ข่าว

'ปู'ดันประชานิยมเมินเสียงฝ่ายค้าน

'ปู'ดันประชานิยมเมินเสียงฝ่ายค้าน

09 พ.ย. 2554

"ยิ่งลักษณ์" เมินเสียงฝ่ายค้าน ยันเดินโครงการ "รถคันแรก-บ้านหลังแรก" อ้างกระตุ้นศก. และสัญญากับประชาชนแล้ว อภิปรายงบเดือด“เกียรติ”อัด"ปลอดประสพ"ทำนักลงทุนตื่น ด้าน ”กรณ์” ค้านรัฐบาล”ปู” กู้เงิน เชื่อเก็บภาษีไม่ได้ตามเ

          เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 พ.ย.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) กรณีที่ประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2555 ที่ฝ่ายค้านเห็นว่าควรยกเลิกนโยบายประชานิยมรถกับบ้านหลังแรกว่า “งบประมาณและเม็ดเงินก็ไม่ได้มากแต่อยากให้ดูในส่วนของคนที่อยากจะมีบ้านและรถหลังแรกก็จะเป็นสิ่งที่มีค่า มีความหมาย ที่สำคัญเป็นนโยบายที่เราสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน"
         
          เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่านโยบายพวกนี้ยังเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังจะขอเดินหน้าต่อ แต่การใช้เม็ดเงินเราก็คำนึงถึงสภาวการณ์ในปัจจุบัน และคำนึงถึงวินัยทางการเงินการคลังด้วย


   
"ชวรัตน์"จี้โละงบที่ไม่ได้ใช้เยียวยา-ฟื้นฟู

   
          สำหรับการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555  นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2555 ต้องพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากปีนี้ประเทศตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ได้รับความเสียหายรุนแรงจากอุทกภัยที่ไม่เคยประสบ ประชาชนค่อนประเทศต้องได้รับการฟื้นฟูเยียวยาเร่งด่วน โดยเฉพาะปัจจัยสี่หรือปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงชีวิต เรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูขอให้ชะลอหยุดหรือยกเลิก


"พิเชษฐ"ชี้นิคมฯล่มกระทบเก็บภาษี


          นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมช.คลัง กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้จากภาษีนิติบุคคล ซึ่งเป็นรายได้ 50% ส่วนใหญ่มาจากบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมทั้งโรจนะ บางกะดี นวนคร ฯลฯ ซึ่งมีผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย และคาดว่าจะมีนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอีก ดังนั้นจะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรอย่างมหาศาล นอกจากนี้ นโยบายลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% จะทำให้รายได้กว่า 5.9  แสนล้านบาท หายไป 7% หรือ 1.3 แสนล้านบาท


“เกียรติ”อัด"ปลอดประสพ"ทำนักลงทุนตื่น

         
          นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีบทวิเคราะห์ของนิตยสารนิวยอร์กไทม์ อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่แสดงความมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าจะเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในไทยเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้ เท่ากับเป็นการประกาศให้ประชาคมโลกทราบถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ

          “ผมอยากให้นายกฯ ออกมาบอกว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมานั้นดีพอหรือยัง หากมองว่าดีพอแต่ความเสียหายที่เกิดใครจะรับผิดชอบ และอยากให้ชี้แจงให้ชัดเจนว่า ปัญหาอุทกภัยที่เกิดนั้นเกิดจากความผิดพลาด ขอให้นายกฯ ยอมรับความผิดพลาด ส่วนจะรับผิดชอบอย่างไรก็เป็นเรื่องส่วนตัวนายกฯ แต่ผมมองว่าอย่างต่ำที่สุด แค่กล่าวขอโทษก็ยังดี” นายเกียรติ กล่าว


"ปลอดประสพ"อ้างพูดเพื่อเตือนชาวบ้าน


 
          นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวชี้แจงว่า ยอมรับว่าได้ให้สัมภาษณ์จริงในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น อนาคตประเทศไทยน้ำจะท่วมอีก ท่วมบ่อย และท่วมเยอะ เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของโลก ตนมีหน้าที่บอกข้อมูลให้รู้ เพื่อกระตุ้นความพยายามการป้องกันของประชาชน


