
'ยงยุทธ'ลั่นมีเกียรติพอไม่กินถุงยังชีพ
"ยงยุทธ" อ้างไม่รู้เรื่องการจัดซื้อถุงยังชีพ รับจะไปตรวจสอบว่าฮั้วหรือไม่ ลั่นมีเกียรติพอไม่หากินกับคนทุกข์ยาก "ชูวิทย์" ชี้ "ธรรมชาติ" ไม่ใช่สาเหตุน้ำท่วม "อู๊ดด้า" โวย "ยิ่งลักษณ์" แค่นั่งในสภาพอเป็นพิธี
เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 10 พ.ย.2554 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทย กล่าวชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี2555เกี่ยวกับการจัดซื้อถุงยังชีพว่า ข้อเท็จจริงคือกรณีการเสนอราคาในวันที่ 19 ต.ค. 2554 และทางกรมป้องกันและบรรเทสาธารณภัยออกใบสั่งซื้อวันเดียวกันนั้นก็มีระเบียบทางราชการ อนุโลมให้จัดซื้อวิธีพิเศษได้ไม่ผิดไปจากระเบียบแต่อย่างใด
นายยงยุทธ ชี้จงอีกว่า ส่วนการส่งมอบถุงยังชีพ 1 แสนถุงใน 5 วันนั้น ก.พ. ใช้ผู้รับจ้างสองรายซึ่งกำลังในการผลิต วันละ 10,000 ถุงต่อวัน ไม่มีปัญหาเป็นไปได้ ส่วนร้าน "เอื้อธนภัทร" ที่จัดซื้อที่มีที่อยู่ต่างกันในใบเสร็จและใบเสนอราคา ก็เนื่องมาจากเดิมมีที่อยู่เดียวกันแต่เมื่อน้ำท่วมจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนที่อยู่
ส่วนราคาสิ่งของที่แพงกว่าตลาดเพราะเป็นราคาถัวจ่าย รวมค่าใช้จ่ายต่างๆได้แก่ คนขนส่งไปยังที่ต่างๆ ซึ่งมีต้นทุนที่สูงมาก เพราะน้ำท่วมไม่สามารถเดินทางตามเส้นทางปกติได้ นอกจากนี้ราคาดังกล่าวยังรวมถึงค่าขนส่ง ค่าถุงพลาสติกชนิดหนา ค่าแรงคนงานในการบรรจุ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประกอบกับราคาสิ่งของสูงขึ้น นี่เป็นสภาพข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้การจัดซื้อที่อ้างว่า ราคาเกินคามจริง มีข้อมูลอ้างอิงได้ว่าราคาเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จากรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่จัดซื้อเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2553 กับการจัดซื้อของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2554 เป็นการซื้อร้านเดียวกัน แต่ราคาต่างกันจริงเพราะราคาสินค้าต่างกันเช่น ข้าวสาร 5 กิโลกรัม 192 บาท มีราคาเท่ากันเพราะราคาข้าวไม่เปลียนแปลง ข้าวสวยปรุงสุก เดิม 26 บาท ปัจจุบัน 32 บาท ปลากระป๋อง เดิม 14 บาท ปัจุบัน 16 บาท ปลาสามรส เดิม 18 บาท ปัจจุบัน 19.50 บาท ราคาเปลี่ยนไปตามกลไกของตลาด ทั้งนี้ การโยกย้าย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟภ. ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการจัดซื้อครั้งนี้
"ใครก็ตามที่หารับประทาน ขณะที่ประชาชนทุกข์ยากเป็นคนใจบาป ทุจริต ประพฤติมิชอบ ผมคงมีเกียรติศักดิ์เพียงพอไม่หารับประทานในเรื่องแบบนี้" นายยงยุทธ กล่าวว่า
จากนั้นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ ส.ส กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นย้ำว่าการเสนอคราคา ที่สองบริษัทเสนอมานั้น ทุกอย่างเท่ากันหมด แม้กระทั่งเศษสตางค์ ถ้าไม่ฮั้วจะเรียกอะไร
ทำให้นายยงยุทธ ได้ลุกตอบว่าเป็นเรื่องที่ตนต้องไปตรวจสอบ ถึงขั้นตอนการยื่นซองประมูล การจัดซื้อตนไม่รู้รายละเอียดส่วนนั้นซึ่งมีกรรมการชุดต่างๆปฏิบัติงานอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากนายวิลาศมีข้อมูลขอให้ส่งมาที่ตน จะรับไปตรวจสอบ
