ข่าว

เตรียมเคาะ3แนวป้องนิคมฯบางชัน

เตรียมเคาะ3แนวป้องนิคมฯบางชัน

10 พ.ย. 2554

เตรียมเคาะ 3 แนวทางป้องนิคมฯบางชัน ลอกคลองรอบนิคม ตั้งเครื่องผลักน้ำ ระดมเรือดันน้ำ หอการค้าไทยคาดหากนิคมลาดกระบัง,บางชันสูญจมน้ำสูญ 4.5 แสนล้าน รมว.คมนาคมเผยเตรียมกู้ถนนสาย 340 คาดเสร็จ 11 พ.ย.ใช้เป็นเส้นทางลงใต้

         10พ.ย.2554 นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาการเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลของ ศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับกรุงเทพมหานคร กระทรวงอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมบางชัน และทหารที่ให้การช่วยเหลือในพื้นที่ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้รับทราบถึงปัญหาระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นโดยรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยแนวทางที่นิคมอุตสาหกรรมบางชันเสนอ คือ

          1) เสนอให้มีการสนับสนุนเครื่องมือในการใช้ขุดลอกคลองในพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมบางชัน 2) เสนอขอเครื่องผลักดันน้ำจากกรมอู่ทหารเรือ จำนวน 1 เครื่อง 3) ขอการสนับสนุนน้ำมันในการใช้เรือผลักน้ำ ซึ่งคาดว่าจะมีเรือเข้าร่วมจำนวนกว่า 60 ลำ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเร่งระบายน้ำโดยรอบนิคมให้ลงสู่อุโมงค์พระราม 9 ต่อไป   

          นายพรชัย กล่าวอีกว่า ข้อเสนอทั้ง 3 แนวทางสามารถดำเนินการได้ โดยคาดว่าจะสามารถป้องกันระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะนำเสนอ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พิจารณาต่อไป



คาดหากนิคมลาดกระบัง,บางชันสูญจมน้ำสูญ4.5แสนล้าน


          นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีการปรับตัวลดลง ในช่วงเดือน ต.ค. หลังจากที่ น้ำท่วมรุนแรงอาจปรับตัวลดลงอีกในช่วงเดือน พ.ย.นี้ แต่หากรัฐบาลสามารถเยียวยาได้เร็ว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็จะสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ ในช่วงเดือน ธ.ค. ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้

          หากเกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมบางชันและลาดกระบัง รวมทั้งพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ทั้งหมด ความเสียหายจะอยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท ทำให้ GDP ในปีนี้ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5-2.5 แต่หากการเยียวยาของรัฐบาลล่าช้า และเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหาความเป็นไปได้ที่ GDP ในปีนี้ จะขยายตัวร้อยละ 1.5


 รมว.คมนาคมเผยเตรียมกู้ถนนสาย340


          พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเร่งระบายน้ำในถนนสาย 340 ซึ่งเป็นเส้นทางไปยังภาคใต้ว่า ในเย็นพรุ่งนี้จะเริ่มสูบน้ำออก ซึ่งมีส่วนที่ลึกประมาณ 45 ซ.ม. มีความลึกไม่มาก เชื่อว่า จะสามารถกู้ง่าย โดยจะกู้ใน 2 จุด ในจุดแรกจะยาว 700 เมตร และจุดที่สอง 600 บริเวณหมู่บ้านสุพรรณบุรี ที่จะมีการสูบน้ำออก และผลักดันน้ำออกไป จะทำให้สามารถใช้เส้นทางนี้เดินทางไปยังภาคใต้ได้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ  3-4 ช.ม.ก็น่าจะสูบน้ำได้เสร็จ หรือในวันพรุ่งนี้ระดับน้ำลดลงก็จะสามารถทำได้เร็วขึ้น และสามารถใช้ถนนได้ในทันที

          ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีการประเมินว่าอีกกี่วัน น้ำจะท่วมถึงจะท่วมถนนพระราม 2 พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ไม่อาจตอบได้ เพราะตนไม่เก่งเรื่องทางน้ำ แต่เห็นว่าอีก 1 ก.ม.จะถึง หรืออาจจะคืนนี้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะท่วมเลย ขึ้นอยู่กับทางไหลของน้ำ โดยขณะนี้ คณะกรรมการน้ำได้เคลียร์ถนน ใต้สะพานพหล ใต้ทางด่วน และท่อระบายน้ำ เพื่อให้เป็นทางน้ำไหล ระยะทาง 30 ก.ม. อีกทั้งถนนพระราม 2 ยังมีคลอง 5 หลักให้กองทัพเป็นผู้รับผิดชอบให้น้ำระบายออกให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังโชคดีที่น้ำทางตะวันตกได้ลดระดับลงแล้ว ส่วนสุวรรณภูมิ ได้ทำแนวกั้นสูง 3.5 เมตร ยังมั่นคงแข็งแรงอยู่ สำหรับแซนด์เบริเออร์วางเป็นแนวชายบริเวณถนนวิภาวดีเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแต่ใส่ทรายลงไปในกล่องแซนเบริเอ่อร์ ทั้งนี้ จัดทำไว้เพื่อไม่ประมาณ

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้วางแนวบิ๊กแบ็คในฝั่งตะวันตก พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า หากกั้นบิ๊กแบ็คในพื้นที่ตลิ่งชัน ยาว 3 ก.ม. อาจทำให้น้ำไหลลงคลองบางกอกน้อยจำนวนมาก อาจก่อปัญหา เนื่องจากใกล้โรงพยาบาลศิริราช และจากการตรวจสอบแล้ว ไม่เป็นประโยชน์ที่จะกั้น เพราะมีคลองเยอะที่ต้องอุดแนวกั้น อีกทั้งขณะนี้ระดับน้ำลดลงเร็ว จึงไม่จะเป็นต้องทำ