พท.ชี้นาจมน้ำ-ห่วงทุจริตจำนำข้าว


   
          นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขณะนี้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้ชาวนาไม่มีข้าวไปจำนำ ดังนั้นขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาตรงนี้ด้วย เพราะเกรงว่าจะเกิดการทุจริตขึ้นได้


ปชป.อัดทุ่มประชานิยมไม่เข้าท่า


   
          นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า งบประมาณรายจ่ายปี 2555 ไม่ได้ตอบสนองการแก้ปัญหาประเทศที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัย มัวแต่ห่วงการหาเสียงโครงการประชานิยมมากกว่าการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน เพราะมูลค่าความเสียหายจากน้ำท่วมที่สำนักงบประมาณประเมินไว้ขณะนี้อยู่ที่ 8 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลกลับจัดงบฟื้นฟูน้ำท่วมแค่ 1.2 แสนล้านบาท คงหนีไม่พ้นต้องหาเงินมาเพิ่มโดยการกู้เงิน ทั้งที่สามารถดึงงบประมาณจากโครงการประชานิยมที่ไม่เข้าท่าเหลวไหลมาแทนได้ เช่น การแจกแท็บเล็ตนักเรียน โครงการบ้านหลังแรก และการยกเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันของกระทรวงพลังงาน เป็นต้น


"ก่อแก้ว" แนะศาลกู้ปรองดอง



          นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลมีการตั้งงบเกี่ยวกับการปรองดอง แต่เท่าที่ตนมองในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมายังไม่มีสัญญาณการปรองดองเกิดขึ้น เพราะมีบางฝ่ายที่ไม่ให้ความร่วมมือ แม้ว่านายกฯ จะมีความตั้งใจในการขับเคลื่อน แต่ตนก็ไม่มั่นใจว่าจะบรรลุตามที่นายกฯ ตั้งใจไว้หรือไม่ ตนอยากเห็นฝ่ายตุลาการกอบกู้การปรองดองให้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะนักโทษการเมืองที่ถูกกักขังในเรือนจำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดง โดยในจำนวนนี้เป็นนักโทษที่ถูกคุมขังแล้ว และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งส่วนนี้ศาลยังไม่ให้มีการประกันตัวทั้งที่ข้อหาอ่อนกว่าตนที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงเป็นผู้ก่อการร้ายก็ยังได้รับการประกันตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ตรงนี้ถือเป็นปัญหาและอุปสรรคในเรื่องการปรองดอง ดังนั้นขอฝากรัฐบาลไปหารือกับฝ่ายตุลาการว่าจะทำอย่างไรให้การขับเคลื่อนเรื่องการปรองดองเดินหน้าต่อไปได้ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการระงับการดำเนินคดีกับนักโทษที่ถูกพิพากษาไปแล้ว ส่วนนักโทษที่อยู่ในระหว่างต่อสู้คดีควรจะได้รับการประกันตัว


 "กรณ์"ค้านรบ.กู้เงินเชื่อเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า


          ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า งบประมาณรายจ่ายปี 55 ซึ่งเป็นงบขาดดุล 4 แสนล้านบาท ทำให้มีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงิน ทั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยคัดค้านการจัดสรรงบของรัฐบาลที่แล้ว ที่ต้องกู้เงิน แต่วันนี้รัฐบาลกลับมากู้เอง จึงต้องอธิบายว่า เมื่อมาเป็นรัฐบาล เหตุใดจึงต้องกู้เงินมากกว่า 4 แสนล้าน ซึ่งมากกว่ารัฐบาลที่แล้ว ที่จัดงบขาดดุลแค่ 3.5 แสนล้านบาทอยากถามว่า กู้มาเพื่ออะไร ถ้าจะอ้างเรื่องฟื้นฟูวิกฤตน้ำท่วมที่ได้รับความเสียหายมหาศาล แม้ขณะนี้ตัวเลขอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เหลือ 2.5 แต่ยังเป็นบวกอยู่ แล้วจะกู้มาทำไม หรือว่า กู้มาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายประชานิยมตามที่หาเสียงไว้ แต่นโยบายเหล่านี้ไม่มีการสำรองไว้ในงบปี 55 นอกจากนี้รายได้ที่ประมาณการไว้ ก็เชื่อว่า กรมสรรพากรไม่สามารถจัดเก็บได้ จึงขอเสนอแนะเรื่องการจัดเก็บภาษี 5 ข้อคือ1.นโยบายลดภาษีนิติบุคคลจาก 30 % เหลือ 23 % ให้ยุติไว้ 1 ปี เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท ทำให้กู้ยืมเงินน้อยลง และนำไปใช้ตั้งเป็นกองทุนฟื้นฟูอาชีพการทำมาหากินของผู้ประสบภัย


