
หวั่นซ้ำรอยดอนเมืองจี้ระบาย'ของบริจาค'
จุฬาฯหวั่นซ้ำรอย..ดอนเมือง จี้ศปภ.ระบาย'ของบริจาค' : ทีมข่าวรายงานพิเศษรายงาน
หลังมวลน้ำเอ่อล้นทะลักศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ดอนเมือง อย่างรวดเร็วจนแทบไม่มีเวลาขนย้ายสิ่งของบริจาคจำนวนมากจากน้ำใจคนไทยที่หลั่งไหลมาเป็นภูเขาเลากานั้น วันนี้ข้าวของบริจาคที่พอจะขนย้ายหนีน้ำได้ทันถูกนำมาเก็บไว้ที่สนามกีฬาแห่งชาติ (สนามศุภชลาศัย) พร้อมทั้งตั้งเป็นศูนย์บริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแห่งใหม่นั้น
บรรยากาศภายในศูนย์รับบริจาค ของ ศปภ.กลับดูเงียบเหงาผิดจากช่วงเวลาที่ตั้งศูนย์อยู่ที่ดอนเมืองมาก และตลอดทั้งวันแทบจะไม่มีผู้นำสิ่งของมาบริจาค ทำให้อาสาสมัครที่เหลืออยู่ไม่กี่สิบคนต้องกระจายไปพักผ่อนอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ภายในบริเวณอาคารจันทนยิ่งยง ซึ่งเป็นสถานที่รับของบริจาค ก่อนให้อาสาสมัครช่วยกันแพ็กของแล้วส่งต่อไปเก็บไว้ที่อาคารจุฬาพัฒน์ 10 ของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ห่างกัน 20 เมตร เพื่อรอส่งมอบให้หน่วยงานต่างๆ นำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ภายในอาคารนี้มีข้าวของบริจาค อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เสื้อผ้า หมอน และขนมปัง ที่แพ็กเตรียมไว้บริจาคจำนวนมาก แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดมาติดต่อรับของไปบริจาค แม้ว่าจะเปิดให้มาติดต่อรับของบริจาคได้ทุกวัน
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์รับบริจาค ศปภ.รายหนึ่ง ยอมรับว่า ขณะนี้ประชาชนนำสิ่งของบริจาคมามอบให้แก่ ศปภ.น้อยลงมาก ทำให้ ศปภ.ต้องดำเนินการจัดซื้อเองเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับจำนวนจิตอาสาที่มาช่วยแพ็กของนับวันก็ยิ่งลดน้อยลงเช่นกัน
"อาจเป็นไปได้ว่าจิตอาสาเขาเบื่อคนบางกลุ่มที่มาจุ้นจ้านอยู่ใน ศปภ. ไม่อยากพูดว่าเป็นคนกลุ่มใด เช่นเดียวกับผู้ที่นำของมาบริจาคคงเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของนักการเมืองบางคนที่ฉวยโอกาสนำสิ่งของบริจาคไปปิดชื่อตัวเองแล้วเอาไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยเพื่อหาเสียง" เจ้าหน้าที่ ศปภ. กล่าว
ความเคลื่อนไหวที่เงียบเหงาภายในศูนย์รับบริจาค ศปภ. ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของมวลน้ำที่จ่อล้นคลองแสนแสบ และอาจจะเอ่อล้นเข้าท่วมศูนย์รับบริจาคอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ ศปภ. รายเดิม ยืนยันว่า มีความพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ได้ทันแน่นอน คงไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ดอนเมือง ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ดอนเมือง เพราะมีนักการเมืองบางคน รวมถึงกระทรวงบางแห่ง มาติดต่อขอรับสิ่งของบริจาคแล้วไม่มารับตามกำหนด แม้ว่าจะได้แจ้งเตือนไปแล้วหลายครั้งจนกระทั่งน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่จัดเก็บ
ขณะเดียวกัน รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกังวลถึงมวลน้ำที่อาจจะเอ่อล้นเข้ามาท่วมศูนย์รับบริจาคแห่งนี้ จึงได้ทำหนังสือลงวันที่ 10 พฤศจิกายน แจ้งเตือนไปยัง นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลศูนย์บริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย (สนามศุภชลาศัย) ให้เตรียมมาตรการในการขนย้ายสิ่งของบริจาคออกจากอาคารจุฬาพัฒน์ 10 แล้ว
"ผมเกรงว่าหาก ศปภ.ไม่ขนย้ายของบริจาคออกไป อาจเกิดความเสียหายซ้ำกรณีที่ดอนเมือง ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ซ้ำ อยากให้เตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ หากน้ำเอ่อคลองแสนแสบ มวลน้ำจะหลากเข้าท่วมพื้นที่ของจุฬาฯ ภายใน 3 ชั่วโมง เกรงว่า ศปภ.จะขนของบริจาคออกไม่ทัน เนื่องจากของบริจาคมีจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมีจำนวนลดน้อยลงทุกวัน" รศ.ดร.วิชิต แสดงความกังวล
ด้าน นายจำเริญ กล่าวว่า ได้ประสานข้อมูลกับผู้อำนวยการเขตปทุมวันทุกวัน ในการเฝ้าระวังน้ำที่อาจเข้าท่วมพื้นที่สนามศุภชลาศัย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ขณะนี้ยังได้รับการยืนยันว่าสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง แต่เพื่อไม่ประมาท มีการจัดเตรียมกำลังทหาร และรถบรรทุก ไว้พร้อมสำหรับการขนย้ายของบริจาคไปเก็บไว้ในสถานที่สำรองทั้ง 2 แห่ง คือ บริเวณชั้น 2 ของอาคารสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอรตลิ้งค์มักกะสัน และบริเวณนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี
"เราได้สำรวจสถานที่ทั้ง 2 แห่งแล้ว แต่สถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน อาจติดขัดตรงที่ทางเข้าอาจคับแคบไม่ค่อยสะดวก แต่ข้อดีคือ อยู่ใกล้ไปมาสะดวก ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร มีพื้นที่กว้างขวาง และมีแผนจะจัดตั้งเป็นคลังอาหารในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่แล้ว หากเกิดน้ำท่วมสนามศุภชลาศัยและจุฬาลงกณ์มหาวิทยาลัย และมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ศปภ.ดอนเมืองแน่" นายจำเริญ ยืนยัน
อย่างไรก็ตาม นายจำเริญ ยอมรับว่า ปัจจุบันมีประชาชนนำสิ่งของมาบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้อยลง จึงทำให้สิ่งของบริจาคที่เก็บไว้ในคลังภายในอาคารจุฬาพัฒน์ 10 มีจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับขณะที่ตั้งศูนย์ในสนามบินดอนเมือง เช่นเดียวกับจำนวนอาสาสมัครที่ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะอุทกภัยเกิดขึ้นนานหลายเดือน !!



