'ของแพง'...ปคบ.เอาไม่อยู่
"ของแพง"...ปคบ.เอาไม่อยู่ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
แม้ว่า กระทรวงพาณิชย์จะประกาศราคาแนะนำสินค้าจำนวน 9 รายการ เพื่อแก้ปัญหาสินค้าแพงในช่วงวิกฤติน้ำท่วม แต่ดูเหมือนว่าคำประกาศดังกล่าวจะไม่เป็นผล เนื่องจากพื้นที่ประสบอุทกภัยหลายแห่งราคาสินค้าหลายประเภทยังพุ่งสูงต่อเนื่อง
"คม ชัด ลึก" ตรวจสอบราคาสินค้าในพื้นที่ประสบภัยอุทกภัย ย่าน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ต่อเนื่องเขตสายไหม กทม. พบว่า สินค้าแทบทุกประเภทราคาสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์แนะนำราคาทั้ง 9 รายการ อย่าง "น้ำดื่ม" ขวดใสขนาด 600 ซีซี ราคาแนะนำอยู่ที่ขวดละ 7 บาท มีการจำหน่ายกันอยู่ที่ขวดละ 10-15 บาท ขวดใสขนาด 1,500 ซีซี ราคาแนะนำอยู่ที่ขวดละ 14 บาท จะมีการจำหน่ายยกแพ็ก แพ็กละ 6 ขวด ราคา 100 บาทต่อแพ็ก คำนวณแล้วตกประมาณขวดละ 16 บาทเศษ ขณะที่ "ทราย" บรรจุถุงขนาด 25 กก. ราคาแนะนำถุงละ 45 บาท ยังมีจำหน่ายในพื้นที่ที่น้ำกำลังจะเข้าท่วม หากซื้อเหมา 4 ถุง จะอยู่ที่ 250-300 บาท
ส่วน "อิฐบล็อก" ราคาแนะนำ 10 บาทต่อก้อน จำหน่ายในราคาก้อนละ 13-15 บาท "เสื้อชูชีพ" ราคาแนะนำตัวละ 450 บาท จำหน่ายในราคา 500-550 บาท "เรือไฟเบอร์" ขนาด 2 คน ราคาแนะนำลำละ 4,500 บาท มีการจำหน่ายราคาขั้นต่ำ 5,500-7,000 บาท ขนาด 4 คน ราคาแนะนำลำละ 6,500 บาท และ "เรือเหล็ก" แผ่นติดเครื่องยนต์ ดัดแปลงเป็นเรือหางยาวโดยสารได้ 3-4 คน จำหน่ายในราคาตั้งแต่ 18,000-20,000 บาท หากไม่ติดตั้งเครื่องยนต์จำหน่ายกันตั้งแต่ 5,000-6,500 บาท "รองเท้าบู๊ทยาง" ราคาแนะนำคู่ละ 200 บาท พบว่ามีการจำหน่ายกันในราคาคู่ละ 300-400 บาท "ถังน้ำฝาปิด" ขนาด 22 แกลลอน ราคาแนะนำ 350 บาทต่อถัง มีการจำหน่ายในราคาตั้งแต่ 400-450 บาท
"วันเพ็ญ" แม่ค้าขายเรือ ย่านตลาดออเงิน เขตสายไหม บอกว่า ราคาเรือที่ขายอยู่ลำละ 7,000 บาท ถือว่าเหมาะสมแล้ว เพราะการขนส่งทำได้ยากลำบากเพราะน้ำท่วมขังสูง ประกอบกับเรือเป็นที่ต้องการของผู้ประสบภัยมากทำให้สินค้ามีน้อย
เช่นเดียวกับพ่อค้าขายรองเท้าบู๊ท จำหน่ายในราคาคู่ละ 300 บาท บอกว่า ขณะนี้รองเท้าบู๊ทค่อนข้างขาดแคลนเพราะโรงงานผลิตที่เคยรับสินค้ามาจำหน่ายเป็นประจำถูกน้ำท่วม ประกอบกับการขนส่งลำบากทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าตามราคาแนะนำของกระทรวงพาณิชย์ได้
ทั้งนี้ การจำหน่ายสินค้าในราคาแพงของกลุ่มผู้ค้าสวนทางกับความคิดเห็นของผู้ประสบภัย ซึ่งมองว่า กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัยให้ทุกข์ยากมากขึ้นไปอีก
"เราเดือดร้อนจากน้ำท่วมอยู่แล้ว ยังฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอีก จะซ้ำเติมกันไปถึงไหน ผมมองว่าสินค้าแค่ 9 รายการที่ประกาศราคาแนะนำมันน้อยไป น่าจะคุมราคาสินค้าทุกประเภทให้หมด ไม่ว่าจะเป็น ผัก ไข่ ควรกำหนดราคาให้ชัดเจน ใครขายเกินราคาถือว่ามีความผิด" ผู้ประสบอุทกภัยรายหนึ่ง พักอยู่ในหมู่บ้านไอดีไซด์ ลำลูกกาคลอง 3 กล่าว
อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายสินค้าเกินราคาแนะนำของกระทรวงพาณิชย์จะมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาทนั้น พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) ได้กำชับให้ตำรวจ บก.ปคบ. เข้มงวดในการตรวจสอบผู้ค้าต่างๆ ในพื้นที่ประสบภัยไม่ให้จำหน่ายสินค้าเกินราคาแล้ว
ล่าสุด ตำรวจ ปคบ.เพิ่งจับกุม นายมานพ อาสนาไชย อายุ 34 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายเรือไฟเบอร์กลาสแห่งหนึ่งในซอยวัดสนาม ย่านปากเกร็ด เนื่องจากจำหน่ายเรือในราคาสูงถึง 9,500 บาทต่อลำ ทั้งที่ราคาแนะนำอยู่ที่ลำละ 4,500 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อศาล
พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ยอมรับว่า การดำเนินคดีผู้ค้าที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าให้ทั่วถึงนั้นค่อนข้างทำได้ยาก เนื่องจากกำลังของตำรวจ บก.ปคบ.มีน้อย ทั่วประเทศมีเพียง 100 คนเศษ แต่ตำรวจทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือจากประชาชนที่พบเห็นผู้ค้ารายใดจำหน่ายสินค้าเกินราคา ให้แจ้งเบาะแสมาที่สายด่วน บก.ปคบ.1135 หรือทางเว็บไซต์ www.consumer.police.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง



