
'ทหาร-ขสมก.'จัดรถรับส่ง8เส้นหลักฟรี
"ทหาร - ขสมก." ร่วมจัดรถ”รับส่งประชาชน 8 เส้นทางหลัก 6 โมงเช้า-4ทุ่ม ฟรีตลอดสาย ผบ.ทร.สั่งระดมทั้งกำลังและยุทโธปกรณ์ เร่งดันน้ำลงทะเล สรุป 12เขต 560ชุมชนกทม.วิกฤติสูงเกิน 80 ซม. กทม.แจงอีกขั้นตอนยื่นคำร้องรับเงินช่วยน้ำท่วม 5 พัน
เมื่อเวลา 15.00 น. 10 พ.ย. พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงว่า ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ กทม.ที่มีน้ำท่วมสูง กองทัพบกได้จัดยานพาหนะเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่และเรือออกบริการประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤต ในเส้นทางหลัก อาทิ ถ.วิภาวดี-รังสิต , พหลโยธิน , แจ้งวัฒนะ, เพชรเกษม และกาญจนาภิเษก โดยมีการบริหารรถ-เรือทหารใน 87 เส้นทาง แยกเป็นเส้นทางเดินรถ 70 เส้นทาง เรือ 17 เส้นทาง ซึ่งมีประชาชนใช้บริการวันละไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน
นอกจากนี้กองทัพบกยังได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและ กทม.เร่งก่อสร้างสะพานทางเดินไม้ใน 13 เขต ของ กทม. เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางในถนนสายหลักกับพื้นที่ในชุมชน โดยกองทัพบกจัดตั้งศูนย์อำนวยการด้านการขนส่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก โดยกรมการขนส่งทหารบกเป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการ และขณะนี้กำลังเร่งบริหารจัดการในเรื่องการจัดยานพาหนะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเส้นทางต่างๆของ กทม.และปริมลฑล ซึ่งได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านการคมนาคม และหน่วยงานที่มีศักยภาพในเรื่องยานพาหนะ อาทิ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ การไฟฟ้านครหลวง สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการระดมยานพาหนะพร้อมจัดทำเส้นทางเดินรถบริการประชาชน
“กองทัพบกและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯได้ร่วมกันพิจารณาวางแผนเชื่อมต่อการขนส่งประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้จัดรถบรรทุกจำนวน 400 คัน ร่วมกับรถบรรทุกของกองทัพบก 200 คัน และบริษัทเอสซีจี ปูนซีเมนต์ไทย 10 คัน โดยรถจะวิ่งตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 -22.00 น. โดยใน 8 เส้นทางหลักที่ ขสมก.ร่วมกับกองทัพบกผู้โดยสารไม่ต้องเสียค่าบริการ โดยรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจะรับช่วงต่อจากเส้นทางที่มีการบูรณาการร่วมกัน โดยจะมีการปรับเส้นทางการบริการรับ-ส่งประชาชนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ” พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับเส้นทางการบริการรับ-ส่งประชาชน 8 เส้นทางหลัก คือ 1.เส้นทาง ถ.เพชรเกษมถึงแยกพุทธมณฑลสาย 5 จะมีรถของกองทัพบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ และการไฟฟ้านครหลวง โดยจะมีรถประจำทางสาย 7, 91 ก., 165, 101, 7ก, ปอ.80, ปอ.84, ปอ.91 ต่อเชื่อมการขนส่ง ที่ เพชรเกษม 19 2.เส้นทางปิ่นเกล้า-ตลิ่งชัน จะมีรถของกองทัพบกและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ โดยจะมีรถประจำทางสาย 3 ต่อเชื่อมการขนส่ง ที่ทางลงสะพานลอยฟ้า ถ.บรมราชชนนี 3.เส้นทาง ถ.กาญจนาภิเษก แยกสุพรรณบุรี-แยกตัดกับ ถ.รัตนาธิเบศเลี่ยงซ้ายเข้า ถ.รัตนาธิเบศ-หมู่บ้านกฤษดานคร 10 จะมีรถของกองทัพบกและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯบริการ โดยจะมีรถประจำทางสาย 134, 18 ต่อเชื่อมการขนส่ง ที่ หมุ่บ้านกฤษดา10 (ถ.รัตนาธิเบศ) 4.เส้นทาง ถ.จรัญสนิทวงศ์ แยกบางพลัด-สะพานพระราม 7 มีรถของกองทัพบก, การไฟฟ้านครหลวง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยมีรถประจำทางสาย 8, 65 , 203 ต่อเชื่อมการขนส่ง ที่สะพานพระราม 7
