ข่าว

'ปู'รับไม่เก่งเรื่องน้ำ'ธีระ'รับผิดเอง

'ปู'รับไม่เก่งเรื่องน้ำ'ธีระ'รับผิดเอง

11 พ.ย. 2554

"ยิ่งลักษณ์" แจงเกิดอุทกภัยเพราะน้ำมากเกินคาด รับไม่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจึงขอเปิดสภาฟังความเห็น "ธีระ" ขอรับผิดเหตุทำน้ำท่วม ออกตัวไม่ใช่ “ขงเบ้ง” จึงไม่รู้สถานการณ์ล่วงหน้า สภาเสนอตั้ง กก.หาตัวการเก็บน้ำในเขื่อนเกิน ปชป-พท.โยนกันเละรบ.ไหนทำคนตายกว่า 500

           11พ.ย.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย เมื่อถึงเวลาประมาณ 21.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ​ กล่าวชี้แจงในว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในวันที่เข้ามารับตำแหน่งหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา มีจังหวัดที่ประสบอุทกภัย 13 จังหวัด และ ​ปลายเดือนก็ขยายเป็น 33 จังหวัด ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่า ​เดือน ก.ย. - ต.ค. พบกับมรสมุม 3 ลูก ไห่ถาง ​เนสาด นาลแก รวมกับ ร่องความกดอากาศในพื้นที่ภาค​เหนือตอนล่างกลางตอนบนในให้น้ำเข้ามามากและ เกินขีดความสามารถระบบเขื่อนรองรับ อย่างไม่มีใครคาดคิด ​และเป็นมหาอุทกภัยที่เกิดกับประเทศไทย

           น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ผ่านมาสองเดือนรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการแกัไขปัญหา ซึ่งแม้ตนเองจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการน้ำ แต่ก็เป็นคนกลางประสานผู้เชี่ยวชาญมาหารือ หาข้อสรุปร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ​ซึ่งมีทางออกร่วมกัน ทั้งการให้กรมชลประทานชะลอการระบายน้ำท้ายเขื่อน การผันน้ำค้างทุ่ง ออกทางฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ​ สร้างคันกั้นน้ำหรือบิ๊กแบ็คหยุดน้ำเข้าภายในพื้นที่กทม. หรือเร่งซ่อมอุด​รอยแตกแยกคันกั้นน้ำในพระราชดำริ

           นายกรัฐมนตรียังระบุอีกว่า  นอกจากนี้​ปัญหา ต่างๆ ที่เราต้องทำงานร่วมกัน ต้องนำบทเรียนประสบการณ์​ไปประมวลผล​หาทางแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมาข้อมูลหลายอย่างยังไม่ตรงกัน ​ทั้งข้อมูลของ​กรมชลประทาน กทม.  กรมอุทกศาสตร์ จิสดา ​ซึ่งในอนาคต​ ต้องปรับให้เกิดความเอกภาพ ให้เกิดประโยชน์ในภาวะวิกฤติ รวมไปถึงปัญหาเทคนิค ทั้งเรื่องความไม่พร้อมเครื่องจักร การปล่อยปละให้เกิดสิ่งก่อสร้างกีขวางแนวคลองซึ่งจากนี้ต้องตรวจตราให้แน่ใจว่า ไม่อุปสรรคการไหลลงทะเล ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาทุกข์ยากของประเทศชาติ ส่วนการฟื้นฟูเยียวยาก็จะขอคำแนะนำ ความร่วมมือจากสมาชิก ร่วมกันฟื้นฟูเยียวยา จากที่รัฐบาลได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์​ฟื้นฟูประเทศ จึงเรียนสมาชิกว่า เป็นปัญหาเป็นความทุกข์ยากของประชาชน การทำอย่างไรให้ความเป็นอยู่ที่ ของประชาชนกลับมาคืนมา จึงเป็นที่มาของการขอความเห็นของสมาชิก เพื่อกำหนดในการช่วยเหลือประชาชน

​
รมว.เกษตรขอรับผิดเหตุทำน้ำท่วม


           นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อภิปรายชี้แจงยืนยันการจัดการน้ำในเขื่อนว่าเป็นไปตามเกณฑ์การเก็บกักระหว่างระดับสูงสุดและต่ำสุด โดยระบุว่า ขึ้นกับสถานการณ์ แต่จะเอาข้อมูลกักน้ำในแต่ละปีมาเทียบกันมันไม่ใช่วิธีการ โดยช่วงที่น้ำเกินเก็บกักในช่วงปลาย แม้จะเกินระดับไปบ้าง เราก็ต้องยอม เพราะต้องดูว่าล่างเขื่อนมีการทำอะไร  คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำพื้นที่กทม.และปริมณทล มีทั้งตัวแทนกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุกทกศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) กรมทรัพยากรน้ำ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย กรุงเทพมหนคร(กทม.) มีหน้าที่ประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลติดตามน้ำฝน น้ำท่า เพื่อบริหารจัดการน้ำ เพื่อสรุปร่วมกันว่าเวลาใด ควรจะมีการระบายเท่าไร เช่น บางครั้งน้ำเกินเกณฑ์สูงสุดแล้ว แต่ถ้าด้านล่างฝนตกหนัก น้ำท่วมอยู่ ก็ปล่อยไม่ได้ ทั้งนี้ ช่วงเดือนตุลาคมที่ต้องระบายน้ำเพราะเป็นช่วงที่เกิดพายุเนสาด จนทำให้น้ำท่วมจ.เชียงใหม่ น้ำจึงไหลลงเขื่อนภูมิพล 2-3 ร้อยล้าน ลบ.ม.ซึ่งจึงต้องทำการระบายออก
          