          นายกรณ์ กล่าวว่า 2.ยกเลิกนโยบายที่ผิดกาลเทศะ เช่น บ้านหลังแรก รถคันแรก ให้เลื่อนไป 1 ปีเพื่อนำเงินมาว่าจ้างผู้ตกงานถึง 3 เดือนเต็ม 3.ขอให้มีความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณ อย่าเอาหนี้ไปซุกไว้ที่อื่น 4.งบฟื้นฟูน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาท ขอให้คณะกรรมาธิการงบประมาณ เร่งรัดทุกหน่วยงานเสนอโครงการฟื้นฟูให้ชัดเจน เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน และ 5.กำหนดแผนบริหารจัดการเรื่องการบริหารการคลังประเทศให้ชัดเจน


ปชป.อัด รัฐบาลแก้น้ำท่วมล้มเหลวซัด ศปภ.ไร้ผู้รู้จริง


          นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ก็พูดยืนยันมาตลอดว่า เอาอยู่ แม้ขนาด ศปภ.ยังเอาไม่อยู่ ต้องย้ายหนีน้ำท่วม ในขณะที่ ศปภ.ทำหน้าที่แค่รายงานสถานการณ์ แต่ไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนในการรับมือป้องกันน้ำท่วม อีกทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วมใน ศปภ.ไม่มีผู้ที่รู้จริงเรื่องนี้ทำให้น้ำทะลุทะลวง เพราะตั้งแต่ที่มีน้ำท่วมที่ จ.สิงห์บุรี จ.ชัยนาท เหตุใดผันน้ำออกไปทางแม่น้ำท่าจีนในปริมาณน้อยมาก ถ้ามีการระบายผันน้ำไปได้มาก หลายเมืองหลายจังหวัด น้ำคงไม่ท่วมเสียหายมากขนาดนี้
         
          ทั้งนี้ขอเสนอ 3 ข้อ ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ได้แก่ 1.ให้ทำ“คลองผันน้ำ”เลียบถนนวงแหวนวงที่สาม มีความกว้าง 100 เมตร ลึก 10 เมตร 2.ให้ทำ ”ฟลัดเวย์” หรือ ”ทางน้ำหลาก” ในด้านทิศตะวันตก เพื่อให้การระบายน้ำไหลลงทะเลได้อย่างเพียงพอที่ จ.สมุทรสาครซึ่งจะทำให้การผันน้ำได้มีประสิทธิภาพ และ 3.ขอเสนอทำ "คลองผันน้ำ" ในฝั่งตะวันออก เพื่อรองรับน้ำจาก จ.นครสวรรค์ ลพบุรี ปทุมธานี ถึงสมุทรปราการ หากทำได้ตามเสนอจะไม่เกิดอภิมหาน้ำท่วมอีก คนฝั่งธนฯไม่ต้องจมน้ำอีกและทราบว่าขณะนี้กรมทางหลวงที่กำลังเร่งกู้ทางเส้น บางบัวทอง สุพรรณบุรี แต่เชื่อว่าจะมีปัญหากับชาวฝั่งธนฯที่จะต้องจมน้ำซ้ำเติมมากยิ่งขึ้นอีก เรื่องนี้ตนได้ปรึกษา รมว.มหาดไทย และ รมว.คมนาคมแต่ท่านก็ยังยืนยันจะดำเนินการต่อไป

