ข่าว

'กิตติรัตน์'ลั่นน้ำลดศก.ต้นปีหน้าโต5%

'กิตติรัตน์'ลั่นน้ำลดศก.ต้นปีหน้าโต5%

09 พ.ย. 2554

"กิตติรัตน์” ชี้หลังน้ำลดเศรษฐกิจต้นปีหน้าโต 5 % รับน้ำท่วมอาจทำให้เก็บรายได้น้อยลง แต่รัฐเตรียมขยายฐานภาษีส่วนที่ไม่เคยจัดเก็บ

           เมื่อเวลา 21.10 น. วันที่ 9 พ.ย.2554  นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงการจัดงบประมาณ2555ว่า ประเด็นเรื่องการตั้งงบประมาณขาดดุลที่จริงแล้วในยุครัฐบาลชุดที่แล้ว มีการตั้งกรอบงบประมาณขาดดุลไว้ที่ 3.5 แสนล้านบาท โดยยังขาดงบประมาณในส่วนที่เป็นวงเงินชดเชย ซึ่งรัฐบาลในตอนนั้นอาจไม่ทราบว่าเมื่อเข้าใกล้ปลายปี จะต้องใช้จ่ายงบประมาณส่วนนี้เกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้ปรากฏว่ายอดเงินชดเชยมีขึ้นมาเป็นจำนวน 5.4 หมื่นล้านบาท ดังนั้นการตั้งงบประมาณของรัฐบาลปัจจุบัน จำนวน 4 แสน ล้านบาท เป็นตัวเลขที่สอดคล้อง และเชื่อว่าถ้ารัฐบาลชุดที่แล้วได้กลับมาบริหารอีก ก็ต้องเสนองบประมาณในจำนวนเดียวกันนี้ เว้นแต่จะตัดรายจ่ายของบางโครงการออกไป

           นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะทำให้จัดเก็บรายได้ลดลง เพราะเกิดปัญหาน้ำท่วม แต่ในตอนนี้มีสัญญาณที่ดีว่าระดับน้ำในนิคมอุตสาหกรรมลดลง จึงคาดว่าโรงงานจะเริ่มเปิดได้ในต้นปีหน้า ทำให้มีความต้องการแรงงานจำนวนมหาศาล ช่วยลดปัญหาการตกงานได้ ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ถึง 5 % แม้แนวโน้มเงินเฟ้อของโลกจะอยู่ที่ 4% ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่จัดการให้ภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับไม่สูงเพื่อให้สามารถแข่งขันได้
          
           นายกิตติรัตน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการจัดเก็บรายได้ของรัฐนั้น แน่นอนว่าในช่วงน้ำท่วมจะเกิดผลกระทบบ้าง มีผลให้จัดเก็บรายได้ลดลง แต่รัฐบาลมีภารกิจขยายฐานภาษีคือการจัดเก็บภาษีในส่วนที่ไม่เคยมีการจัด เก็บมาก่อน ซึ่งจะช่วยให้รายได้ของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น ขณะที่นโยบายประชานิยมยังต้องทำต่อไป เพราะจะเป็นตัวสร้างความสมดุลในประเทศไทย ให้คนในสังคมมีรายได้ที่สูงขึ้นเพื่อเป็นผู้บริโภคที่มีคุณภาพ ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดีขึ้น