           “พอเสียทีครับ เรื่องนี้ไม่มีใครผิด ทั้งกรมชล กฟผ. รัฐบาลที่แล้วก็ไม่ผิด ไม่ได้กักน้ำไว้เกิน รัฐบาลนี้ก็ไม่ผิด แต่เราต้องให้เครดิตเขื่อนภูมิพลบ้าง สร้างมาหลายสิบปีลองหลับตาดูว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนปี 2554 มากเป็น 2 เท่า ถ้าไม่มีเขื่อนภูมิพล จะเกิดอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศ น้ำถูกดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นเรื่องต่ำ เพราะน้ำไหลจากสูงลงต่ำ แต่น้ำเป็นส่วนปะกอบถึง 3 ใน 4 ของโลก เรื่องบริหารจัดการน้ำผมอยากให้ยุติกันเสียทีว่าใครผิดถูก เพราะไม่มีใครผิดถูก แต่ถ้าผิดก็ผิดที่ผม เพราะผมคือพญานาค 1 ตรากระทรวงเกษตรฯ คือพระพิรุณทรงนาค จึงผิดที่ผมไม่สามารถเป็นเหมือนขงเบ้ง ที่จะคาดการได้ถูกหมด รู้สถานการณ์ล่วงหน้า”รมว.เกษตรกล่าว



เสนอตั้งกก.หาตัวการเก็บน้ำเขื่อนเกินระดับ


           ทั้งนี้เมื่อเวลา 19.45 น.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตอบโต้กรณีนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เก็บกักน้ำจนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาอุทกภัยว่า สิ่งที่นายจตุพร อภิปรายนั้นเป็นการใส่ร้ายและพยายามกล่าวหารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีส่วนต่อการเก็บกักน้ำในเขื่อน จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาอุทกภัย เพราะเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนในช่วงเวลาเดียวกัน อาทิ การเก็บกักน้ำในเขื่อนภูมิพลก.ค.ปี 53 แล้วจะพบว่ามีระดับน้ำอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์การเก็บกักน้ำขั้นต่ำเล็กน้อย เนื่องจากปีที่แล้วถือว่าเป็นปีที่แล้งมาก

           อย่างไรก็ตามก่อนที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเข้ามาบริหารประเทศและเป็นช่วงที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์รักษาการณ์อยู่คือเมื่อช่วง ก.ค.2554นั้น จริงอยู่ที่ว่าระดับน้ำในเขื่อนมากกว่าปี 2553 จริง แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์การเก็บกักน้ำขั้นต่ำอยู่ดี โดยอยู่ในระดับ 7,000ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ถือว่าปกติ และเหตุผลที่ไม่เก็บกักน้ำเท่ากับปี 2553 สามัญสำนึกตอบได้เลยว่าจะเกิดผลกระทบต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าและการทำเกษตร อีกทั้งจะทำให้เกิดภาวะแล้งติดต่อกันเป็นปีที่ 2

           จนมาถึงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารประเทศแล้ว ก็มีพายุเข้ามา ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนสูงขึ้น แต่ก็อยู่ในระดับปกติคือประมาณ60%ของความสามารถการกักเก็บ และในการประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีการรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างต่อเนื่องว่าระดับในเขื่อนเพิ่มมากขึ้น แต่การระบายน้ำยังเป็นแบบปกติ จนในช่วงต.ค.จึงจะมีการรีบระบายทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบเป็นระดับกราฟก็ถือว่าชัดขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงนี้ ถือว่ามีการระบายน้ำในเขื่อนที่ไม่สัมพันธ์กับการกักเก็บ เหตุนี้จะไม่บอกว่าการบริหารน้ำในเขื่อนของรัฐบาลไม่ดีได้อย่างไร

           นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลชุดนี้กับรัฐบาลที่แล้วก็เป็นคนคนเดียวกัน ดังนั้นหากมีการใช้หลักการที่ว่ามีการเก็บกักน้ำ จนทำให้เกิดอุทกภัยนั้น ตนก็อยากถามว่าใครเป็นคนทำกันแน่ ข้อมูลของนายจตุพรทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เกิดความแตกแยกโดยการยุยงผ่านสื่อในเครือข่ายของกลุ่มคนเสื้อแดง

           จากนั้นนายจตุพร ได้ใช้สิทธิ์พาดพิง และอภิปรายเสนอว่า ในเมื่อกราฟข้อมูลที่นายสาทิตย์มาแสดงนั้นเป็นอันเดียวกันกับตน จึงขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีให้ตั้งกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อตรวจสอบการเก็บน้ำในเขื่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และใครกันแน่ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดผู้เสียชีวิตจากปัญหาอุทกภัยกว่า 500 ราย