ข่าว

กทม.แจ้งพื้นที่น้ำลด-ทรงตัว-ท่วมสูง

กทม.แจ้งพื้นที่น้ำลด-ทรงตัว-ท่วมสูง

10 พ.ย. 2554

กทม.รายงานพื้นที่น้ำลด ทรงตัว และพื้นที่ท่วมสูง ขณะที่ลาดกระบังซึมต่อเนื่องผ่านระหว่างคันดินเก่า-ใหม่ต้องคอยอุดตลอด 24 ชั่วโมง รับหากน้ำไม่หยุดขึ้นเสี่ยงแน่ กระทรวงแรงงานเผยยอดแรงงานได้รับผลกระทบทะลุ 1 ล้านคน สถานประกอบการ 27,811 แห่ง

           10พ.ย. กรุงเทพมหานครได้รายงานพื้นที่น้ำลด ทรงตัว และพื้นที่ท่วมสูงดังนี้

           - พื้นที่น้ำลด ได้แก่ ดอนเมือง หลักสี่ สายไหม ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางพลัด บางซื่อ หนองจอก ลาดกระบัง คันนายาว ลาดพร้าว

           - พื้นที่น้ำทรงตัว ได้แก่ ภาษีเจริญ บางแค

           - พื้นที่น้ำเพิ่มสูง ได้แก่ มีนบุรี คลองสามวา

           - พื้นที่น้ำท่วมสูงเกิน 80 ซม. จำนวน 560 จุด 12 เขต ดังนี้

           1.ดอนเมือง 84 ชุมชน 23,507 ครัวเรือน 37,228 คน

           2.สายไหม 70 ชุมชน 23,043 ครัวเรือน 87,229 คน

           3.หนองแขม 57 ชุมชน 9,542 ครัวเรือน 35,852 คน

           4.หลักสี่ 54 ชุมชน 11,437 ครัวเรือน 51,266 คน

           5.ภาษีเจริญ 53 ชุมชน 8,900 ครัวเรือน 51,920 คน

           6.คลองสามวา 48 ชุมชน 7,502 ครัวเรือน 22,341 คน

           7.บางแค 46 ชุมชน 2,150 ครัวเรือน 11,667 คน

           8.บางพลัด 46 ชุมชน 9,967 ครัวเรือน 51,055 คน

           9.ตลิ่งชัน 37 ชุมชน 4,693 ครัวเรือน 21,221 คน

           10.จตุจักร 26 ชุมชน 2,734 ครัวเรือน 17,624 คน

           11.บางเขน 24 ชุมชน 5,484ครัวเรือน 22,326 คน

           12.ทวีวัฒนา 15 ชุมชน 2,787 ครัวเรือน 11,248 คน



ลาดกระบังระทึกน้ำซึมต่อเนื่องเฝ้าอุด24ชม.


           นายโสภณ ผลประสิทธิ์ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะทำงานป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เปิดเผยว่า วันนี้น้ำภายนอกนิคมฯลาดกระบังยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องอีกจากวานนี้( 9 พ.ย.) 3 เซนติเมตรและมีผลให้น้ำซึมเข้ามาระหว่างรอยคันดินใหม่และเก่า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อคอยอุดรอยซึมซึ่งหากระดับน้ำยังเพิ่มต่อเนื่องก็ถือว่าเป็นจุดเสี่ยงอย่างมาก


           อย่างไรก็ตามทางนิคมฯไม่ได้นิ่งเฉยได้มีการนำเรือผลักดันน้ำออกลำคลองต่างๆ รวมถึงได้แจ้งขออุปกรณ์หนักเช่น รถแม็คโคร 2 ตัวไปยังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ศปภ.)แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ


           “เราวางคันดินกั้นน้ำใหม่ต่อจากคันดินเดิมแต่น้ำได้สูงมาระดับคันดินเก่าแล้วจึงทำให้ดินอ่อนตัวจึงเกิดการรั่วซึมผ่านระหว่างคันดินเก่าและใหม่ ขณะที่น้ำภายนอกเองก็ยังคงเพิ่มขึ้นทุกวันแต่เราได้เสริมวีว่า บอร์ดอีกชั้นสูง 1.20 เมตรซึ่งยังเหลือความสูง 60-70 เซนติเมตรเท่านั้นน้ำก็จะเข้าภายในฯได้ดังนั้นทางผู้ประกอบการในนิคมฯจึงมีการหารือร่วมกันตลอดเพื่อประเมินสถานการณ์ใกล้ชิดเพื่อตัดสินใจร่วมกันประกาศอพยพแรงงานและปิดกิจการชั่วคราว”นายโสภณกล่าว


           นายยงยุทธ ทองสุข รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะทำงานป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน กล่าวว่า คณะทำงานฯได้แจ้งขอเครื่องดันน้ำซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการดันน้ำออกไปยังศปภ. 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ เนื่องจากคณะทำงานฯต้องการเร่งดันน้ำลงคลองพระโขนง-แม่น้ำเจ้าพระยา


           “เรามีเรือดันน้ำ 22 ลำ เครื่องปั๊มน้ำ 52 ตัวหากได้เครื่องดันน้ำซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าก็จะทำให้การดันน้ำได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้แม้ว่าจะได้ประกาศแผนเตือนภัยขั้นที่ 1 แล้วแต่เอกชนไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร แต่กลับมีการตื่นตัวมากขึ้นที่จะคอยมาซักถามข้อมูล”นายยงยุทธกล่าว


แรงงานเจอพิษน้ำท่วม1ล้านคน


           น.ส.ส่งศรี บุญบา รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติได้รายงานสถานการณ์การช่วยเหลือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน 2554 พบว่ามีสถานประกอบกิจการที่ประสบอุทกภัยจำนวน 27,811 แห่ง มีลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจำนวน 1,003,811 คน

   
           สำหรับในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ได้แก่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ดำเนินการขอความร่วมมือไปยังสถานประกอบกิจการเพื่อขออนุญาตให้ลูกจ้างมาทำงานสาย หยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา และขอให้จัดสวัสดิการเรื่องรถรับส่ง และจัดที่อยู่อาศัย เป็นต้น

   
           น.ส.ส่งศรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังสถานประกอบการแล้วจำนวน 27,124 แห่ง มีลูกจ้างได้รับการดูแลแล้วจำนวน 972,829 คน และประสานหานายจ้างที่ไม่ประสบอุทกภัยรับลูกจ้างที่ประสบอุทกภัยไปทำงานเป็นการชั่วคราว ตามโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งมีสถานประกอบกิจการยินดีรับแล้ว 504 แห่ง มีตำแหน่งงานรองรับกว่า 62,247 อัตรา

   
           สำหรับกรมการจัดหางานขณะนี้ได้จัดหาตำแหน่งงานว่างรองรับ 132,257 อัตรา สำนักงานประกันสังคมได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปให้บริการประชาชนไปแล้วจำนวน 105 ครั้ง มีประชาชนได้รับการดูแลแล้วจำนวน 11,620 คน ส่วนกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดฝึกอบรมพร้อมทำอาหารแจกจ่ายประชาชนผู้ประสบภัยแล้วจำนวน 103,016 ชุด

   
           นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปให้การช่วยเหลือในการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับประชาชนในพื้นที่ประสบภัยด้วย