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า 5.เส้นทาง ถ.แจ้งวัฒนะ-ศูนย์ราชการ-หลักสี่-วัชรพล จะมีรถกองทัพบก,กองทัพไทย, สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯบริการ โดยมีรถประจำทางสาย 116 และรถเมล์ร่วม 150 ต่อเชื่อมการขนส่ง ที่แยกเมืองทองธานี 6.เส้นทาง ถ.พลหลโยธิน-สะพานควาย-โชคชัย4 โดยรถของกองทัพบกและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ มีรถประจำทางสาย 29, 39, 510, 59, 503, 34 , 54, 3 ต่อเชื่อมการขนส่ง ที่สถานีรถไฟฟ้า
7.เส้นทางพหลโยธิน สะพานควาย-สะพานใหม่ มีรถของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ โดยมรรถเมล์สาย 29, 39, 510, 59, 503, 34, 54, 3 ต่อเชื่อมการขนส่ง ที่สถานีรถไฟฟ้า แล้ะเส้นทางที่ 8 คือ เส้นทาง ถ.วิภาวดี สะพานควาย-หลักสี่-ดอนเมือง จะมีรถกองทัพบกและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ มีรถเมล์สาย 29, 39, 510, 503, 34, 54, 3 ต่อเชื่อมการขนส่ง ที่ สถานีรถไฟฟ้า และมีการเชื่อมต่อด้วยการขนส่งโดยรถไฟ ที่ สถานีดอนเมือง
ผบ.ทร.สั่งระดมทั้งกำลังและยุทโธปกรณ์ เร่งดันน้ำลงทะเล
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งการให้ทุกหน่วยระดมทั้งสรรพกำลัง และยุทโธปกรณ์ เร่งผลักดันน้ำลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางน้ำ โดยกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ ได้จัดกำลังพล และเรือตรวจการณ์ลำน้ำ จำนวน 4 ลำ ผลักดันน้ำบริเวณคลองหกวา สายล่าง ปากคลอง 6 ถึง ปากคลอง 8 และถนนลำลูกกาถึงถนนนิมิตใหม่ อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี ในขณะที่ อู่ทหารเรือ ใช้เรือขนาด 200 แรงม้า ที่สามารถผลักดันน้ำได้ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และใช้เรือขนาด 320 แรงม้า สามารถผลัดดันน้ำได้ 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
สรุป12เขต560ชุมชนวิกฤติสูงเกิน80 ซม.
กรุงเทพมหานคร ได้รายงานสรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่มีระดับสูงเกิน 80 เซนติเมตร มีชุมชนรวมทั้งสิ้น 560 ชุมชน จาก 12 เขต ประกอบด้วย
1.เขตดอนเมือง 84 ชุมชน 23,507 ครัวเรือน รวม 37,228 คน
2.เขตสายไหม 70 ชุมขน 23,043 ครัวเรือน รวม 87,229 คน
3.เขตหนองแขม 57 ชุมชน 9,542 ครัวเรือน รวม 35,852 คน
4.เขตหลักสี่ 54 ชุมชน 11,437 ครัวเรือน รวม 51,266 คน
5.เขตภาษีเจริญ 53 ชุมชน 8,900 ครัวเรือน รวม 51,920 คน
6.เขตคลองสามวา 48 ชุมชน 7,502 ครัวเรือน รวม 22,341 คน
7.เขตบางแค 46 ชุมชน 2,150 ครัวเรือน รวม 11,667 คน
8.เขตบางพลัด 46 ชุมชน 9,967 ครัวเรือน รวม 51,055 คน
9.เขตตลิ่งชัน 37 ชุมชน 4,693 ครัวเรือน รวม 21,221 คน
10.เขตจตุจักร 26 ชุมชน 2,734 ครัวเรือน รวม 17,624 คน
11.เขตบางเขน 24 ชุมชน 5,484 ครัวเรือน รวม 22,326 คน
12.เขตทวีวัฒนา 15 ชุมชน 2,787 ครัวเรือน รวม 11,248 คน
กทม.แจง6เขตน้ำท่วมอ่วมออกใบรับแจ้งเกิด-ตายเป็นหลักฐานชั่วคราว
นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ตามที่กรุงเทพฯได้ประสบกับปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทำให้สำนักงานเขตไม่สามารถให้บริการงานด้านทะเบียนได้ตามปกติ จำนวน 6 สำนักงานเขต ได้แก่ ดอนเมือง บางพลัด ทวีวัฒนา คลองสามวา ตลิ่งชัน และบางแค ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้ประชาชนที่จะขอรับบริการด้านการทะเบียนราษฎรเฉพาะกรณีการแจ้งการเกิด-การตาย สำนักงานเขตดังกล่าวจะออกหลักฐานใบรับแจ้งการเกิดหรือใบรับแจ้งการตายสำหรับใช้เป็นหลักฐานเบื้องต้นก่อน เมื่อการให้บริการงานทะเบียนราษฎรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามปกติจะแจ้งให้ประชาชนมารับสูติบัตรหรือมรณะบัตรต่อไป นายศุภพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ หากประชาชนไม่สามารถแจ้งการเกิดหรือการตายในท้องที่ที่เกิดหรือตายได้ สามารถแจ้งเหตุต่างท้องที่ได้ โดยนำหนังสือแจ้งการเกิดหรือแจ้งตายที่โรงพยาบาลออกให้ไปเป็นหลักฐานประกอบ ซึ่งแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการแจ้งการเกิดหรือการตายต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่อื่น พ.ศ. 2551
แจงขั้นตอนยื่นคำร้องรับเงินช่วยน้ำท่วม5พัน
นายสมภพ ระงับทุกข์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ตามที่มีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตระหว่างที่กำลังฟื้นฟูสภาพความเสียหาย และยังไม่สามารถประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 กรณี 1.กรณีน้ำท่วมถึงบ้านพักอาศัยโดยฉับพลันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และ 2. กรณีบ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ซึ่งกทม. ได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้อำนวยการเขต และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามมติครม.แล้ว โดยให้ประชาชนยื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่หรือสถานที่ที่สำนักงานเขตกำหนดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งเมื่อยื่นคำร้องแล้วกทม. จะเร่งรัดตรวจสอบข้อมูล และรับรองความถูกต้อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ภายใน 2 สัปดาห์ จากนั้นจะส่งเรื่องไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง แล้วส่งรายชื่อต่อไปยังธนาคารออมสินเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือต่อไป โดยจะต้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน
นายสมภพ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักฐานประกอบการแจ้งสิทธิเพื่อรับเงินช่วยเหลือ ได้แก่ รูปถ่ายบ้านน้ำท่วม สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือสัญญาเช่ากรณีเป็นบ้านเช่าอยู่อาศัย หนังสือรับรองของผู้ให้เช่า หนังสือรับรองของประธานชุมชน และหนังสือมอบอำนาจกรณีผู้มีสิทธิไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเองพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบ
รองปลัดกทม. กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้กรุงเทพฯมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมตามประกาศกรมปภ. ทั้งสิ้น 32 เขต ประกอบด้วย เขตบางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ สาทร บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางพลัด บางกอกน้อย ธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ดอนเมือง คันนายาว จตุจักร ตลิ่งชัน บางเขน บางแค ภาษีเจริญ ลาดพร้าว วังทองหลาง สายไหม หนองแขม หลักสี่ ทวีวัฒนา ดินแดง และบางกอกใหญ่ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเสนอให้ออกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเฉพาะหน้าในพื้นที่กรุงเทพฯ อีก 2 เขต ได้แก่ เขตบึงกุ่ม และบางบอน
ผอ.ดินแดงสั่งเฝ้าระวังแนวคันคลองบางซื่อหวั่นปชช.ทำลาย
สถานการณ์ล่าสุดที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต น.ส.แสนสุข สตงคุณห์ ผู้อำนวยการสำนักเขตดินแดง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร เดินทางมาเจรจากับประชาชนในชุมชนริมคลองบางซื่อ วิภาวดีรังสิต ซอย 12 ที่น้ำจากคลองบางซื่อเอ่อล้นเข้าท่วมถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า จนถึงแยกสุทธิสารเมื่อช่วงเช้าที่ผานมา โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตดินแดง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้นำกระสอบทรายมากั้นให้น้ำลงคลองเลียบถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อให้สถานีสูบน้ำที่ 