
ทล.เลี่ยงน้ำท่วม'314-304'สายอันตราย!
ถนนหนีน้ำท่วม สาย 314-304 สุดอันตราย เกิดอุบัติเหตุต่อเนื่องรายวันนับสิบครั้ง เผยเจ็บ-ตาย ทรัพย์สินเสียหายอื้อ ชาวบ้านบ่น ผู้ใช้เส้นทางขับรถเร็วไร้มารยาท ปาดหน้าแซงซ้ายขวา ขณะที่ จยย.ในพื้นที่มักง่าย ขับย้อนศรสวนเลน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 พ.ย.54 ถนนสาย 314 ต่อเนื่อง สาย 304 เส้นทางสายสำคัญในภาวะฉุกเฉินเลี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วมของชาวกรุง ที่ถูกใช้เป็นเส้นทางสายหลัก ในการสัญจรผ่านเข้าออกเมืองหลวง มุ่งหน้าไปได้ทั้งทางภาคเหนือ และอีสาน ถือได้ว่าเป็นถนนสายอันตรายมากที่สุดในประเทศ สำหรับห้วงเวลานี้ไปแล้ว หลังจากพบว่ามีสถิติของการเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มสูงขึ้น ตลอดเส้นทางในหนึ่งวัน เฉลี่ยเกิดอุบัติเหตุกว่า 10 ครั้ง ทั้งอุบัติเหตุ ที่พุ่งชนท้ายแบบต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ หรือโดมิโน่ และอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ที่สามารถตกลงกันเองได้ จนทำให้เกิดปัญหาด้านการจราจร และความสูญเสียทั้งทรัพย์สิน (รถยนต์เสียหาย) ทั้งได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเสียชีวิต
ด.ต.นันท์ ศิริวัน ผบ.หมู่ งานจราจร สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรที่บริเวณทางแยกสัญญาณไฟนาคู กล่าวว่า สาเหตุของอุบัติเหตุส่วนใหญ่นั้นเกิดจากความใจร้อนของผู้ใช้เส้นทาง เนื่องจากขณะนี้ในเส้นทางมีรถเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว จึงทำให้การจราจรหนาแน่น แต่ผู้ที่ใช้เส้นทางกลับเร่งรีบที่จะผ่านไปให้ได้ และใช้ความเร็วสูง โดยไม่ระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจึงมักจะเกิดเป็นเหตุใหญ่ พุ่งชนท้ายกันแบบต่อเนื่องหลายคัน
จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งทำให้ทรัพย์สินเสียหายมาก อีกทั้งบางอุบัติเหตุยังทำให้ผู้ขับขี่-โดยสาร ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย-สาหัส และบางรายเสียชีวิต ล่าสุดเฉพาะวันที่ 11 พ.ย. ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว 3 ราย มีรถยนต์เสียหายหลายคัน และยังมีผู้เสียชีวิตด้วย จากการที่มีรถเข้ามาใช้เส้นทางเป็นจำนวนมากอย่างหนาแน่นจนเต็มท้องถนน ที่ผ่านมาทางผู้บังคับบัญชาได้เข้ามาควบคุมสั่งการให้เปิดสัญญาณไฟจราจร ในแต่ละทางแยกสัญญาณไฟให้สัมพันธ์กันในทุกทางแยกรวมทั้งในเขตพื้นที่ข้างเคียงอย่าง สภ.แสนภูดาษ ด้วย เพื่อให้รถในเส้นทางสามารถผ่านไปได้อย่างลื่นไหล สะดวกตลอดเส้นทาง
"อยากฝากไปถึงประชาชนผู้ใช้เส้นทางว่า หากจะเข้ามาใช้เส้นทางสายอย่างปลอดภัย โดยที่ไม่ต้องมาประสบอุบัติเหตุ ให้เกิดความสูญเสีย ทั้งทรัพย์สิน และร่างกาย ผู้ขับขี่ควรที่จะใจเย็น ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง อย่ารีบร้อน"
ขณะที่ นายประจวบ เล็กขำ อายุ 39 ปี ผู้ประกอบการร้านซ่อมหม้อน้ำรถยนต์ บริเวณเชิงสะพานใกล้สามแยกสัญญาณไฟบางพระ เลขที่ 4/5 ม.13 ต.บางพระ อ.เมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หลังจากมีรถหนีน้ำท่วมเข้ามาใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางขึ้นบ่อยครั้ง วันละหลาย 10 ราย มีทั้งเจ็บทั้งตาย และเวลาชนกันในแต่ละครั้งมักจะชนกันแบบต่อเนื่องหลายคัน และจะเกิดขึ้นอย่างซ้ำซ้อนพร้อมกันหลาย ๆ จุดใกล้ ๆ กัน เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว ผู้ที่ขับรถมาในเส้นทางภายหลัง เมื่อมาพบกับอุบัติเหตุด้านหน้าก็จะเบรกชะลอรถเพื่อหลบเลี่ยง จนทำให้รถคันหลังที่มองไม่เห็นอุบัติเหตุ พุ่งชนท้ายซ้ำซ้อนกันอีก จึงกลายเป็นอุบัติเหตุใหญ่ชนแบบต่อเนื่อง และก็มักจะเป็นอย่างนี้โดยตลอด
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ และบริษัทประกันภัย ที่จะเข้ามาเคลียร์พื้นที่ เพื่อนำรถออกจากจุดเกิดเหตุก็ล่าช้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประกันฯ จะเดินทางเข้ามาถึงที่เกิดเหตุก็ยากลำบาก เพราะรถติดอยู่เต็มถนน ขณะนี้บนถนนสายนี้จึงถือว่าอันตรายมากที่สุด โดยเฉพาะที่บริเวณสามแยกนาคูนั้น เสียชีวิตกันจนนับไม่ถ้วนแล้ว ในบางวันอุบัติเหตุยังเกิดขึ้นตลอดทั้งคืน หากวันไหนมีรถมาก
ส่วนต้นตอที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งนั้น ส่วนหนึ่งมาจากรถตู้โดยสารประจำทาง สายกรุงเทพฯ ที่มักจะขับรถแบบไม่มีมารยาท ฝ่าไฟแดง และขับเร็ว ปาดหน้า แซงซ้าย-ขวา อย่างน่ากลัว อีกทั้งยังมี จยย.ที่มักง่ายขับขี่ย้อนศร สวนเลนอีกด้วย
.................................................................
(หมายเหตุ : คลิปวีดิโอ-ข่าว : สนทะนาพร อินจันทร์)



