ข่าว

เวิลด์วาไรตี้:นักล่าลายเซ็นผู้นำโลก

เวิลด์วาไรตี้:นักล่าลายเซ็นผู้นำโลก

12 พ.ย. 2554

เวิลด์วาไรตี้ : นักล่า ลายเซ็น ผู้นำโลก : วัจน พรหโมบล

          หลุยส์ ชลาโมวิตซ์ ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว อาศัยอยู่ในย่านบรูคลิน นครนิวยอร์ก เป็นเพียงคนธรรมดาๆ ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีโอกาสกระทบไหล่บุคคลสำคัญของโลก แต่ไม่น่าเชื่อว่า ณ วันนี้ อดีตพ่อค้าขายดอกไม้วัย 81 ปี คือผู้ครอบครองอัลบั้มรูปถ่าย 60 เล่มอัดแน่นไปด้วยจดหมาย กับภาพถ่ายพร้อมลายเซ็นของบรรดาผู้นำโลก ดาราภาพยนตร์ และเหล่านักกีฬานามกระเดื่องในอดีต จนเรียกแขกทั้งพ่อค้าและนักสะสม ผลัดกันไปเยี่ยนเยียนไม่ขาดสายในช่วงหลายปีมานี้

          เมื่อครั้งกองทัพสหรัฐส่งตัวไปประจำการในคาบสมุทรเกาหลีเมื่อปี 2496 เพื่อนคนหนึ่งได้แนะให้ชลาโมวิตซ์ใช้บัตรอวยพรคริสต์มาสใบหนึ่ง เขียนถึงนายเฮนรี ทรูแมน ประธานาธิบดีสหรัฐขณะนั้น เผื่อว่าผู้นำอภิมหาอำนาจ จะตอบกลับมา ปรากฏว่าทำเนียบขาวส่งจดหมายตอบมา นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ชลาโมวิตซ์ไล่สายตาตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ จดชื่อผู้นำ วันเกิดและวันครบรอบในโอกาสสำคัญๆ

          ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ชลาโมวิตซ์ได้เขียนจดหมายถึงบรรดาผู้นำโลก และได้รับการตอบกลับอย่างคาดไม่ถึง จากมาริลีน มอนโร อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี หรือ เจเอฟเค อยาตอลเลาะห์ รูโฮลเลาะห์ โคไมนี แห่งอิหร่าน รวมถึงอดีตผู้นำลิเบียที่เพิ่งสิ้นชีพเมื่อเร็วๆ นี้ อย่าง พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี

          "ไม่ใช่ว่าทุกคนจะตอบกลับ แต่ว่าส่วนใหญ่ตอบกลับ ผมก็เขียนแต่เรื่องดีๆ ถึงพวกเขา แต่ไม่ได้หมายว่า สิ่งที่เขียนคือสิ่งที่คิดนะ แค่อยากได้ลายเซ็นมาอยู่ในคอลเลกชั่นเท่านั้น" ชายชรากล่าว

          ผู้นำคนหนึ่งที่ชลาโมวิตซ์เขียนโต้ตอบบ่อยๆ คือ พ.อ.กัดดาฟี ฉบับแรกเขียนไปอวยพรในวันครบรอบการปฏิวัติลิเบียปลายทศวรรษหลังปี 2503 และได้รับจดหมายเนื้อหาถล่มนโยบายอิสราเอลและสหรัฐยาวเหยียด ที่สุด ชลาโมวิตซ์ก็หยุดเขียนเมื่อปี 2543 เพราะเริ่มเบื่อกับการโฆษณาชวนเชื่อ โดยในปีเดียวกันนั้น กัดดาฟีส่งการ์ดคริสต์มาส ขอบคุณชลาโมวิตซ์ในมิตรภาพที่มีให้กันหลายปี
 การเขียนจดหมายถึงผู้นำที่เป็นอริกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ชลาโมวิตซ์ ได้รับเชิญให้ไปเยือนซีไอเอ เอฟบีไอ กระทรวงความปลอดภัยแห่งมาตุภูมิ ในช่วงหลายปีมานี้ โดยเฉพาะในกรณีของกัดดาฟี ซีไอเอสงสัยว่า เหตุใด ชลาโมวิตซ์ถึงได้เป็นเพื่อนทางจดหมายของบุคคลผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดล็อคเคอร์บี

          ชลาโมวิตซ์ อธิบายกับเจ้าหน้าที่ซีไอเอว่า เป็นแค่งานอดิเรกเท่านั้น อีกฝ่ายก็ทำหน้าแบบนึกไม่ถึง ถึงจะถูกสอบปากคำหลายครั้งหลายหน แต่ชลาโมวิตซ์ไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้งยังภาคภูมิใจกับอัลบั้มตะวันออกกลางมากเป็นพิเศษ เพราะมีรูปถ่ายและจดหมายของอยาตอลเลาะฮ์ รูโฮลเลาะห์ โคไมนี นายยัสเซอร์ อาราฟัต อดีตผู้นำปาเลสไตน์ นายอันวาร์ ซาดัต ผู้นำอียิปต์ที่ถูกลอบสังหาร เมื่อปี 2524

          เหตุการณ์ลุกฮือในตะวันออกกลาง โค่นอำนาจผู้นำหลายคนที่ชลาโมวิตซ์เคยติดต่อด้วย อย่างฮอสนี มูบารัก แห่งอียิปต์ ที่เคยส่งการ์ดอวยพรคริสต์มาสจากไคโรมาให้  "ผมคิดว่า มูบารักทำในสิ่งที่ถูกต้อง คือก้าวลงจากตำแหน่ง กัดดาฟีก็น่าจะทำแบบเดียวกัน รู้สึกแย่มากที่กัดดาฟีเสียชีวิตเพราะถูกฆ่า การเมืองเป็นเรื่องโหดเหี้ยมเสมอ"

          นักล่าลายเซ็นบุคคลสำคัญ ยังมีแผนจะเขียนจดหมายอีกครั้งถึง ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง มิเชล โอบามา และอาจเขียนถึง นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แม้ว่าในวัยนี้ จะไม่สามารถจับปากกาเขียนหนังสือได้ดีเหมือนเดิม

          "ผมรู้สึกดีเวลาที่อีกฝ่ายตอบกลับมา ผมไม่ใช่คนวิเศษวิโสอะไร แค่คนธรรมดา แต่เวลานี้ ผมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แล้ว"