ข่าว

'ชูวิทย์'โชว์รูปรถดับเพลิงกทม.จมน้ำ

'ชูวิทย์'โชว์รูปรถดับเพลิงกทม.จมน้ำ

10 พ.ย. 2554

"ชูวิทย์" ด่ากรมชลฯบริหารน้ำเหลว โชว์รูปรถดับเพลิงกทม.จมน้ำย่านบางบัวทอง รบ.ขอความร่วมมือส่งคืนอุปกรณ์บรรเทาอุทกภัยจากพื้นที่น้ำลด ส่งต่อจังหวัดที่ยังประสบอุทกภัย

          เมื่อเวลา 21.25 น.วันที่ 10 พ.ย. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวในการอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี2555ตอนหนึ่งว่า ไม่เชื่อว่าน้ำท่วมครั้งนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องของคนคนหนึ่ง อย่าไปโทษกันไปกันมา โทษให้สั้นๆ ไม่สูง เพราะมนุษย์มีสั้น มีสูง ต้องโทษคนสั้นๆ ที่มีความลื่นไหลเฉพาะตัว เพราะสังเกตว่าน้ำมันไม่ท่วมทุกที่ แต่เว้นวรรคได้ เว้นจังหวัดได้ ไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือลงมาแต่มีเพียงจังหวัดเดียวที่ไม่ท่วม


            “คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมหนนี้ อย่าเพิ่งตาย รอให้นรกน้ำแห้งก่อน แล้วค่อยตาย และท่านจะนึกถึงคนที่ตายไปกว่า 500 คน เพราะน้ำท่วม ท่านจงจำไว้ให้ดี” นายชูวิทย์ กล่าวและว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมานั้นอธิบดีกรมชลประทานเคยให้สัมภาษณ์ว่า ระดับน้ำยังใช้งานได้และมีระดับดีกว่าปีที่แล้ว แต่ผ่านไป 5 เดือนกลับเกิดเหตุอุทกภัย ดังนั้นถือว่าเป็นการบริหารที่ล้มเหลว

          

โชว์รูปรถดับเพลิงกทม.จมน้ำย่านบางบัวทอง



            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พร้อมกันนี้นายชูวิทย์ยังโชว์รูปถ่ายรถดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่งมีสภาพจมน้ำอยู่ โดยนายชูวิทย์อ้างว่าถ่ายจากบริเวณ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า รถที่จมนำมีอยู่ประมาณ 200 คัน แต่ต้องกลับมาจมน้ำ แทนที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์

 
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 พ.ย.นายชูวิทย์ ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเดินทางมาร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ในชุดเครื่องแบบประหลาด โดยท่อนบนได้ใส่สูทผูกเนกไท ติดบัตรที่หน้าอกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่อนล่างได้สวมกางเกงขาสั้น และรองเท้ายางลุยน้ำ มือขวาถือกะละมังใบใหญ่สีดำ ส่วนมือซ้ายหิ้วข้าวกล่องและน้ำเปล่า 1 ขวด เพื่อต้องการแสดงสัญลักษณ์ข้าวของเครื่องใช้ที่คนกรุงเทพต้องมีไว้ยาม ประสบปัญหาน้ำท่วม



ตั้ง63กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณ


   
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายการอภิปรายยังเป็นไปอย่างกว้างขวาง โดยเน้นไปที่การให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงประเด็นที่ถูกพาดพิง โดยก่อนที่การอภิปรายจะสิ้นสุด นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ท้วงติงรัฐมนตรีและนายกฯไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอภิปรายเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณ จึงทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่าได้ให้ความสำคัญกับการประชุมสภามาตลอด โดยมาประชุมตลอดทั้ง 2 วัน แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีภารกิจอื่นๆที่ต้องทำอย่างเต็มที่ อาทิ ได้มีการปล่อยรถ 18 จังหวัดมาช่วย 18 เขตในกรุงเทพฯ เพื่อดูแล 1 จังหวัดกับ 1 เขตที่ถูกน้ำท่วม ทั้งนี้แม้ตนจะไม่ได้เข้าร่วมประชุมในห้อง แต่ก็ได้ทำงานอยู่ข้างนอกและรับฟังการอภิปรายตลอด

