ขสมก.ย้ายรถหมอชิตไปจอดรฟม.
ขสมก.ย้ายรถหนีน้ำจากหมอชิตไปจอดพื้นที่ รฟม. นนทบุรีน้ำลด 70 ซม.แนวโน้มลดต่อเนื่อง ขณะที่กทม.ถนนวิภาวดีฯน้ำทะลักถึงแยกสุทธิสาร บางขุนเทียนน่าเป็นห่วงทะลักท่วมเคหะชุมชนธนบุรี 9 สูงกว่า 40 ซ.ม. บอร์ดกกพ.คงค่าเอฟทีงวดใหม่ช่วยน้ำท่วม
10พ.ย.2554 นายนเรศ บุญเปี่ยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า สถานีต้นทางของ ขสมก. ที่หมอชิต นอกจากจะเป็นท่าปล่อยรถ ขสมก.แล้ว ยังเป็นอู่จอดรถเมล์ขนาดใหญ่ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากน้ำที่โอบล้อมรอบหมอชิต ทาง ขสมก.จึงได้นำรถประจำทาง ขสมก.จำนวนหนึ่ง ไปจอดไว้ในพื้นที่ของรถไฟฟ้ามหานคร ย่านพระราม 9 อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การให้บริการของ ขสมก.ที่หมอชิตยังคงเป็นปกติ
ส่วนการพิจารณาย้ายสถานีของ ขสมก.ที่หมอชิตหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาควบคู่ไปกับ บริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ด้วย ซึ่งหาก บขส.เห็นสมควรว่าจะต้องย้ายสถานีขนส่งหมอชิตไปที่อื่น ขสมก.ก็จะย้ายตามไปด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการต่อรถ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ กล่าวอีกว่า ในเส้นทางที่มีน้ำท่วมเกิน 40 เซนติเมตร และเป็นเส้นทางที่รถประจำทางปรับอากาศ ให้บริการอยู่ ทาง ขสมก.ก็อาจจะปรับเปลี่ยนรถจากรถประจำทางปรับอากาศเป็นรถธรรมดา เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น
นนท์น้ำลด70ซม.แนวโน้มลดต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรี 1 เดือนที่ผ่านมา ในหลายพื้นที่ต้องเผชิญวิกฤติหนัก น้ำทะลักไหลเข้าท่วมในระดับสูง บางหมู่บ้าน บางชุมชน ประชาชนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะซอยท่าอิฐ ถนนรัตนาธิเบศร์ มีหมู่บ้านใหญ่ ๆ หลายโครงการต้องจมอยู่ใต้บาดาล แต่ทว่าขณะนี้น้ำได้ลดระดับลงกว่า 70 เซนติเมตรแล้ว
สังเกตได้จากระดับน้ำบริเวณหน้าซอย และขอบฟุตบาทได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง รถปิ๊กอัพ รถกระบะ สามารถวิ่งเข้าออกได้แล้ว ส่วนถนนรัตนาธิเบศร์นั้น ตั้งแต่แยกไทรม้าไปทางงามวงศ์วาน พบว่า ถนนแห้งสนิทแล้ว รถยนต์เล็กสามารถวิ่งได้ทั้งขาเข้า และขาออก จากเดิมวิ่งได้แค่เลนส์เดียว
ส่วนทางด้านพื้นที่บางบัวทอง บริเวณสี่แยกบางพลู ปริมาณน้ำก็ลดลงเช่นกัน ประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร ขณะที่ในเขตบางใหญ่น้ำยังคงระดับสูง รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ อย่างเช่นถนนซอยกันตนาถึงวัดต้นเชือกระดับน้ำประมาณ 50 ซม.บางจุดถึง 1 เมตร ทั้งนี้คาดว่า ถ้าหากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดระดับลง ปริมาณน้ำในเขตจังหวัดนนทบุรี จะลดลงตามลำดับ และเข้าสู่สภาวะปกติในไม่ช้านี้
ถ.วิภาวดีฯน้ำทะลักถึงแยกสุทธิสารแล้ว
