
เปิดแผน7สำนักกทม.รับมือน้ำท่วมขัง
เปิดแผน 7 สำนักกทม. รับมือน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ แฉ ! โพยลึกลับ สั่งเปลี่ยนเส้นทางคาราวานช่วยคนกทม. เดิม มท.ประสานส่งมอบ 23 เขต แต่สุดท้ายไปแค่ 4 จุด ที่เหลือรอเก้อ
นายสราวุธ สนธิแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า คำแนะนำที่ดีที่สุดเพื่อช่วยประชาชนเมื่ออยู่กับน้ำท่วมเป็นเวลานานๆ คือให้ผู้ป่วยหนักออกจากพื้นทีทันทีที่กทม.ประกาศให้อพยพ หรือหากจะตัดสินใจไม่ออกจากบ้านสำนักการแพทย์จะมีหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่เข้าไปรับตัว แต่คนไข้รายใดที่ไม่อพยพก็จะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้อื่น ซึ่งผู้ป่วยจะต้องยอมรับสถานการณ์หากหน่วยแพทย์ไม่สามารถเข้าไปได้
นอกจากนี้ หากมีประชาชนที่ไม่ได้อพยพ อาจเป็นเสี่ยงจะได้รับเชื่อโรค สารเคมีอันตรายที่มีผลต่อผิวหนัง หรือสัตว์ที่มากับน้ำได้
นายสราวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับเชื้อโรคที่มากับน้ำที่ท่วม 1.โรคท้องร่วง เนื่องจากดื่มน้ำไม่สะอาด อาหารเป็นพิษ ซึ่งเชื่อโรคบางตัวพิษรุนแรงอันตรายทำให้ผู้ป่วยมีความดันต่ำและเสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา 2.ไข้หวัด ที่ส่วนใหญ่จะเกิดในศูนย์พักพิง เพราะมีโอกาสติดต่อกันสูง
3.แผลติดเชื่อ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะมีอาการเรื้อรัง รักษายาก หรืออหิวาตกโรค ที่สำคัญ 4. เมื่อน้ำลดลงโรคที่จะมาอันดับแรก คือ โรคฉี่หนู เพราะจะมีหนูออกมาหาอาหาร ทำให้ผู้ป่วยหรือคนปกติจะติดเชื่อทางแผลและร่างกายส่วนต่างๆ เมื่อติดเชื่อจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง และไตวาย
ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทีมแพทย์กทม.ได้กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพ รวมมือกับแพทย์ภาครัฐ เอกชน องค์กรสาธาณกุศลต่างๆ ตั้งหน่วยแพทย์ในจุดน้ำไม่ท่วม ศูนย์พักพิง หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทางรถและเรือ อาทิ เขตทวีวัฒนา บริเวณทางลงทางยกระดับราชชนนี บริเวณวังทวีวัฒนา วัดศาลาแดง เขตติดต่อบางบอนหนองแขม วัดศรีนวล วัดหนองแขม สมาคมชาวปักษ์ใต้ โรงเรียนบางแคเหนือเชิงสะพานพระราม 7 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร โรงเรียนสามเสน ซอยจรัลสนิทวงศ์ 13 เป็นต้น
ระดมแจกยาเวชภัณฑ์ 9 แสนชุด
ด้านนางมนทิรา ทองสาริ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า สำนักอนามัย ได้ดำเนินการดูแลประชาชนในช่วงก่อนและหลังน้ำท่วม 3 แผน ได้แก่ 1. ก่อนน้ำท่วม ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจบ้านที่มีคนชรา โดยสำนักอนามัยจะนำผ้าสีขาวไปผูกไว้ ส่วนผ้าสีเขียวจะเป็นผู้ป่วยเรื้อรัง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักอนามัยได้แจกยาและเวชภัณฑ์ล่วงหน้าไปแล้ว 9 แสนชุด และได้เตรียมเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลประชาชนที่ยังไม่ได้อพยพจากพื้นที่เพิ่มเติม โดยมีการดูแลเรื่องความเครียด การป้องกันเรื่องไฟฟ้าและสุขอนามัยในเบื้องต้น
2.ขณะเริ่มมีน้ำท่วม จะขอให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุอพยพออกมาก่อน เพราะศูนย์ของสำนักอนามัยในแต่ละเขตก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไปด้วย ทำให้เนื่องจากเกรงว่าจะช่วยเหลือได้อย่างลำบาก
และ 3. ช่วงน้ำท่วมสูง หากยังพบว่ายังมีผู้ป่วยติดค้างในพื้นที่น้ำท่วม ก็จะส่งอาสาสมัครเข้าไปช่วยการอพยพ โดยอาจจะมีการประสานขอเรือหรือรถทหารเข้าไปช่วย โดยสำนักอนามัยจะมีหน่วยแพทย์ประจำจุด และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือเพิ่มเติมในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนัก อาทิ สายไหม บางพลัดและทวีวัฒนา
นางมนทิรา กล่าวว่า ในส่วนคำแนะนำให้ประชาชน หลังจากคาดว่าจะมีน้ำท่วมในกรุงเทพฯอีก 1 เดือน ขอให้ผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม อพยพออกมาก่อนที่สถานการณ์จะวิกฤติกว่านี้ เพราะถ้าสถานการณ์วิกฤติจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ยากกว่าเดิม ซึ่งทางสำนักอนามัยกำลังเฝ้าระวังโรคติดต่อทางการหายใจ อาทิ โรคไข้หวัด ตาแดง แต่ที่กังวลมากคือเรื่องขยะที่จะมีเชื้อโรคแฝงเข้ามาได้ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย ดังนี้
1. อย่าให้น้ำท่วมเข้าตาโดยเด็ดขาด 2. ตรวจสอบอาหารก่อนรับประทานทุกครั้ง 3. ทำความสะอาดมือทุกครั้ง 4. ทำให้ร่างกายอบอุ่น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว 5. ความเครียด เมื่อต้องอยู่กับน้ำจะต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เป็นมิตรกับน้ำให้ได้ และ 6. สัตว์มีพิษที่มากับน้ำท่วม
สิ้งแวดล้อมเร่งเก็บขยะท่วมกรุง
นายบรรจง สุขดี ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นสำนักสิ่งแวดล้อมจะเร่งรับผิดชอบการเก็บขยะที่ตกค้างแต่ละเขต ซึ่งที่ผ่านมาได้ระดมเจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะในเขตต่างๆ อาทิ เขตบางพลัดจัดเก็บได้ 135 ตัน เขตดอนเมืองจัดเก็บได้ 60 ตัน เขตตลิ่งชันจัดเก็บได้ 24 ตัน เขตหลักสี่ 12 ตัน เขตภาษีเจริญ 57 ตัน เขตสายไหม 9 ตัน เขตบางเขน 18 ตัน แต่สำนักสิ่งแวดล้อมยังไม่สามารถประเมินปริมาณขยะในขณะนี้ได้ เนื่องจากยังมีขยะตกค้างอีกจำนวนมากพอสมควรในหลายพื้นที่ แต่สำนักสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
นายบรรจง กล่าวอีกว่า สำหรับขยะในกรุงเทพฯจะแยกเป็น 2 ประเภท คือ 1.ขยะอันตราย เช่นขยะตามโรงพยาบาล คลินิค สำนักสิ่งแวดล้อมได้ว่าจ้าง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) เป็นผู้จัดเก็บเฉลี่ยวันละ 30 ตันต่อวัน โดยนำไปไว้ที่ศูนย์พักขยะที่อ่อนนุช แต่หากที่อ่อนนุชมีปัญหาน้ำท่วมจนวิกฤติ ก็จะต้องหาพื้นที่พักขยะเหล่านี้ต่อไป
ส่วนประเภท 2 คือ ขยะทั่วไปซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักสิ่งแวดล้อม จะมีการขนขยะจากเขตที่มีการรวบรวมไว้ จากนั้นจะนำไปพักที่อ่อนนุชเพื่อขนถ่ายไปที่จ.ฉะเชิงเทราต่อไป ทั้งนี้ หากอ่อนนุชมีปัญหาน้ำท่วมทางสำนักสิ่งแวดล้อมก็ได้เตรียมพื้นที่พักขยะไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
สำนักระบายน้ำหวั่นขยะทำเครื่องสูบน้ำพัง
นายจิระศักดิ์ จิวาลักษณ์ ผู้อำนวยการกองระบบคลอง สำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า กทม.ได้ระดมลูกจ้างชั่วคราวกว่า 1,000 คน ในการจัดเก็บผักตบชวา วัชพืช และขยะมูลฝอยในคูคลองหลักทั้งหมดจำนวน 1,600 คลอง เพื่อเร่งเปิดทางให้การระบายน้ำคล่องขึ้น โดยจะดำเนินการจัดเก็บเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ หากมีผู้ร้องเรียนมา กทม.จะจัดส่งหน่วยพิเศษเข้าไปจัดเก็บทันที แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ ขยะประเภทยางรถยนต์ ที่นอน และท่อนไม้ขนาดใหญ่จะมุดเข้าไปในเครื่องสูบน้ำของ กทม. ซึ่งอาจทำให้ใบพัดติดขัดและชำรุดเสียหายได้ ดังนั้น จึงเร่งระดมเจ้าหน้าที่เข้าจัดเก็บให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำที่สำคัญ เช่น คลองสอง คลองพระราชดำริ คลองทวีวัฒนา