"ชูวิทย์"ชี้ธรรมชาติไม่ใช่สาเหตุน้ำท่วม
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านหน้าเฟซบุ๊ก "ชูวิทย์ รักประเทศไทย" และบัญชีทวิตเตอร์ @chuvit_online เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อตำหนิว่าต้นเหตุที่ทำให้ น้ำท่วมประเทศไทยอย่างมโหฬารขณะนี้ มาจากฝีมือของนักการเมือง ไม่ใช่เกิดจากภัยธรรมชาติ พร้อมสาปแช่งนักการเมืองที่เป็นต้นเหตุอีกด้วย โดยมีข้อความดังนี้
Finally, flood came through BKK city, I have been all over and now time for Bangkok people to suffer from flood. I had shown as sign to society to realize that our people have to live with risk from flood and did not belong to their fault. But who had done this, do u believe that flood happened because of natural (rain, storm) or from human (short politician). Don′t rush to die, now in hell still flooded, wait until there dry then he have to die with suffer and could not close his eyes
"ผมต้องบอกความจริงให้สังคมได้รับรู้ว่า พี่น้องประชาชนของเราจะต้องดำรงชีวิตท่ามกลางความเสี่ยงจากน้ำท่วม และสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดของพี่น้องเหล่านั้นเลยแต่ใครที่เป็นคนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นพวกคุณเชื่อจริงๆ หรือว่า การที่น้ำท่วมมโหฬารแบบนี้ มันเป็นเพราะพายุฝนตามธรรมชาติหรือความจริงแล้ว มันเกิดจากการกระทำของมนุษย์โดยเฉพาะพวกนักการเมือง อย่าเพิ่งรีบตาย รอให้น้ำลดก่อน แล้วค่อยตายตามไปอย่างทุกข์ทรมานจนตายตาไม่หลับ"
"อู๊ดด้า"โวย"ยิ่งลักษณ์"แค่นั่งในสภาพอเป็นพิธี
นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิฏฐ์ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวถึงการอภิปรายเรื่องน้ำท่วมว่า รู้สึกเสียใจที่รัฐบาลไม่ฟังคำท้วงติงของฝ่ายค้าน และปัญหาใหญ่คือ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ยอมตอบในสภา แต่กลับชี้แจงนอกสภาแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง มานั่งสภาแว้บนึงพอให้เป็นพิธีทั้งๆ ที่ความจริงควรที่จะตอบคำถามของสมาชิก
นายจุรินทร์ กล่าวว่า การประชุมสภาในวันที่ 11 พ.ย.นั้น ประธานสภาได้บรรจุระเบียบวาระไว้สองเรื่องคือเรื่องน้ำท่วม และเ รื่องการขอรับฟังความเห็นการขอถอนทหารออกจากปราสาทพระวิหารตามคำสั่งของศาลโลก โดยทั้งสองวาระเป็นไปตามาตรา 179 คือขอฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา โดยไม่มีการลงมติ ซึ่งตนยังรู้สึกงง และสงสัยว่าทำไม มาขอรับฟังความเห็นเรื่องกาถอนทหารในช่วงนี้เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐาลที่จะพิจารณาได้ และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้บรรจุไปแล้ว ตรงนี้จึงทำให้เวลาในการอภิปรายเรื่องน้ำท่วมลดน้อยลง
ขณะที่ในวันที่ 12 พ.ย. จะเป็นการพิจารณาเรื่องการจัดตั้ง กองทุนเพื่อพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายค้านเห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะริเริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ส่วนเรื่องการบริหารเวลาในเบื้องต้นกำหนดว่า รัฐบาล ฝ่ายค้านและ ส.ว. จะแบ่งเวลาเท่าๆกัน



