ข่าว

อ.จุฬาฯเสนอ11ข้อแก้น้ำท่วมทั้งระบบ

อ.จุฬาฯเสนอ11ข้อแก้น้ำท่วมทั้งระบบ

10 พ.ย. 2554

อ.จุฬาฯ เตรียมเสนอ 11 มาตรการ แก้ปัญหาน้ำท่วม ผูกโยงทั้งระบบ แนะ สร้าง 'ซุปเปอร์เอกซ์เพรสฟลัดเวย์' ให้เก็บภาษีคนทำคันกั้นน้ำ ที่กระทบคนอื่น เก็บภาษีโรงเรือน ในพื้นที่แก้มลิง ชี้ 'นิวไทยแลนด์' ไม่ต้องไปหาต่างประเทศ

           รศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล  หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวถึงข้อเสนอเพื่อจัดการและแก้ปัญหาน้ำท่วม ว่า สิ่งที่จะนำเสนอนั้น เป็นเรื่องที่เราได้ทำการศึกษาตั้งแต่ปี 2538 และเสร็จเมื่อปี 2542 รวมทั้งนำมาปรับปรุงกับสถาการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ 

           ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าว จะเป็นข้อเสนอที่แก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว และมีมาตรการรทั้งสิ้น 11 มาตรการ ซึ่งจะมีการแถลงข่าวภายในสัปดาห์หน้า ในเชิงวิชาการและนำเสนอ ซึ่งคาดว่า รัฐบาลคงสนใจ โดยข้อเสนอเราจะดูทุกด้าน ประกอบกัน

           รศ.ดร.ธนวัฒน์  เปิดเผยว่า มาตรการที่จำนำเสนออาทิ การทำซุปเปอร์เอ็กซ์เพรสฟลัดเวย์  ซึ่งที่ผ่านมาเรามีทางระบายน้ำ แต่ก็ถูกทำลาย โดย หมู่บ้านจัดสรรที่มาสร้างขวางทาง เราจะใช้คลองตั้งแต่ด้านบนลงมาอาทิ คลองชลประทานทางฝั่งตะวันออก คลองระพีพัฒน์ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เราจะเวนคืนที่ดินทั้งสอง ฟาก ออกห่างจากคลองฝั่งละ  1 กิโลเมตร และถัดมาจะทำเป็นถนนยกสูงเป็นมอเตอร์เวย์เพื่อทำเป็นคันกั้น  โดยหากมีน้ำหลากมาก็จะไหลผ่านคลองดังกล่าว ที่เตรียมไว้ และพื้นที่ที่เวนคืนนี้ จะไม่ให้มีบ้านอาศัย แต่อนุญาตให้ทำเกษตรกรรมเช่นทำนาได้ในช่วงหน้าแล้ง

           ส่วนทางด้านบนนั้นก็จะยกสูงเพื่อให้มีแรงดึงดูดโดยน้ำจะไหลลง ดดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ  ซึ่งจากการคำนวนจะสามารถระบายน้ำได้วันละ 3,600 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินานี ขณะที่บริเวณโดยรอบนั้น ยังเป็นแก้มลิงไปในตัวที่สามารถเก็บน้ำได้ 800 ล้านลูกบาศก์เมตร แ และไม่ต้องไปกลัวน้ำจะไปกระทบใครเพราะอยู่ในร่อง

           ทั้งนี้ หากรัฐบาลอยากได้กว้างกว่านี้ก็สามารถทำได้ แต่จากที่ศึกษาด้านละ 1กิโลเมตรก็น่าจะเพียงพอ

           เมื่อถามว่า หากทำเช่นนั้น จะต้องใช้เงินมากหรือไม่ รศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวว่า ไม่มากหากเปรียบเทียบกับวิธีอื่น เช่นการขุดแม่น้ำเจ้าพระยาสอง และเราสามารถทำได้เลย ผลกระทบน้อย ซ้ำยังมีที่นาปลูกข้าวได้อีก

           รศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวด้วยว่า มาตรการทั้ง 11 ข้อ จะเกี่ยวข้องทั้งระบบ ไม่เฉพาะเรื่องการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบในการระบายน้ำเท่านั้น แต่จะผูกโยงทั้งเรื่องมาตรการทางภาษี กฎหมาย และผังเมืองโดยตัวอย่างจของมาตรการทางภาษี เช่น  กทม.ตอนนี้ มีระบบป้องกันน้ำท่วม  แต่ก็ลามไปที่อื่น คนที่ทำคันกั้นกระกระทบคนอื่น ต้องเก็บเงิน เข้ากองทุน  มิฉะนั้นทุกคนก็จะไม่ยอม นี่เป็นภาษีทางตรง

           ส่วนภาษีทางอ้อมอาทิ บริเวณ อยุธยา บางปะหัน ที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ ถูกนำท่วมประจำ ชาวนาก็อยากขายที่ จนแก้มลิงหายไป เราจะไม่ได้ห้ามซื้อขาย แต่เราใช้ภาษีทางอ้อม อย่างภาษีโรงเรือนหากมีสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ที่ควรเป็นแก้มลิงก็อาจจะเรียกภาษีเป็น  20-30 เท่า และเอาเงินส่วนนี้ไปชดเชยให้คนที่อยู่ในพื้นที่

           "นี่คือ มาตรการสร้างประเทศไทยใหม่  หรือ นิวไทยแลนด์ ที่มัวแต่ไปหาจากต่างประเทศทั้งๆที่เราทำเสร็จตั้งแต่ปี 2542 แล้ว" รศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าว