นายจิระศักดิ์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมา กทม.จะจัดเก็บผักตบชวาออกไปเป็นจำนวนมาก โดยมีวัชพืชตกค้างเพียงอยู่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่และน้ำเหนือไหลบ่า ทำให้ผักตบชวา ขยะ และเศษวัสดุต่างๆ ไหลลงมาจากทางเหนือเพิ่มเติม ซึ่ง กทม.ไม่สามารถสกัดกั้นได้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ปลายน้ำ
ทั้งนี้ ก่อนที่น้ำจะท่วมถนนวิภาวดีและพหลโยธิน กทม.ได้เข้าไปจัดเก็บผักตบชวาที่คลองสองจนเกือบหมดแล้ว แต่ก็พบว่า ยังมีวัชพืชและขยะทะลักเข้ามาเพิ่ม ซึ่งต้องให้กรมประทานและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจัดเก็บตั้งแต่ต้นทาง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของ กทม.ด้วย
เล็งปรับผังเมืองรับมือน้ำท่วมกรุง
ม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้มากผิดปกติ ซึ่งการป้องกันทำได้ยาก ทำให้สำนักผังเมืองจะมีการหารือกับผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการด้านน้ำเพื่อเป็นแนวทางการวางผังเมืองของกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีการหารือวันที่ 10 พ.ย.เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา การวางผังเมืองด้านตะวันออกของกรุงเทพฯที่อยู่นอกแนวคันกันน้ำพระราชดำริ หรือพื้นที่สีเขียวประกอบด้วยเขตคลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เป็นพื้นที่ทางน้ำไหล มีโอกาสเสี่ยงกับภัยพิบัติได้ ดังนั้นสำนักผังเมืองยังมีการควบคุมพื้นที่ไม่ให้มีการก่อสร้างหรือพัฒนาพื้นที่ตามข้อบัญญัติกทม. ตั้งแต่ปี 2525 เพื่อป้องกันน้ำที่จะท่วมมากขึ้น
ส่งสังคมสงเคราะห์เยียวยาคนเครียดน้ำท่วม
นายโกสิน เทศวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพฯที่ผ่านมา มีการตั้งโรงครัวในแต่ละเขต โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดต่างที่จะจับคู่การช่วยเหลือกับเขตที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยสำนักพัฒนาสังคมจะร่วมเข้าไปช่วยเหลือเรื่องงบประมาณ ที่นอน อาหาร ซึ่งส่วนหนึ่งมีการประสานให้เอกชนเข้าร่วมช่วยเหลือ
นอกจากนี้ สำนักพัฒนาสังคมจะเน้นการดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบกับเหตุน้ำท่วม หากเกษตรกรคนใดที่ลงทะเบียนก็จะส่งผลสำรวจไปทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เพื่อนำงบประมาณมาเยียวยาเพิ่มเติม ขณะที่สภาพจิตใจของผู้ประสบภัยขณะนี้พบว่า ส่วนใหญ่มีอาการเครียดจากสภาวะน้ำท่วม จึงได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์เข้าไปดูกลสภาพจิตใจตามบ้านเรือน และศูนย์พักพิงของกทม.เพื่อช่วยบรรเทาอาการเครียดให้กับผู้อพยพ
โยธาฯเร่งสร้างทางเดินไม้เข้าชุมชน
นายวินัย ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กล่าวว่า ทางสำนักการโยธาได้เข้าไปสนับสนุนเขต กองทัพบก หรือกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบกับน้ำท่วมในกรุงเทพฯ อาทิ การทำทางเดินไม้ตามหมู่บ้านหรือชุมชน แต่ผลกระทบที่เกิดกับสำนักโยธาโดยตรงคืออุโมงค์รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม 1 แห่งคืออุงโมงค์แยกบางพลัด ซึ่งไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งขณะนี้กำลังเฝ้าระวังเพิ่มเติมคืออุโมงค์ลอดแยกสุทธิสารเนื่องจากมีน้ำเริ่มเข้าท่วมในบริเวณใกล้เคียง
ทั้งนี้ แผนการฟื้นฟูระยะยาวจะต้องให้สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯคลี่คลายจึงสามารถเข้าไปสำรวจว่าสิ่งปลูกสร้างเสียหายแค่ไหนเพื่อหาแนวทางแก้ไข
แฉ! โพยลึกลับ สั่งเปลี่ยนเส้นทางคาราวาน ช่วยคนกทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานปล่อยคาราวานรถ 800 คัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตามโครงการ "รัฐบาลรวมใจช่วยผู้ประสบภัยทั่วไทย" ที่ลานพระราชวังดุสิต เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังประชาชนกทม. 23 เขต นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวรายงานตอนหนึ่งในงานดังกล่าวว่า เป็นการให้ความช่วยเหลือแบบครบวงจรในรูปแบบคาราวาน "1 จังหวัด 1 เขต กทม." ไปยังผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ กทม. 23 เขต
นอกจากนี้ ยังมีขบวนคาราวานครัวรัฐบาล จาก 18 จังหวัด จังหวัดละ 3 คัน รวม 54 คัน คาราวานน้ำดื่มจำนวน 32 คัน คาราวานรถเก็บขยะจำนวน 80 คัน คาราวานเครื่องกรองน้ำ จำนวน 300 ชุด คาราวานสุขาลอยน้ำ จำนวน 100 คัน คาราวานสุขาพกพา จำนวน 1,000 ชุด รถบรรทุกช่วยเหลือการเดินทางของผู้ประสบภัย จำนวน 180 คัน
ทั้งนี้ มีชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยฉุกเฉิน (ERT) โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทีมแพทย์ฉุกเฉิน ทีมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จำนวน 60 คัน รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์และถุงยังชีพ และในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้จัดขบวนรถเข้าร่วมโครงการจำนวน 36 คัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการที่นายกฯ และรมว.มหาดไทย ระบุว่า จะกระจายขบวนคาราวานไปใน 23 เขตกทม.นั้น เดิมทีทางกระทรวง ได้มีการประสานกับตัวแทน 23 เขตกทม.ไว้เป็นที่รียบร้อยแล้ว เพื่อให้รอรับมอบความช่วยเหลือหลังปล่อยคาราวาน แต่ปรากฏว่า ก่อนถึงพิธีปล่อยคาราวานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีโพยที่เขียนด้วยลายมือออกมาบอกแจ้งว่าให้ปล่อยคาราวานไปแค่ 4 เส้นทาง
คือ เขตดุสิต 1 จุด กทม.ฝั่งตะวันออก 1 จุด ฝั่งตะวันตก 1 จุด และจุดสุดท้ายให้ประสานกับส.ส.คนหนึ่ง ซึ่งทั้งหมด มีการระบุในโพยว่า จะต้องประสานกับใครและให้ไปส่งที่ไหน จนทำให้คาราวานที่เดิมจะต้องไป 23 เขต ไปได้เพียงแค่ 4 จุดเท่านั้น และทำให้เขตที่คาราวานได้นัดหมายไว้แล้ว ต่างต้องรอเก้อ
แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยด้วยว่า ในส่วนของคนที่มาร่วมการเปิดงานนั้น ก็มีการนำข้าราชการ อาสาสมัครมาจากหลายหน่วยงาน รวมไปถึงตัวแทนประชาชนในกทม.เขตที่ประสบภัยเขตละ 5 คน และจังหวัดที่ประสบภัยจังหวัดละ 50 คน ซึ่งประชาชนเหล่านี้ ได้รับการแจ้งว่า ให้มาร่วมงานแล้วจะได้รับถุงยังชีพ
อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ไม่ได้มีการประสานกับหน่วยงานที่จะแจกถุงยังชีพ จึงถูกโยนให้ไปรับถุงยังชีพของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) โดยในส่วนของคนกทม.ได้รับไปแล้ว แต่ในส่วนของต่างจังหวัดนั้น เนื่องจากถุงยังชีพไม่พอ ปภ.จึงจะนำไปมอบในภายหลัง



