆ พื้นที่เริ่มลงมือทำความสะอาด เก็บกวาดบ้านเรือน เริ่มจากพระนครศรีอยุธยาที่ระดมกันออกมา "ล้างบ้าน" กันอย่างคึกคัก
ดิฉันยังนึกเล่นๆ ว่า "น้องน้ำ" คงเรียนจบบัญชีด้วย เพราะเธอรู้หลักการบันทึกบัญชีแบบ "ไฟโฟ" (FIFO) หรือเฟิร์สท อิน เฟิร์สท เอาท์ ที่ "เข้าก่อน ก็ออกก่อน" เหมือน "ท่วมก่อนก็ลดลงก่อน" ส่วนที่ "ท่วมทีหลัง ก็ลดทีหลัง"
หลังจากความทุกข์เรื่องน้ำผ่านพ้นไป ความปลอดโปร่งโล่งใจก็จะกลับมาอีกครั้ง แต่อาจจะกลับมาให้ "ชื่นชูใจ" ได้เพียงช่วงสั้นๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำ ซึ่งต้องยอมรับว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินคงจะหนักหนาทีเดียว แล้วยิ่งไม่ได้เตรียมสะสมทรัพย์เอาไว้รองรับการใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ทำให้การกลับเข้าสู่มาตรฐานการใช้ชีวิตก่อนน้ำท่วมกับหลังน้ำท่วมคงจะแตกต่างกันพอสมควร
หลังจากนี้จะเข้าสู่ "โหมดของการฟื้นฟู" ที่จะนำมาซึ่งการใช้จ่ายก้อนโต !
ไม่ว่าจะเตรียมเงินไว้ล่วงหน้า หรือไม่ได้เตรียมตัว เพราะแค่ที่ทำมาหากินใส่ปากใส่ท้องแต่ละวันก็หนักหนาอยู่แล้ว ก็ล้วนมีข้อพึงระวังในการใช้จ่ายทั้งนั้นค่ะ วันนี้จึงขออนุญาตหยิบเทคนิคการใช้จ่ายในการฟื้นฟูซ่อมบำรุงบ้านหลังน้ำลดมาเป็นข้อพิจารณา ซึ่งเก็บมาฝากจากส่วนหนึ่งของหนังสือ "เคล็ดวิธีออมเงินให้ร่ำรวย" ที่แม้ว่าจะไม่ได้พูดถึงการใช้จ่ายเงินในช่วงน้ำลดแบบตรงๆ แต่ก็คิดว่า นำมาประยุกต์ใช้ได้
หัวข้อที่น่าสนใจและคิดว่า "พอไปได้" กับเทคนิคการใช้จ่ายหลังน้ำลด ก็คือ "เคล็ดลับง่ายๆ ในการช็อปปิ้งอย่างประหยัด" ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ข้อ นั่นคือ ออกสำรวจสินค้าในห้างสรรพสินค้า พอน้ำลดปุ๊บ ก็ต้องเริ่มออกสำรวจราคาสินค้าเพื่อเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อทุกครั้ง เพราะปกติแล้วแต่ละห้างจะมีโปรโมชั่นหรือราคาขายที่ไม่เหมือนกัน บางห้างอาจมีโปรโมชั่นที่ถูกกว่า แล้วเชื่อว่า หลังน้ำลด แต่ละห้างคงลดสนั่นรับลมหนาวกันเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าคิดจะประหยัด ก็ต้องใช้เวลานิดนึงในการเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ
อีกอย่างที่ควรทำคือ "หัดสังเกตสินค้ารุ่นเก่าก่อนซื้อ" ต้องคิดเสมอว่า ก่อนที่จะช็อปสินค้าที่ลดราคาเป็นพิเศษ ต้องสังเกตวันเดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ การรับประกัน รวมทั้งพิจารณาถึงสภาพของสินค้าอย่างละเอียดรอบคอบว่า ยังมีสภาพดีอยู่หรือไม่ เพราะถ้าลดราคากันมากๆ บางทีก็ต้องตั้งข้อสังเกตเหมือนกันว่า เป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีหรือไม่ หรือมีตำหนิภายนอกที่ยอมรับได้หรือไม่
ถัดมาคือ รู้จักใช้คูปองส่วนลดในการช็อป เพราะปกติการไปช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ มักจะมีคูปองส่วนลดแถมมาให้ด้วย ดังนั้น อย่าแค่เก็บเอาไว้หรือทิ้ง เพราะคูปองเหล่านั้นจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เราจึงควรรู้จักใช้คูปองส่วนลดให้เป็นประโยชน์ หรืออาจจะหาคูปองตามหน้าหนังสือพิมพ์ รวมถึงคูปองสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตที่ใช้บริการ ต้องหมั่นดู หมั่นเช็ก เพราะมีหลายๆ สินค้าที่ให้ส่วนลด และเป็นสินค้าจำเป็นต้องใช้ในช่วงหลังน้ำลดแบบนี้
สำหรับบางคนแล้ว อาจจะใช้วิธี "ทดลองใช้ของเฮ้าส์แบรนด์แทนสินค้าแบรนด์ดัง" ว่ากันว่าสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ หรือสินค้าที่ติดตราห้างสรรพสินค้านั้นๆ จริงๆ แล้วก็ผลิตมาจากโรงงานเดียวกับแบรนด์ดังๆ นั่นแหละ แต่พอติดแบรนด์เข้าไป ราคาก็พุ่งกระฉูด เพราะฉะนั้น หากจำเป็นและต้องการประหยัดจริงๆ ก็สามารถเลือกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์บางประเภทมาใช้งานได้ เพียงแต่ต้องพิจารณาคุณสมบัติการใช้งานของสินค้าอย่างละเอียดรอบคอบ ถ้าคิดว่าอยู่ในวิสัยที่พอใช้งานได้ หรือสามารถใช้ทดแทนแบรนด์ดังๆ ได้ ก็อาจจะใช้ผสมๆ ไปกับสินค้าแบรนด์ เพื่อถัวเฉลี่ยค่าใช้จ่ายก็สามารถ
สุดท้ายคือ อาจจะลองใช้สินค้ารุ่นเก่า ที่ตกรุ่นไปนิดๆ หน่อยๆ ดูบ้าง เพราะความที่สินค้ารุ่นใหม่ดาหน้ากันออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้สินค้ารุ่นเก่าตกรุ่นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้น เมื่อสินค้ารุ่นใหม่ออกมา ห้างสรรพสินค้าก็มักจะนำรุ่นเก่ามาลดราคา หรืออาจจะจัดโปรโมชั่นแบบซื้อ 1 แถม 1 ถ้าตรวจสอบคุณภาพสินค้าแล้วว่า ใช้ได้ ก็นับว่าน่าสนใจ เพราะจะช่วยให้ประหยัดไปได้มากทีเดียว
เมื่อกระบวนการ "ฟื้นฟูบ้าน" เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ "ฟื้นฟูหัวใจ" ที่เคยอ่อนยวบให้กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม
--------------------------
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ใช้จ่ายหลังน้ำลด โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )



