
'ฟ้าหญิง'ทรงแนะอธิษฐานจิต'ในหลวงทรงมีพลานามัยดี'
"ฟ้าหญิง" ทรงขอประชาชนอธิษฐานให้ "ในหลวง" ทรงพระสุขภาพพลานามัยดี นอกจากนี้ทรงแนะผู้ประสบอุทกภัยอดทน มีระเบียบวินัย เหมือนคนญี่ปุ่นที่ประสบปัญหาสึนามิไม่กักตุนของจนทำให้คนอื่นลำบาก
เมื่อเวลา 9.45 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จังหวัดนนทบุรี ทรงเยี่ยมราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยศูนย์ฯแห่งนี้มีผู้เข้าพัก 1,673 คน มีหน่วยงาน และอาสาสมัครมาทำอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัยทุกวัน นอกจากนี้ มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มาให้บริการตรวจรักษาผู้ที่เจ็บป่วย
จากนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานถุงยังชีพแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และผู้ประสบอุทกภัย พร้อมกับพระราชทานของเล่นแก่เด็ก ในการนี้พระราชทานกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยมีจิตใจที่เข้มแข็ง ทรงเข้าพระทัยราษฎรที่สูญเสียบ้านที่เคยอยู่ เพราะก็ทรงประสบปัญหาเช่นเดียวกัน
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตรัสถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวความว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชมาเป็นเวลา 2 ปีเศษ โดยที่อาการแรกรับเมื่อ 2 ปีนั้นเป็นเพราะว่าปอดอักเสบและพอรักษาปอดอักเสบหาย ก็ปรากฏว่าทรงพระดำเนินหรือทรงเดินไม่ได้ ตอนแรกคิดว่ากล้ามเนื้อลีบหรือฝ่อ ก็ทำกายภาพบำบัดหลายอย่าง จนกระทั่งแพทย์ตรวจอีกครั้งพบว่าน้ำในพระสมองมีมากเกินไปซึ่งจะไปกดระบบประสาททำให้การเคลื่อนไหวไม่สะดวก ก็ถวายผ่าตัดเพื่อเอาน้ำออกจากสมอง โดยการเจาะจากไขสันหลัง ดูดน้ำออกจากสมองออกบางส่วนไปทิ้งในช่องท้อง และพระองค์ก็ทรงพระสำราญมาเรื่อยๆ จนกระทังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้
ข้าพเจ้าตอนนั้นไปเยี่ยมคนที่ประสบอุทกภัยที่ จ.พระนครศรีอยุธยาพอกลับมา พยาบาลก็รีบมาตามตัวข้าพเจ้าให้รีบไปดูพระเจ้าอยู่หัวหน่อย ว่าพระเจ้าอยู่หัวถ่ายเป็นเลือดประมาณ 800 ซีซี ความดันตกมาก อยู่ในภาวะทรงช็อคไม่รู้สึกพระองค์ ตอนนั้นแพทย์ก็กำลังถายเลือดและสารอาหารทางเส้น
อันนี้ที่เลือดออกจากในกระเพาะและลำไส้ แพทย์สันนิษฐานว่าเป็นเพราะทรงกังวล ข้าพเจ้าจึงถามพยาบาลว่าทรงทำอะไรบ้างในวันสองที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าพระองค์ทอดพระเนตรข่าวน้ำท่วม อันนี้แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงรักประชาชนเหมือนลูกเหมือนหลาน ทรงเป็นห่วงเป็นใย พระองค์ไม่ค่อยรับสั่ง รับสั่งน้อย แต่อาการที่แสดงออกคือทางร่างกาย พอเพียบขึ้นมาก็เกิดอาการเลือดออกในกระเพาะ และลำไส้ แต่ขณะนี้แพทย์ได้ถวายการรักษาจนทรงเป็นปกติแล้ว แต่ที่มาเล่าให้ฟังนี่ ข้าพเจ้าเองยังซาบซึ้งเลยว่าพระองค์ป่วยอยู่ยังห่วงราษฎรถึงเพียงนี้
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถก็เช่นกัน ทรงตื้นตันทรงห่วงราษฎรตลอดเวลา ทรงติดตามข่าวทั้งทางโทรทัศน์ ทั้งทางวิทยุ อยู่เสมอ และทรงถามข้าพเจ้าเรื่องที่ข้าพเจ้าออกมาเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยต่างๆ จะเห็นได้ว่า ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชก็จริง แต่พระทัยอยู่กับราษฎรทุกคน ถ้าใครรู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระทัย ก็ขอเพียงแต่ให้อธิษฐานในใจเท่านั้นว่า ขอให้พระเจ้าอยู่หัวทรงพระชนยืนและทรงพระสุขภาพพลานามัยดี แค่คิดแค่นี้ ข้าพเจ้าถือว่ากำลังใจของท่านทุกคนจะถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และจะทรงได้กำลังใจจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก"
นอกจากนี้ ยังทรงย้ำให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยมีความอดทน มีระเบียบวินัย โดยทรงยกตัวอย่างที่ดีของคนญี่ปุ่นที่ประสบปัญหาสึนามิและไม่กักตุนของจำเป็นจนคนอื่นลำบาก
จากนั้น ทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยและหน่วยแพทย์พระราชทานที่โปรดให้ออกตรวจรักษาประชาชน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ประกอบด้วย มูลนิธิ พอ.สว.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, มูลนิธิจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์, โรงพยาบาลศิริราช, และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมีผู้มารับบริการ 55 ราย
ในการนี้ ทรงเยี่ยมและมีพระปฏิสันถารกับคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มาตรวจรักษาสัตว์เลี้ยงที่ผู้ประสบอุทกภัยนำมาด้วย ตามโครงการสัตวแพทย์สัญจรซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรบริเวณท่าน้ำนนทบุรี ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากทางจังหวัดมีการวางแผนป้องกันอุทกภัยไว้เป็นอย่างดี สำหรับจังหวัดนนทบุรี มี 8 อำเภอ โดยเกิดอุทกภัยมาตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ปัจจุบันรวมระยะเวลา 71 วัน โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 6 อำเภอ 52 ตำบล มีผู้ประสบภัย 623,789 คน พื้นที่การเกษตร, ชุมชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก



