ข่าว

ผู้ผลิตพีซีปรับกลยุทธ์รับผลกระทบน้ำท่วมไทย

ผู้ผลิตพีซีปรับกลยุทธ์รับผลกระทบน้ำท่วมไทย

13 พ.ย. 2554

ผลจากวิกฤติอุทกภัยในประเทศไทยที่ทำให้โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์และผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร

    ผลจากวิกฤติอุทกภัยในประเทศไทยที่ทำให้โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์และผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร และ โรจนะ ต้องหยุดสายการผลิตเป็นการชั่วคราว กำลังก่อปัญหาให้แก่ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์รายใหญ่ในไต้หวัน และ สหรัฐอเมริกา ที่กำลังเผชิญกับการขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ ทำให้ต้องดิ้นรนหาซื้อฮาร์ดดิสก์จากตลาดมืดในราคาสูงกว่าราคาตลาดปกติถึงเท่าตัว แต่ยังไม่กล้าขึ้นราคาจำหน่ายคอมพิวเตอร์ในเร็วๆ นี้เพราะหวั่นเสียลูกค้า

      เว็บไซต์ดิจิไทมส์ รายงานว่าจากการประเมินของผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ ทั้งฮิวเลตต์-แพกการ์ด เดล และ เอเวอร์ ระบุว่าวิกฤติน้ำท่วมโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ในประเทศไทยส่งผลให้ปริมาณฮาร์ดดิสก์ในตลาดโลกในเดือนธันวาคม 2554 และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 น้อยกว่าความต้องการถึง 10% และแม้ผู้จำหน่ายฮาร์ดดิสก์จะมีปริมาณฮาร์ดดิสก์สำรองในคลังสินค้าพอจำหน่ายได้ถึง 4 สัปดาห์  ส่วนผู้ผลิตมีปริมาณฮาร์ดดิสก์สำรองเพื่อป้อนสายการผลิตได้ 1 สัปดาห์ และมีฮาร์ดดิสก์ที่กำลังอยู่ในช่วงการจัดส่งไปยังผู้ผลิตในปริมาณที่เพียงพอต่อการผลิตในช่วง 1 สัปดาห์ ก็จะช่วยประคองสายการผลิตคอมพิวเตอร์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2554 ได้เท่านั้น

     นั่นหมายความว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ต้องปรับสายการผลิตกันยกใหญ่ เช่น เอเซอร์ กำลังพิจารณาหยุดสายการผลิตคอมพิวเตอร์รุ่นที่ทำกำไรให้แก่บริษัทน้อย เพื่อรับมือกับสถานการณ์การขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ที่จะเป็นปัญหาของบริษัทต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2555 โดยคาดหมายว่าในช่วงเวลาดังกล่าวปริมาณฮาร์ดดิสก์ที่เข้าสู่โรงงานผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี จะลดลงระหว่าง 40-50% ก่อนที่โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ในประเทศไทยจะเริ่มเดินสายการผลิตได้เป็นปกติอีกครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีหน้า

     ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ต้อง "กัดฟัน" ซื้อฮาร์ดดิสก์ในตลาดมืดเพื่อรักษาสายการผลิตคอมพิวเตอร์ของบริษัทต่อไป ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายหนึ่งในไต้หวันเปิดเผยว่าฮาร์ดดิสก์ขนาด 500 กิกกะไบต์ในตลาดมืดมีราคาสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อลูก และขนาด 320 กิกกะไบต์มีราคาจำหน่ายในตลาดมืดระหว่าง 60-70 ดอลลาร์ต่อลูก ขณะที่ราคาในตลาดปกติอยู่ที่ 45 ดอลลาร์ และ 35 ดอลลาร์ ตามลำดับ

     ผู้ผลิตรายนี้ยังเปิดเผยด้วยว่าราคาฮาร์ดดิสก์ขนาด 320 กิกกะไบต์ที่สูงขึ้นอีก 30 ดอลลาร์จะทำให้ต้นทุนการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับลูกค้ากลุ่มหลักที่มีราคาจำหน่ายระหว่าง 25,000-28,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 25,000-28,000 บาท) สูงขึ้น 4% ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมีความอ่อนไหวต่อการตั้งราคาจำหน่าย ดังนั้นบริษัทจึงต้องพิจารณาสถานการณ์ตลาดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจปรับขึ้นราคาจำหน่ายหรือจะใช้วิธีอื่นๆ เข้าแก้ปัญหา

     เช่นการเปลี่ยนจากฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็ก เป็นแบบโซลิด สเตท ไดรฟ์ (เอสเอสดี) ซึ่งใช้ชิปหน่วยความจำแทน สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแบบ อัลตราบุ๊ก (Ultrabook) ที่เป็นประดิษฐกรรมชิ้นใหม่จากไมโครซอฟท์ โดยผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เว้นแต่เอเซอร์จะดำเนินการไปในทิศทางดังกล่าว

     นอกจากนั้นยังมีความกังวลว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์รายสำคัญ เช่น บริษัทนิเดค ผู้ผลิตมอเตอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็ก จะต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี กว่าจะทำการผลิตมอเตอร์สำหรับอาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กได้เต็มกำลังอีกครั้ง

     อุทกภัยครั้งนี้ทำให้เครื่องจักรของนิเดคได้รับความเสียหายร้ายแรงกว่าเหตุแผ่นดินไหว เพราะหากเกิดแผ่นดินไหววิศวกรของบริษัทสามารถฟื้นกำลังการผลิตได้อีกครั้งเพืยงปรับตั้งและกดปุ่มสตาร์ทให้เครื่องจักรทำงานอีกครั้ง แต่กรณีน้ำท่วมทำให้เครื่องจักรได้รับความเสียหายรุนแรงถึงขั้นต้องเปลี่ยนเครื่องจักรสำหรับการผลิตใหม่ ซึ่งกินเวลาและตุ้นทุนมากกว่า

     ที่สำคัญความมั่นใจในการลงทุนของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ในประเทศไทยก็ถูกสั่นคลอนไปด้วยภาพของน้ำท่วมโรงงาน และผลจากน้ำท่วมที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ แม้จะเป็นการชั่วคราว แต่ผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นนั้นจะยาวนานไปอีกหลายปีนับจากนี้