ขณะที่สถานการณ์น้ำบริเวณ ซ.วิภาวดีรังสิต 12 ล่าสุดในขณะนี้ น้ำที่เอ่อล้นจากคลองบางซื่อ ได้ไหลทะลักเข้าท่วม ถ.วิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่า ระดับน้ำจุดต่ำสุดภายในซอยดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 1 เมตรแล้ว ทั้งนี้หัวน้ำจาก ซ.วิภาวดีรังสิต 12 ได้รุกคืบไปถึงสี่แยกสุทธิสารแล้วเช่นกัน โดยมีระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 5 ซ.ม. ในฝั่งขาเข้า ส่วนขาออก หัวน้ำยังคงอยู่ห่างจากแยกสุทธิสารประมาณ 15 ม. ประชาชนบริเวณดังกล่าวต่างออกมาดูสถานการณ์และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การจราจร รถเล็กยังสามารถสัญจรไปมาได้
ส่วนบรรยากาศที่บริเวณสะพานข้ามคลองบางซื่อ ขณะนี้ มีพ่อค้าแม่ค้าออกมาตั้งร้านขายอาหาร รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม อาทิ เรือ รองเท้าบูท กางเกงกันน้ำ เป็นต้น
หัวน้ำเสรีไทยยังไม่ไปบางกะปิ
สถานการณ์น้ำท่วมที่ถนนเสรีไทย ด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมบางชัน เมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.00น.ที่ผ่านมา ระดับน้ำที่บึงกระเทียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะรับมวลน้ำจากด้านมีนบุรี และคลองสามวาซึ่งไหลลงมาเติมตลอดเวลา จึงทำให้ที่ถนนเสรีไทย ระดับน้ำยังมีความสูง 98 ซม.แต่ลดระดับลง 3-4ซม.จากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่ลดลง 3-4 ซม.เป็นผลเนื่องจากแนวกั้นบิ๊กแบ็คทำให้น้ำเอ่อล้านริมฟุตบาทยังไม่ไหลเข้าพื้นที่บริษัทสหยูเนียน แต่หัวน้ำเดินทางมุ่งหน้าไปเขตบางกะปิ ผ่านหน้าโชว์รูมบริษัทฮอนด้าแทน และเนื่องจากสะพานข้ามคลองบางชันมีความสูงกว่า2เมตรจึงทำให้น้ำไหลลงคลองและเอ่อล้นวกตีกลับมาที่บริเวณหน้าสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชันแทน
การไหลวกตีกลับของน้ำดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ทหารต้องเสริมกระสอบทรายบิ๊กแบ็คกั้นบริเวณหน้าสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติมเป็นระยะทางยาว100เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไม่ให้ทะลักเข้าไปในนิคมฯ
ด้านนายยงยุทธ ทองสุข รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะทำงานปกป้องนิคมฯบางชัน กล่าวว่า ระดับน้ำขณะนี้แม้ว่ายังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เพราะมีเครื่องสูบบน้ำจำนวน42ตัวกำลังทำงานเพื่อเร่งผันน้ำลงไปยังคลองแสนแสบ ทำให้สามารถบริหารจัดการระบายน้ำจากบึงกระเทียม และที่เอ่อหน้าหน้าบริษัทสหยูเนียนได้ดีขึ้น
น้ำทะลักท่วมเคหะชุมชนธนบุรี9แล้ว
สถานการณ์ที่บริเวณเขตบางขุนเทียน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำต่อจากเขตบางบอน ในขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง เพราะล่าสุด ที่บริเวณเขตเคหะชุมชนธนบุรี 9 ซึ่งอยู่ติดกับการเคหะแห่งชาติ เขตบางขุนเทียน น้ำจากเขตบางบอน ได้ไหลทะลักเข้าสู่ชุมชนและพื้นผิวการจราจรในชุมชน
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของโครงการฯ พบว่า น้ำได้เข้ามาในโครงการฯ ตั้งแต่ 24.00 น. ที่ผ่านมา โดยระดับน้ำในชุมชนล่าสุดในขณะนี้สูงถึง 40 เซนติเมตร ซึ่งสาเหตุที่น้ำเข้ามาไม่ได้มาตามท่อตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ แต่มาจากพื้นที่ในย่านพระราม 2 เป็นพื้นที่ต่ำ และทรุด ทำให้ภายใต้โครงสร้างของโครงการด้านล่างมีช่องว่างให้น้ำเซาะพื้นเข้ามา รวมทั้งตามกำแพงรอบโครงการ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังใช้เครื่องสูบน้ำสูบน้ำที่อยู่ในโครงการออกเป็นการด่วน สำหรับโครงการนี้มีจำนวน 4 อาคาร โดย 1 อาคาร มีห้องพักอาศัยจำนวน 200 ห้อง
กระทรวงกลาโหมบำบัดน้ำเน่าเสียด้วยอีเอ็ม
พลเอก เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตำบลโรงช้าง อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำจุลินทรีย์มาบำบัดน้ำเน่าเสียตามโครงการบำบัดน้ำเน่าเสียด้วยจุลินทรีย์เพื่อประชาชนที่ประสบอุทกภัย
ทั้งนี้ พลเอก เสถียรฯ กล่าวว่า สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาน้ำเน่าเสียในหลายพื้นที่ของประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 60 จังหวัด ซึ่งขณะที่เกิดอุทกภัยและภายหลังเกิดอุทกภัย ปัญหาที่พบคือการเกิดน้ำท่วมขัง เน่าเสีย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนที่มีน้ำท่วมขังนิ่งเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชนในพื้นที่ และหลังจากใช้สารจุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย พบว่าน้ำเริ่มใสมีสีเหลืองอ่อนและไม่ส่งกลิ่นเหม็น
ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้สำรวจสภาพพื้นที่น้ำท่วมขังเน่าเสีย รวมถึงการสำรวจการปนเปื้อนสารเคมีในเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และจากการประเมินสภาพพื้นที่ มีบ่อขยะที่ถูกน้ำท่วมเกิดการเน่าเสียและเป็นแหล่งแพร่กระจายโรคที่สำคัญ ที่มีมลพิษต่อสภาพแวดล้อมอย่างมาก ดังนั้น การดำเนินการแจกจ่ายจุลินทรีย์ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล จะได้ขยายผลโครงการดังกล่าวต่อไป
ธอส.คาดน้ำท่วมบ้านเสียหาย 150,000 หน่วย
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. ปรับเพิ่มหน่วยที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรทั่วทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมกว่า 140,000-150,000 หน่วย จากโครงการฯ มากกว่า 1,000 โครงการ ประมาณการหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งที่อยู่อาศัยสร้างขายใหม่และที่อยู่อาศัยมือสอง ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 54 ทั้งปี ว่าอาจปรับลดลงเหลือ 135,000-140,000 หน่วย หรือลดลงอย่างน้อย 20% เมื่อเทียบกับปี 53 ที่มีกว่า 178,000 หน่วย
บอร์ดกกพ.คงค่าเอฟทีงวดใหม่ช่วยน้ำท่วม
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า กกพ. มีมติให้ตรึงอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติผันแปร (FT) งวดใหม่ ระหว่างเดือนมกราคม - เมษายน 2555 ไว้ในระดับเดิม เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้รับภาระจากการตรึงค่าไฟฟ้าจำนวน 7,700 ล้านบาท
นอกจากนี้ กกพ. ยังออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งระบบ โดยการยกเว้นค่าบริการรายเดือน กรณีมิเตอร์เป็น 0 และผ่อนผันการชำระค่าไฟฟ้าออกไปอีก 3 เดือน รวมทั้งยกเว้นการคำนวณค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ โดยให้เป็นการชำระตามความเป็นจริง



