
'น้ำท่วม-ตกงาน'...ทุบรถยังชีพ
'น้ำท่วม-ตกงาน'...ทุบรถยังชีพ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
"....." เสียงหวีดโหยหวน จากสัญญาณกันขโมยดังขึ้นบนทางด่วนโทลล์เวย์ฝั่งขาออก ซึ่งมีรถยนต์จอดหนีน้ำท่วมเรียงรายอยู่หลายร้อยคัน กลางดึกสงัดวันที่ 8 พฤศจิกายน โดยมีต้นเสียงมาจาก รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ฌภ-8093 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ห่างจากด่านเก็บเงินประมาณ 200 เมตร
ระหว่างนั้น พ.ต.ท.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร สว.งานสายตรวจ 1 บก.สปพ., ร.ต.อ.สกลรัตน์ เขมสวัสดิ์ รองสว., จ.ส.ต.สุขสันต์ ศรีวรชัย และ จ.ส.ต.สังเวียน แสงจันทร์ ผบ.หมู่ ป.บก.สปพ. กำลังออกปฏิบัติภารกิจตรวจตรารถยนต์ของประชาชน อยู่บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 พอดี จึงหยุดรถฟังเสียงสัญญาณกันขโมยดังก้องมาจากจุดใด จนจับต้นเสียงได้ว่าน่าจะดังมาจากบนทางด่วนโทลล์เวย์ฝั่งขาออก และพบว่าเสียงสัญญาณกันขโมยดังมาจากรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ จึงรีบเข้าไปตรวจสอบรถคันดังกล่าว
พบร่องรอยถูกทุบกระจกคอนโซลจากด้านหลัง ส่วนที่กระบะท้ายพบผู้ชายคนหนึ่งนอนราบอยู่ ในมือข้างขวาถือค้อนอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังพบรถเข็นของขนาดเล็ก มีกระเป๋าผ้าใบขนาดใหญ่วางอยู่บนรถเข็น เมื่อตรวจสอบภายในกระเป๋าพบอะไหล่รถยนต์และเครื่องมือช่างจำนวนหนึ่ง
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพบหลักฐานคาหนังคาเขาจึงควบคุมตัวมาสอบสวนทันที แล้วรายงานเหตุให้ พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. รับทราบ
การสอบสวนผู้ต้องสงสัย ตอนแรกไม่ยอมให้ความร่วมมือโดยพยายามปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นพบบัตรประชาชนระบุชื่อ นายอานนท์ พรหมมา อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 4 ต.หนองควายโซ อ.หนองแซง จ.สระบุรี พร้อมตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดพบว่า ไม่กี่ปีที่ผ่านมา นายอานนท์ เคยถูกจับในคดีลักทรัพย์ 2 ครั้ง และคดีพกพาอาวุธปืน 1 ครั้ง แล้วเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ
จากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้ ทำให้ นายอานนท์ แสดงอาการพิรุธมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด และในที่สุดก็รับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุเพื่อจะลักทรัพย์ภายในรถยนต์คันดังกล่าวจริง เนื่องจากต้องการนำของมีค่าไปขายนำเงินมาใช้
นายอานนท์ ให้การอีกว่า เคยทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี แต่พอน้ำท่วมไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน จึงขึ้นรถทหารเข้ามาในกรุงเทพฯ แล้วอาศัยนอนบริเวณสวนหย่อมหน้าวัดเสมียนนารี ตระเวนเก็บของเก่าขาย แต่เมื่อเห็นมีรถจอดจำนวนมากบนทางด่วนโทลล์เวย์จึงคิดจะลักทรัพย์สินของมีค่าในรถยนต์ของชาวบ้านที่นำมาจอดหนีน้ำ จึงใช้ค้อนทุบรถยนต์คันเกิดเหตุ แต่สัญญาณกันขโมยเกิดดังขึ้น แล้วเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งมาจึงนอนหลบอยู่ท้ายกระบะจนกระทั่งถูกจับ
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อคำรับสารภาพของนายอานนท์ เนื่องจากของกลางที่พบในกระเป๋าไม่ตรงกับรถยนต์กระบะที่สัญญาณกันขโมยดัง จึงสอบสวนขยายผลจนกระทั่งนายอานนท์รับสารภาพเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพิ่งลักทรัพย์มาจากรถยนต์ยี่ห้อซูบารุ สีแดง หมายเลขทะเบียน ปล 8605 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดห่างจากรถกระบะที่สัญญาณกันขโมยดังประมาณ 50 เมตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบพบว่าตรงกับคำรับสารภาพของนายอานนท์ จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีที่ สน.พหลโยธิน
พ.ต.อ.วิวัฒน์ กล่าวว่า นโยบายของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.วินัย มีความเป็นห่วงประชาชนและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะรถยนต์ที่จอดหนีน้ำขึ้นไปจอดทิ้งไว้บนทางด่วนหรือบนโทลล์เวย์ ผู้บังคับบัญชาจึงวางมาตรการให้ออกตรวจอย่างเต็มที่ตลอดเวลา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ของ บก.สปพ. หรือ 191 ทำแผนปฏิบัติโดยให้รถยนต์สายตรวจเปิดไฟวับวาบออกตรวจพื้นที่ล่อแหลมตลอดเวลา
นอกจากนี้ รถยนต์สายตรวจต้องไปจอดบริเวณเชิงสะพานและ/หรือทางขึ้นลงทางด่วน พร้อมทั้งออกตรวจบนสะพาน หากพบเห็นความผิดปกติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมายืนดูรถยนต์ มีรถยนต์จอดเทียบประกบ หรือขับรถยนต์ลงมาจากจุดใดจุดหนึ่ง ก็จะเรียกให้หยุดเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบความเป็นเจ้าของ หรือผู้ครอบครอง
"ต้องขออภัยและขอความร่วมมือผู้ขับขี่ทุกท่านให้หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ เพราะเป็นมาตรการป้องกันทรัพย์สินของประชาชน การตรวจจะใช้เวลาไม่นาน หากมีหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองได้ถูกต้อง" พ.ต.อ.วิวัฒน์ ระบุ



