พท.-ปชป.โยนกันวุ่น'โกงของบริจาค'
สภาเริ่มเดือด พท.-ปชป. โยนกันวุ่นใครโกงของบริจาคช่วยชาวบ้าน ปชป. ซักฟอกซื้อเรือ "ไฟเบอร์กล๊าส" ลำละ 250,000 ใช้ ขรก. ซี 8 เซ็นแทนอธิบดี
11พ.ย.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติกรณีปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัยว่า บรรยากาศในช่วงบ่ายที่ผ่านมาเริ่มดุเดือดขึ้น โดยน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายถึงการบริหารสิ่งของบริจาค ภายใต้การดูแลของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอุทกภัย (ศปภ.) พร้อมกับแสดงภาพถ่ายบริเวณ ศปภ.ดอนเมือง ให้เห็นขั้นตอนการแจกจ่ายว่ามีส.ส.-ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเชื่อได้ว่ามีแอบอ้างของบริจาคเป็นของตนเองก่อนนำไปให้ผู้ประสบภัย อาทิ การติดป้ายจองแสดงความเจ้าของบริเวณชั้นวางสินค้า การติดป้ายบนรถขนส่ง การขึ้นป้ายให้เห็นว่าของทั้งหมดมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บริจาค
น.ส.รังสิมา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ไปซื้อสินค้าและนำมาเปรียบเทียบกับของบริจาคของศปภ.พบว่าสิ่งของที่นำไปให้กับผู้ประสบภัยนั้น มีราคาแพงกว่าปกติและไม่รู้ที่มาชัดเจน อาทิ ข้าวสารถุงที่ของศปภ.ไม่มีชื่อยี่ห้อ แต่ราคาถุงละ 195 บาท ขณะที่ยี่ห้อมาบุญครอง ซึ่งมีมาตรฐานและมีที่มาชัดเจนกลับราคาเพียง 130 บาทต่อถุง ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ศปภ.ไม่มีความน่าเชื่อถือ ยอดบริจาคจึงลดลง พร้อมกับที่ประชาชนและองค์กรต่างชาติเลือกจะไปบริจาคให้หน่วยงานอื่นแทน อาทิ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ได้ไปมอบเงินบริจาคให้กับสภากาชาด 62 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกลับไม่พบความผิด ดังนั้นเรื่องดังกล่าวควรจะมีองค์กรอิสระเป็นผู้ตรวจสอบ และศปภ.เองก็ต้องชี้แจงข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่น.ส.รังสิมา ได้อภิปรายนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในรูปถ่ายได้ลุกขึ้นชี้แจงโดยระบุว่า สิ่งของที่มีการติดจองไว้นั้นเป็นสิ่งของที่มีเศรษฐีที่เป็นเสื้อแดงรายหนึ่งได้บริจาค และให้ตนเองเป็นตัวกลางเพื่อส่งมอบให้กับประชาชนอีกทอดหนึ่ง แตกต่างจากสมัยพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการทุจริตจากกรณีการแจกปลากระป๋องเน่าจนทำให้รัฐมนตรีต้องลาออก
เมื่อถึงช่วงนี้นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ ได้ชี้แจงว่า ตนลาออกเพื่อให้เกิดกระบวนการตรวจสอบและเป็นบรรทัดฐานของนักการเมืองที่ดี ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแต่อย่างใด ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวก็ได้มีคณะกรรมการอิสระที่มาจากทุกฝ่ายได้สอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว
ปชป.ซักฟอกซื้อเรือ"ไฟเบอร์กล๊าส"
นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อว่า ตนอยากเปลี่ยนชื่อจากถุงยังชีพเป็นถุงปลิดชีพ และตนไม่มั่นใจว่า หลังจากนี้จะมี รมต. ต้องถูกปรับออกกี่คน หรือมีข้าราชการต้องออกจากราชการกี่คน ทั้งนี้ตามที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงวันที่ 10 พ.ย.ว่าที่ถุงยังชีพมีราคาแพงเพราะต้องส่งของหลายจุด แต่จากการตรวจสอบก็พบว่าได้ไปส่งที่ ศปภ. จุดเดียว และที่ชี้แจงเรื่องที่อยู่ของบริษัท "เอื้อธนภัทร" ซึ่งไม่ตรงระหว่างใบส่งของและใบเสนอราคา จากการตรวจสอบของตนที่อยู่ที่ระบุในใบส่งของว่า เป็นเลขที่ 78 หมู่ 4 นั้น เป็นที่อยู่ของบริษัทที่จดทะเบียนเป็นกิจการเช่าโกดังสินค้า คนเป็นรองนายกน่าจะตอบให้มีหลักเกณฑ์กว่านี้ส่วนที่สองบริษัทซื้อสินค้าราคาเดียวกันคงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีการฮั้วกัน
นายวิลาศยังอภิปรายอีกว่า การที่ ศปภ. ซื้อเรือช่วยประชาชนโดยนำเงินจากสองทางคือเงินบริจาคและเงินเหลือจ่ายจากปี 2554 และซื้อสองครั้ง ครั้งที่ 1 เป็นการซื้อโดยเงินบริจาค ที่ซื้อเรือไฟเบอร์กล๊าส 30 ลำ ลำละ 250,000 บาท จากการตรวจสอบพบว่าได้ซื้อที่บริษัทที่ขายถุงยังชีพ 60,000 ถุง และผู้อนุมัติในใบสั่งซื้อไม่ใช่อธิบดีหรือรองอธิบดี เพราะจากการสอบถามไม่มีใครกล้าเซ็น แต่คนเซ็นเป็นเจ้าหน้าที่ จ.ปทุมธานี ระดับซี 8 โดยระบุว่า ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่ เป็นไปได้หรือที่จะให้ข้าราชการ ซี 8 มาปฏิบัติหน้าที่แทนอธิบดี นอกจากนี้ยังมีเงินเหลือจ่ายจากปี 2554 ก็ได้นำไปซื้อเรือไฟเบอร์กล๊าสอีก 100 ลำ ลำละ 198,000 บาท ซึ่งมีหลายคนบอกว่าซื้อจริงๆไม่น่าเกิน 60,000 บาท เพราะซื้อไปไม่นานก็แตก และจัดซื้อจากบริษัทเดียวกัน
นายวิลาศกล่าวต่อว่า ส่วนสุขากระดาษ หรือ "ส้วมมือถือ" นั้น ที่อ้างว่าราคา 245 บาท เพราะใยกระดาษดีกว่าของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย และรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม ตนมีเพื่อนเป็นวิศวกรหลายคน ยืนยันว่าคุณภาพไม่ต่างกัน และสั่งซื้อจากบริษัทที่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทซ่อมบำรุงเครื่องบำบัดน้ำเสียจำนวนสามหมื่นชุด และจากการตรวจสอบของตนพบว่าที่อยู่ดังกล่าวเป็นทาวน์เฮาส์ที่มีน้ำท่วมอยู่ และมีการจดซื้อของทั้งหมดกว่า 100 ล้านบาท จึงอยากถามว่าทำเพื่อใครหรือไม่ 3-4 บริษัทนี้มีผู้ถือหุ่นนามสกุล "วิชัยดิษฐ์ "หรือไม่ และอยากฝากนายกฯ ว่าหากอยากได้ข้อมูลอีกก็ให้เปิดอภิปรายวันอาทิตย์อีกหนึ่งวันเพราะยังมีเรื่องเต๊นท์ และเป็นเหตุที่จะใช้ ปรับ ครม. ได้