6 สูบลงคลองบางซื่อ แต่ประชาชนกลับมารื้อแนวกระสอบทราย เพราะเข้าใจผิดว่าจะทำให้น้ำในซอยเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องเจรจาอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ ว่าการกั้นกระสอบทรายในจุดนี้ เพื่อให้น้ำภายในซอยเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการน้ำ จึงขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมาช่วยในการทำความเข้าใจ เพื่อลดความตึงเครียด จนประชาชนยอมให้กั้นกระสอบทราย แต่ทั้งนี้จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังแนวกระสอบทรายตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเกรงว่าประชาชนจะมารื้อกระสอบทราย จนทำให้น้ำเอ่อล้นไปจนถึงแยกสุทธิสารอีก
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นในการช่วยเหลือสำนักงานเขตกำลังทำสะพานไม้ให้ประชาชนเพื่อใช้สัญจรไปมา และมีหน่วยแพทย์เข้าไปตรวจรักษาให้ประชาชนอีกด้วย
นครบาลแจ้งย้าย สน.หนีน้ำท่วม
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกประกาศตามที่ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้ที่ทำการ บก./สน.ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทำให้ทาง บก./สน.ต้องย้ายที่ทำการหรือยังให้บริการได้ แต่ต้องใช้รถใหญ่หรือเรือเข้าไปติดต่อราชการ รวมทั้งที่ทำการของ สน.ที่น้ำยังไม่ท่วม ดังนี้ ที่ทำการการ บก./สน.ที่ต้องย้ายที่ทำการ ได้แก่ บก.น.2 ,กก.สส.บก.น.2 ย้ายไป สน.สุทธิสาร มีรถใหญ่เข้าถึง สน.ประชาชื่น, สน.พหลโยธิน, สน.คันนายาว และ สน.ทุ่งสองห้อง ส่วน สน.ดอนเมือง และสน.สายไหม ต้องใช้เรือเข้าไปในพื้นที่ ส่วน สน.นิมิตรใหม่ ย้ายไป ตู้ยามนิมิตรใหม่ หน้าหมู่บ้าน KC ถ.นิมิตรใหม่ มีรถใหญ่เข้าถึง สน.บางเขน, สน.โคกคราม, สน.ธรรมศาลา และ สน.ตลิ่งชัน บก.น.7 ย้ายไป กอร.ศิริราช มีรถใหญ่เข้าถึง สน.บางเสาธง และ สน.บางกอกน้อย ส่วน สน.บาลพลัด ย้ายไป แยกบางพลัด มีรถใหญ่เข้าถึง สน.ศาลาแดง และ สน.บางขุนนนท์ สน.หนองค้างพลู ย้ายไป ปากซอยเพชรเกษม 110 มีรถใหญ่เข้าถึง สน.บางยี่ขัน และ สน.บวรมงคล
สน.คู่ขนานลอยฟ้า ย้ายไป สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ถ.บรมราชชนนีขาเข้า ทางขึ้นคู่ขนานลอยฟ้า สน.วิภาวดี (เฉพาะงานสอบสวน) ย้ายไป สน.สุทธิสาร
กรมชลฯลดปล่อยเขื่อนป่าสักช่วยคนกรุง
นายบุญชอบ หอมเกสร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ เปิดเผยว่าทาง กรมชลประทานยังคงช่วยลดปริมาณน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไม่ให้ไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ทางตอนล่างของลุ่มเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งมีความจุสูงสุด 960 ล้านลูกบาศก์ เมตร และในวันนี้ 10 พ.ย.54 มีปริมาณน้ำ 1,009 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 128 ล้าน ลบ.ม. ที่เกินระดับเก็บกักสูงสูด 28 เปอร์เซ็นต์ แต่เขื่อนยังมีความมั่นคงและแข็งแรงสามารถที่จะเก็บกักน้ำในปริมาณดังกล่าวไว้ได้
ทั้งนี้ยังคงมีปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ (10 พ.ย.) มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ 2.38 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้บริหารจัดการโดยการระบายออกเพียง 1.8 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันเท่านั้น และจะเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้บริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ขณะที่เวลา 14.00 น. ของวันนี้ (10 พ.ย.) ระดับน้ำที่สถานีปากเกร็ด 2.86 ม.(รทก.) ลดลง 1 ซม. จากชั่วโมงที่แล้ว, สถานีสามเสน 2.24 ม.รทก ลดลง 1 ซม. จากชั่วโมงที่แล้ว. และสถานีสะพานพุทธ 1.86 ม.(รทก.) ลดลง 1 ซม. จากชั่วโมงที่แล้ว



