ข่าว

ผู้ว่าฯกทม.เชื่อ3สัปดาห์สายหลักแห้ง

ผู้ว่าฯกทม.เชื่อ3สัปดาห์สายหลักแห้ง

10 พ.ย. 2554

"สุขุมพันธุ์" ตรวจถนนเพชรเกษมพบระดับน้ำลดลงเล็กน้อย แนะจับตาน้ำใหม่หยุดทะลักเข้ากรุง เชื่อถนนสายหลักแห้งใน 3 สัปดาห์ รมว.คมนาคมมั่นใจถ้าน้ำท่วม ถ.พระราม 2 แต่ยังลงใต้ได้ พลังงานจ่อตรวจคุณภาพน้ำมันพื้นที่น้ำท่วม

            เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 พ.ย.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจจุดที่มีน้ำท่วมขัง บริเวณถนนกาญจนาภิเษกตัดถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างเขตบางแคและเขตบางบอน โดยทาง กทม.ได้ประกาศให้ทั้งเขตบางแคเป็นพื้นที่อพยพแล้ว และล่าสุดเขตบางบอนบางส่วนได้ประกาศอพยพแล้วเช่นกัน

            ขณะที่ถนนเพชรเกษมพบว่ายังคงมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงที่ระดับ 60- 80 ซม. เข้าสัปดาห์ที่ 2 แล้วและมีแนวโน้มว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งน้ำเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยการลงพื้นที่วันนี้ กทม.ได้นำรถน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพหรือน้ำอีเอ็มมาฉีดในพื้นที่ด้วย เพื่อลดจุลินทรีย์ในน้ำและปรับสภาพน้ำให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังมีชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ที่ไม่อพยพแต่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน และสัญจรไปมาโดยการใช้รถบรรทุกของทหาร หน่วยงานเอกชน ที่เข้ามาให้บริการกับประชาชน รวมถึงเรือรับจ้างอีกด้วย

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขยะที่ไม่ได้รับการจัดเก็บ เนื่องจากมีระดับน้ำสูง และเป็นอุปสรรคในการจัดเก็บนั้น ขณะที่ทางเขตก็ได้เร่งเก็บขยะอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเรือเข้ามาทำการจัดเก็บสิ่งปฏิกูลออกจากพื้นที่ อีกทั้งวันนี้ถือเป็นวันแรกที่กทม.จ้างคนในชุมชนวันละ 300 บาทเพื่อเก็บขยะ

            จากนั้นเวลา 16.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า ขณะนี้ถนนเพชรเกษมน้ำได้ลดลงแล้วเล็กน้อย แต่น้ำก็ได้แผ่ไปในบางพื้นที่แต่ยังช้ามาก โดยยังมีเขตบางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ คลองสาน ที่น้ำยังท่วมไม่ถึง นอกจากนี้พื้นที่ฝั่งธนบุรี เช่น บางพลัด ระดับน้ำก็ได้ลดลงเช่นกัน ซึ่งหากกทม. ได้รับมอบเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จากศปภ.ก็สามารถผันน้ำจากคลองภาษีเจริญไปยังคลองมหาชัยไปยังแม่น้ำท่าจีนได้ ซึ่งคาดว่าเครื่องสูบน้ำจะสามารถติดตั้งแล้วเสร็จได้ภายใน 2-3 วันนี้ หากน้ำใหม่ไม่เข้ามาปริมาณก็น่าจะลดลง จากการเร่งสูบน้ำออก กทม.ฝากความหวังกับกระทรวงเกษตรฯ ในการซ่อมประตูระบายน้ำ 14 แห่ง ที่จะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 13 พ.ย.นี้ หากน้ำใหม่ไม่เข้ามาในเส้นทางหลัก คาดว่าจะแห้งใน 2-3 สัปดาห์   

            ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการน้ำท่วมที่อยู่ในพื้นที่จุดอ่อน ซึ่งเป็นจุดที่อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของกทม.นั้น ในอนาคตอยากให้ทุกฝ่ายมองวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาส ในการพัฒนาระบบป้องกันน้ำทวมทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและนอกพื้นที่ เพราะปัจจุบันมีการแยกอำนาจหน้าที่ออกเป็นหลายฝ่ายหลายองค์กร ไม่สามารถทำงานอย่างบูรณาการได้

            ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายกฯตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 ชุด เพื่อฟื้นฟูประเทศอย่างยั่งยืน แต่ไม่มีคนของกทม. เข้าไปอยู่ในคณะดังกล่าว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการมีจุดเน้นในระดับชาติ ซึ่งการทำงานอาจมีการตั้งคณะกรรมการย่อยขึ้นมาเพื่อดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ได้ ซึ่งหวังว่าจะมีคนของกทม.เข้าไปร่วมด้วย

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุดในขณะนี้ หน้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจตุจักรน้ำลดลง 8 ซ.ม. คลองสองลดลง 11 ซ.ม. นอกคันบิ๊กแบ๊คลดลง 10 ซ.ม. และความต่างระหว่างนอกคันและในคันบิ๊กแบ๊กอยู่ที่ 30 ซ.ม. ส่วนหัวน้ำล่าสุดยังอยู่ที่แยกสะพานควาย จตุจักร กำลังเข้าสู่สะพานควายและถนนพระราม 2 น้ำจากเขตบางขุนเทียนหัวน้ำห่างจากถนนพระราม 2 อยู่ 700 เมตร ขณะที่แนวคิดเรื่องบิ๊กแบ๊กด้านตะวันตก จะไม่ดำเนินการแล้ว

            ด้านนายสัญญา ชินิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ยืนยันว่า เครื่องสูบน้ำในอุโมงค์ยักษ์ทุกเครื่องยังทำงานเต็มที่ทุกจุด หากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลงในช่วงน้ำทะเลหนุนไม่หนุนสูง จะมีการประเมินอีกครั้งว่าจะเร่งระบายน้ำจากจุดใดลงแม่น้ำเจ้าพระยา

 

คาด7วัน"บางพลัด"น้ำแห้ง


            น.ส.สุรีย์ วัชนะประพันธ์ ผู้อำนวยการเขตบางพลัด กล่าวว่า ล่าสุด สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เริ่มดีขึ้นตลอดช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำลดลงเฉลี่ยวันละ 10-15 เซนติเมตร โดยระดับน้ำบนถนนจรัลสนิทวงศ์เกือบตลอดทั้งสายเริ่มแห้งจนใกล้ที่จะกลับสู่สภาวะปกติแล้ว โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่เชิงสะพานพระราม 7 เป็นต้นมาทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งรถเล็กสามารถวิ่งได้ตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางช่วงของถนนจรัญสนิทวงศ์เท่านั้นที่ยังไม่สามารถระบายน้ำได้ อาทิ จากช่วงโรงพยาบาลยันฮีถึงบริเวณแยกบางพลัดที่จำเป็นต้องใช้รถขนาดใหญ่ ซึ่งทางกทม.จะพยายามอย่างเต็มที่ในการสูบน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด คาดภายใน 7 วันนับจากนี้ สถานการณ์จะกลับสู่ปกติ ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ประสบปัญหา

            น.ส.สุรีย์ กล่าวต่อว่า ด้านปัญหาขยะตกค้างในพื้นที่นั้น ล่าสุดหลังน้ำเริ่มลด ทางเขตสามารถเก็บขยะได้ถึงกว่า 600 ตันตลอด 8-9 วันที่ผ่านมา เฉลี่ยวันละ 160 ตัน จากปกติในช่วงน้ำไม่ท่วมที่จัดเก็บได้วันละประมาณ 120 ตัน โดยทางเทศบาลต่างๆ ในจ.ชลบุรีได้ส่งรถเก็บขนขยะและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือกทม.จัดเก็บ ทำให้ล่าสุดขณะนี้สถานการณ์กลับสู่ปกติไม่มีขยะตกค้างส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะตามบริเวณริมถนนจรัญฯ ส่วนกรณีน้ำเน่าเสียในพื้นที่ต่างๆ เขตได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษแจกจ่ายอีเอ็มบอลและฉีดพ่นน้ำยาอีเอ็มอย่างต่อเนื่องจนกว่าปัญหาน้ำท่วมจะคลี่คลาย


รมว.คมนาคมมั่นใจถ้าน้ำท่วม ถ.พระราม 2 แต่ยังลงใต้ได้


            พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำบริเวณถนนพระราม 2 ว่า จากรายงานขณะนี้รถยนต์ยังสามารถสัญจรได้ แต่ระดับน้ำเริ่มสูงและจะไหลเข้าท่วมถนนพระราม 2 ไม่กี่ชั่วโมงนี้ ทั้งนี้ จะไม่ปิดกั้นทางน้ำและปล่อยให้น้ำไหลลงทะเลได้อย่างสะดวก โดยเปิดทางน้ำตามช่องทางของสะพานต่าง ๆ รวมถึงท่อระบายน้ำ และขุดลอกคูคลอง 5 คลองหลัก เพื่อให้น้ำระบายออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น

            ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการกู้ถนนหมายเลข 9 และ 340 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยในวันพรุ่งนี้(11 พ.ย.) จะเริ่มสูบน้ำได้ ซึ่งขณะนี้ถนนทั้งสองสายมีระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 45 เซนติเมตร และมีจุดที่น้ำท่วมขังอยู่ที่ระยะทาง 600 และ 700 เมตรเท่านั้น จึงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องของการเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมขัง ใช้เวลาสูบเพียง 3-4 ชั่วโมงน่าจะแล้วเสร็จ.


พลังงานจ่อตรวจคุณภาพน้ำมันพื้นที่น้ำท่วม


            นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า จากการเกิดอุทกภัยอย่างหนัก ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมันบางแห่งถูกน้ำท่วม ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำมัน ที่จะนำมาจำหน่ายให้กับประชาชน ดังนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ในด้านของคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง และการช่วยเหลือสถานีบริการน้ำมันที่ถูกน้ำท่วม กรมธุรกิจพลังงาน ได้จัดโครงการบริการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง ภายหลังน้ำลด เพื่อให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค โดยกรมธุรกิจพลังงาน จะจัดส่งหน่วยตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงเคลื่อนที่ ไปประจำในพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาค ทั้งในภาคเหนือและภาคกลาง ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 14 พ.ย. นี้ เป็นต้นไป โดยสถานีที่มีการตรวจสอบสภาพน้ำมันแล้ว จะได้รับการมอบสติกเกอร์ และหนังสือรับรองคุณภาพ แต่หากพบว่า น้ำมันมีสารเจือปนจะแจ้งให้สถานีบริการนั้นๆ ดำเนินการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผู้บริโภค

 

เงินบริจาคน้ำท่วมสำนักนายกฯรวมกว่า400ล้าน


            ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 7/2554 โดยมี นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอเนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งผลการประชุมสรุปสาระสำคัญดังนี้

            ที่ประชุมรับทราบรายงานสถานะการเงินของกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีว่า กองทุนดังกล่าวมี 2 บัญชีคือ 1) ธนาคารออมสิน สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 0-5107014972-2 ซึ่งเป็นเงินทุนคงเหลือยกมาและเงินเหลือจ่ายจากกรณีช่วยเหลือผู้ประสบธรณีพิบัติสึนามิ มียอดเงินคงเหลือ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 จำนวนรวม 30,996,955.50 บาท 2) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ซึ่งเปิดขึ้นเพื่อรองรับเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มียอดเงินรับบริจาค (รวมดอกเบี้ย) ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 จำนวน 380,576,481.16 บาท