   
            จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการอภิปราย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาได้ขอเช็คองค์ประชุม ซึ่งสรุปว่ามีเสียง 469 เสียง อันถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 ด้วยคะแนนเสียง 273 คะแนน ไม่เห็นชอบ 2 เสียง งดออกเสียง 177เสียง และได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 63 คน แบ่งออกเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 15 คน พรรคเพื่อไทย 25 คน ประชาธิปัตย์ 15 คน ภูมิใจไทย 3 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 2 คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 1 คน พรรคพลังชล 1 คน และพรรคมาตุภูมิ พรรครักษ์สันติ พรรครักประเทศไทย พรรคมหาชน พรรคประชาธิปไตยใหม่ รวมกัน 1 คน ซึ่งประธานได้แจ้งนัดประชุมกรรมาธิการครั้งแรกในวันที่ 11 พ.ย.นี้ เวลา 11.00 น.ที่ห้องประชุมงบประมาณอาคาร 3 ชั้น 3 กำหนดแปรญัตติภายใน 30 วัน จากนั้นประธานได้สั่งปิดการประชุมเมื่อเวลา 22.45 น. ทั้งนี้การอภิปรายพิจารณาตลอด 2 วัน ได้ใช้เวลาอภิปรายทั้งหมด 29 ชั่วโมง


รบ.ขอความร่วมมือส่งคืนอุปกรณ์บรรเทาอุทกภัย


   
            นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่รัฐบาลได้ส่งอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เรือ เครื่องสูบน้ำ เสื้อชูชีพ และเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัดนั้น มีหลายพื้นที่ในต่างจังหวัดที่ขณะนี้ปัญหาอุทกภัยเริ่มคลี่คลาย เช่น นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ซึ่งหลายพื้นที่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายจังหวัด และหลายพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาอยู่    


            นางฐิติมา กล่าวว่า ดังนั้น เพื่อให้การใช้งานของอุปกรณ์บรรเทาอุทกภัยเหล่านี้ได้มีการใช้งานให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงเห็นว่าควรนำอุปกรณ์เหล่านี้ที่ไม่ได้ใช้งานในพื้นที่แล้วกลับมา เพื่อนำส่งไปยังพื้นที่ที่ประชาชนยังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอยู่ เพื่อจะได้มีเครื่องมือบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทั่วถึง และถือเป็นการใช้งบประมาณของชาติหรือใช้เงินจากกองทุนบริจาคให้คุ้มค่าที่สุด    


            นางฐิติมา กล่าวว่า โดยขณะนี้มีจังหวัดที่พื้นที่เข้าสู่ภาวะปกติและได้มีการสำรวจการใช้งานอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลืออุทกภัย และได้นำคืนอุปกรณ์ เช่น จ.นครสวรรค์รายงานว่า ได้รับสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และได้นำคืนอุปกรณ์ดังนี้ 1.ได้รับเรือท้องแบนพร้อมเครื่อง 45 ลำ (จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 40 ลำ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ 5 ลำ และได้ส่งคืนให้พื้นที่ประสบภัย โดยส่งให้ กทม. 10 ลำ ส่งคืน ปภ. 5 ลำ ส่วนที่เหลืออีก 30 ลำยังต้องใช้งานในอำเภอที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง และ 2.ได้รับเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน 70 เครื่อง โดยได้ส่งไปช่วยเหลือต่อที่ จ.พระนครศรีอยุธยา 36 เครื่อง ยังใช้ในพื้นที่อำเภอที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง 24 เครื่อง และยังใช้ในจังหวัด 10 เครื่องเป็นต้น