
ปชป.อัด'ปู'อย่าใช้น้ำตาบริหารปท.
ปชป. ขอให้รัฐบาลทบทวนงบของ ก.ศึกษา หลังพบใช้เงินแก้ปัญหามากกว่าแก้ที่กระบวนการ
10 พ.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ในวันที่ 2 นั้นเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น. หลังจากที่การประชุมในวันแรก เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ได้เลิกการประชุม เมื่อเวลา 00.15 น. ซึ่งการอภิปรายในการประชุมดังกล่าว ยังคงเป็นการอภิปรายสลับระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ การอภิปรายของ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายประชานิยมของรัฐบาล เพราะเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณให้กับชาติโดยไม่จำเป็น อย่างเช่น การแจกแท็บเล็ตพีซีของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า จะเป็นเครื่องมือไปสู่การพัฒนาการศึกษา ตรงกันข้ามอุปกรณ์ดังกล่าวเด็กนักเรียนติดเกมคอมพิวเตอร์มากขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้ความชัดเจนถึงการจัดการในเรื่องนี้ เช่น หากเครื่องแท็บเล็ตไม่สามารถใช้งานได้หรือหาย ใครจะต้องรับผิดชอบ
“ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เคยเรียกร้องให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วย แต่เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งขอร้องว่าอย่าใช้น้ำตาในการบริหารประเทศ และข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ” น.ส.สุพัชรี กล่าว
ด้านนายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรสำหรับกระทรวงศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน จำนวน 500 ล้านบาท ซึ่งตนกังวลว่า งบประมาณดังกล่าวอาจไม่เพียงพอต่อการเตรียมความพร้อมของนักเรียนเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นสากลได้อย่างแท้จริงหรือไม่
อีกทั้ง การใช้งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรครูนั้น ตนมองว่า เป็นความไม่เข้าใจกระบวนการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง เพราะปัญหาการขาดแคลนครูนั้น เป็นเพราะการวัดผลรวมถึงการสอบ ซึ่งเป็นปัญหาของกระบวนการไม่ใช่อยู่ที่ตัวเงิน
ส่วนนายอิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การใช้งบประมาณเพื่อเยียวยาน้ำท่วมนั้น ตนขอเรียกร้องให้พิจารณาช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม เนื่องจากการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานที่ผ่านมาพบว่ามีการให้เงินช่วยเหลือเฉพาะพื้นที่ที่เป็นของ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จำนวน 7 คนเท่านั้น ส่วนส.ส.ต่างพรรค ต่างพื้นที่ พบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนแต่ไม่ได้รับการเยียวยา



