ข่าว

ตกลงเป็นเขตอพยพเขตโกยเถอะโยมหรือเขตไปที่ชอบที่ชอบ?

ตกลงเป็นเขตอพยพเขตโกยเถอะโยมหรือเขตไปที่ชอบที่ชอบ?

10 พ.ย. 2554

ตกลงเป็นเขตอพยพ เขตโกยเถอะโยม หรือเขตไปที่ชอบที่ชอบ? :

            แม้ว่าบ้านผมจะยังไม่ท่วม แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าการประกาศเขตอพยพมันหมายถึงอะไร
   
          ในแง่นี้ พรรคประชาธิปัตย์เอง (ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ กทม.ส่วนใหญ่ และมีสมาชิกพรรคบริหารงานกทม.) อาจจะมีประเด็นนะครับ รวมทั้งคอลัมนิสต์รุ่นใหญ่บางคนในนี้ที่เคยเสนอว่าให้ประกาศภาวะฉุกเฉินซะ
   
          อย่างน้อยการประกาศภาวะฉุกเฉินก็มีความชัดเจนในแง่ที่ว่าประชาชนต้องเชื่อฟังรัฐ รัฐว่าไงก็ต้องว่าตามนั้น
   
          เหมือนปีที่แล้ว คือบอกให้กลับ ไม่กลับก็ต้องกระชับพื้นที่กันล่ะ
   
          ทีนี้ประเด็นมันก็มาอยู่ที่ว่า เวลาที่เราประกาศด้วยกฎหมายอื่นเนี่ย ควรจะมีการอธิบายด้วยไหมครับว่าการประกาศเขตอพยพมันหมายถึงอะไรกันแน่
   
          คือการประกาศอะไรสักอย่างเนี่ย มันควรจะต้องมีการอธิบายด้วยไหมครับว่ามีเงื่อนไขอะไรถึงจะประกาศได้ เช่นสูงเท่านี้เท่านั้น และเมื่อประกาศแล้วจะให้ทำอย่างไร
   
          แล้วถ้าไม่ทำจะมีผลอย่างไร
   
          เท่าที่เห็นเนี่ยเราพบว่าคำประกาศเขตอพยพเนี่ยคล้ายจะเป็นคำประกาศว่า "โกยเถอะโยม" หรือ "ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ" เสียมากกว่า
   
          จนถึงวันนี้ผมไม่แน่ใจว่าเราโชคดีหรือโชคไม่ดีที่เราเป็นสังคมเครือญาติ และเป็นสังคมมีตังค์ ขนาดที่สามารถไปพักผ่อนต่างจังหวัดได้เป็นสัปดาห์ ตุนของไว้ในบ้านได้เป็นเดือน ซื้อและเหมากระสอบทรายได้มากมาย
   
          และอีกด้านหนึ่งก็เป็นสังคมที่สามารถที่พึ่งพาญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงได้อยู่
   
          ก็เลยทำให้เราประเมินได้ยากว่าเวลาที่เราพูดถึงศูนย์อพยพ กับเขตอพยพมันสัมพันธ์กันแค่ไหน ในแง่ที่ว่าเวลาที่ประกาศให้พื้นที่หนึ่งเป็นเขตอพยพนั้น เรามีศูนย์อพยพที่เพียงพอไหม และเป็นระบบใหม่ในการบริหารจัดการ
   
          ศูนย์อพยพที่ดีหมายถึงว่าจะต้องมีอะไรบ้าง และการอพยพต่างๆ นั้นควรจะเป็นอย่างไร
   
          ที่พูดนี้ไม่ได้วิจารณ์กทม.นะครับ เพราะนี่คือเรื่องที่เราไม่เคยเจอ แต่ถ้าย้อนดูแล้วนับตั้งแต่วันแรกๆ สิ่งที่ผู้ว่าฯ ประกาศก็คือน้ำไม่ท่วมแน่ และมีการเตรียมศูนย์อพยพเอาไว้
   
          อันแรกไม่มีปัญหาครับ เพราะคงคาดการณ์ได้ยาก และคงไม่มีใครอยากให้ท่วม แต่อันหลังนี่ครับที่ผู้ว่าฯ บอกว่าเตรียมไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่พอจริงๆ และยังคงต้องมาร่วมกันวางแผนต่อไปอีกว่า ศูนย์อพยพจะเป็นอย่างไร และแนวการช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร
   
          ตั้งแต่แรกก็เดาได้ว่าศูนย์อพยพนั้นอาจจะเหมาะกับคนที่มีข้าวของน้อย หรือไม่เหลืออะไรจริงๆ แล้ว แต่ในภาพข่าวต่างๆ เราพบว่าอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นกลุ่มใหญ่คือคนที่ไม่ยอมออกจากบ้านมา
   
          คนกลุ่มนี้จำนวนมากไม่ใช่คนที่จนที่สุดโดยเปรียบเทียบ แต่หมายถึงคนที่พอจะเริ่มมี และต้องอยู่ไกล บางคนเขาห่วงบ้าน ห่วงทรัพย์สิน บางคนอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงลำบาก และรู้สึกถูกกดดันว่าถ้าไม่ออกมาจะมีการตัดน้ำตัดไฟ
   
          ดังนั้น จึงคำนวณได้ยากและประเมินได้ยากว่า คนที่ต้องการความช่วยเหลือที่ไม่ถึงระดับที่ไม่มีอะไรเหลือเลย เขาจะอยู่อย่างไร จะมีชีวิตต่อจากนี้อย่างไร แต่ก็ใช่ว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางออกเลย
   
          อย่างน้อย สภากทม. และสภาเขต อาจจะต้องเริ่มทำงานบางอย่าง เช่นการเปิดประชุมสภา เพื่อช่วยทำงานกับผู้ว่าฯ และอาจจะต้องมีการเปิดประชุมของผู้ที่อยู่ในแต่ละเขตเพื่อหาทางออกของการช่วยเหลือรายเขตด้วย
   
          แต่ละเขตอาจจะต้องเปิดศาลาประชาคม (Town Hall) ด้วย ไม่ใช่แค่ศูนย์อพยพ ในความหมายของการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในเขตในการร่วมมือกันแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งที่ใช้คำนี้ในกรณีที่ไม่มีพื้นที่กายภาพเพียงพอ ก็ต้องเปิดช่องทางสื่อสารต่างๆ ให้มาร่วมกันแก้ปัญหาด้วยกันครับ
   
          ช่วยๆ กันคิดก่อนที่ทั่นผู้ว่าฯ จะประกาศทั้งกทม.เป็นเขตอพยพทั้งจังหวัด …กี๊ดๆ