
'สุเทพ'ลั่นคนกทม.ไม่ใช่ขอทาน
'สุเทพ'ลั่นคนกทม. ไม่ใช่ขอทาน อย่าจัดของบูดให้กิน อัดรัฐบาลไม่มีการเตรียมพร้อมดูแลประชาชน จัดโรงครัวช้า ไร้จุดหมาย
11 พ.ย.54 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญทั่วไป) วาระพิจารณาขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ไม่ลงมติ ตามมาตรา 179 กรณีปัญหาน้ำท่วม โดย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าในช่วงที่เกิดวิกฤติน้ำท่วม ตนได้รับโทรศัพท์จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุให้ไปดูแลบริเวณคลองประปา เพราะสถานการณ์วิกฤติ ตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล และกู้สถานการณ์ได้ ซึ่งตนมองว่า หากไม่มีพลเมืองดีอย่าง นายอภิสิทธิ์ เชื่อว่าเหตุการณ์จะเลวร้าย
นอกจากนั้นแล้ว นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรศัพท์ถึงตนตลอดเวลาเพื่อแจ้งเรื่องให้ไปแก้ไข เช่น ตัดไฟฟ้าที่หมู่บ้านย่านนนทบุรี และล่าสุดนายสามารถ ได้โทรศัพท์แจ้งถึงประเด็นการกู้ถนน 340 เพื่อใช้เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ ว่า การคมนาคมอาจดีขึ้น แต่ด้านกรมชลประทานอาจได้รับผลกระทบ รัฐบาลจึงคิดว่าจะนำปัญหาดังกล่าวมาเข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปราย โดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 179
จากนั้นการอภิปรายดังกล่าวได้เริ่มขึ้น โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎรธานี พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเป็นคนแรกว่า ยังไม่เห็นภาพการร่วมกันทำงานของกระทรวงต่าง ๆ ของรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาวางคนไม่ถูกกับงาน เช่น ไม่ใช้นายยงยุทธ ที่เป็นผู้มีประสบการณ์ เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นปลัดเทศบาลมาก่อน แต่กลับใช้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรม ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่ไม่มีประสบการณ์มาดูแลทำให้เกิดภาพของการทะเลาะกัน เพราะไม่รู้เรื่อง
อย่างไรก็ตาม ตนขอเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกับคนกรุงเทพฯ ให้กับรัฐบาล คือ 1. ต้องเร่งตั้งโรงครัว เพื่อดูแลเรื่องอาหารให้กับประชาชน เพราะขณะนี้ถึงแม้มีเงินก็ไม่สามารถซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารได้ ที่รัฐบาลทำเรื่องดังกล่าวช้าไปมาก อีกทั้ง ขาดการวางแผน เช่น การเปิดตัวโครงการโรงครัวรัฐบาลเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ระบุจุดทำให้รถบางคันต้องวิ่งหาที่จอดจนเย็น รัฐบาลควรประสานไปยัง ส.ก., ส.ข. หรือ ผู้อำนวยการเขต หาจุดและซอยที่น้ำท่วมและประชาชนเดือดร้อน
“เรื่องโรงครัวรัฐบาล เปิดช้าไปกว่าพวกผม 12 วัน แต่เมื่อทำแล้ว ต้องอดทน ต้องเปิด ตี 4 ถึง 2 ทุ่ม เพื่อดูแลประชาชนนอกจากนั้นแล้วควบคุมคุณภาพอาหาร เพราะคนกทม. เขาใส่ใจเรื่องนี้ คนกทม.ไม่ใช่ขอทานที่จะกินอะไรก็ได้ อย่าไปแจกของบูด ของเสียให้กับประชาชน” นายสุเทพ อภิปราย
นายสุเทพ อภิปรายต่อว่า อยากให้เร่งแจกถุงยังชีพให้กับประชาชน เพราะบางพื้นที่ชุมชนอยู่ในซอยลึก ระดับน้ำท่วมสูง คนอดอยาก รัฐบาลต้องจัดถุงยังชีพที่มีอาหารที่สามารถประทังชีวิตได้อย่างน้อย 2 อาทิตย์ เพื่อพอดิ้นรนช่วยตนเองได้ ขอเรียกร้องให้ช่วยทุกครัวเรือน อย่าแบ่งแยก หรือต้องขอดูบัตรประจำตัวพิเศษก่อน นอกจากนั้นแล้วต้องวางแผนเรื่องการคมนาคมขนส่งในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือวางแผนให้ชัด พร้อมกำหนดเวลาเดินทางให้ประชาชนไม่ต้องรอนาน หรือไปทำงานได้ทันเวลา และที่สำคัญ คือ การดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนทั้งร่างกายและสุขภาพจิต
ส่วนเงินช่วยเหลือประชาชนที่บ้านประสบปัญหาน้ำท่วมหลังคาละ 5,000 บาทนั้น ตนมองว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่มีความหมายกับคนกรุงเทพฯ เพราะทรัพย์สินหรือธุรกิจเสียหายมากกว่านั้น หากรัฐบาลจะเยียวยา ต้องพูดถึงจำนวนเงินอย่างน้อย 40,000-50,000 บาท