          "ทุกวันนี้ ยังไม่พอหรือ หลายคนต้องย้ายออกจากบ้าน หลายคนต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนก็เพราะความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ผมคิดว่าแค่คำ”ขอโทษ" หรือคำว่า"เสียใจ" ของท่านนายกฯก็ยังไม่พอ กลับบ้านเถอะครับ เพราะน้องน้ำกำลังตามท่านมาถึงสภาแล้ว กลับบ้านได้แล้วครับ" นายสามารถ กล่าว


"หมอสุรวิทย์"แจงรัฐบาลช่วยเหลือไม่เลือกข้าง


          นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รู้สึกไม่สบายใจที่บอกรัฐบาลเลือกช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ความจริงรัฐบาลช่วยเหลือไม่เลือกข้าง โดยถือว่าประชาชนคนไทยทุกคนต้องดูแล สำหรับเงินช่วยเหลือบางโครงการที่ไม่ปรากฎในงบประมาณนั้น รัฐบาลมีวิธีการบริหารจัดการ อาจอยู่ในงบกลางสำรองจ่าย

          ส่วนกรณีที่วิพากษ์วิจารณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชอบร้องไห้นั้น น.พ.สุรวิทย์ กล่าวว่า ความจริง เป็นการร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ เพราะตั้งใจทำงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ ทำงานจนดึกจนดื่น


"โกร่ง"เผย นายกฯยกหูให้รับตำแหน่งปธ.แก้วิกฤติประเทศ


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 8 พ.ย.นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ให้สัมภาษณ์ในรายการสถานีรวมใจสู้ภัยน้ำท่วม ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง11หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งจากครม.ให้เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โทรศัพท์มาหาตนด้วยตัวเองเพื่อขอให้มาช่วยงานรัฐบาล โดยนายกฯบอกว่าตนมีประสบการณ์ มีความอาวุโสและจะตั้งรองนายกฯสองคนไปเป็นรองประธานกรรมการ ตนจึงบอกนายกฯไปว่าโดยธรมเนียมปฏิบัติไม่ค่อยมีรองนายกฯมาช่วยงานคนที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง นายกฯจึงบอกตนว่าม่านประเพณีมีไว้แหวก ตนจึงรับหน้าที่นี้เพราะหากไม่ทำก็จะเป็นการใจดำกับประเทศ ตรงนี้คือภารกิจสุดท้ายที่ตนจะทำ

   

ทูตจีนแนะปูจัดตั้งคลังเก็บอุปกรณ์แก้ปัญหาน้ำท่วม


    นายกวาน มู เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลจีนที่มีต่อไทย เป็นความช่วยเหลือแบบให้เปล่า ซึ่งล่าสุดได้มอบเครื่องสูบน้ำจำนวน 500 เครื่อง เรือติดรถยนต์ 685 ลำ ยาฆ่าเชื้อ บรรทุกมาทางเรือมาถึงไทยแล้ววานนี้ (7 พ.ย.) จำนวน 2 ลำ โดยทราบว่า ในการสั่งซื้อเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมของรัฐบาลไทย เป็นการสั่งซื้อกับเอกชนจีน ไม่ผ่านรัฐบาลจีน สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในไทยครั้งนี้ ไม่เคยพบเห็นในรอบ 50 ปี ซึ่งการที่รัฐบาลไทยพยายามหาซื้อเครื่องสูบน้ำหลังเกิดภัยพิบัติแล้ว อาจจะไม่ช่วยแก้ไขปัญหา ไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที และราคาอาจจะสูง ทั้งนี้ ขอแนะนำรัฐบาลไทยให้จัดระบบอย่างที่รัฐบาลจีนได้ดำเนินการ โดยมีการจัดตั้งคลังจัดเก็บเครื่องสูบน้ำ เรือกู้ชีพ และอุปกรณ์สำหรับใช้ในช่วงที่ประสบอุทกภัย เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องใช้จะได้เบิกจ่ายออกมาใช้ในพื้นที่ได้ทันที ทั้งนี้ สำหรับเครื่องสูบน้ำที่รัฐบาลจีนนำมามอบให้ 2 ล็อตใหญ่ จะเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลไทยยังดำเนินการสั่งซื้อทั้งในประเทศและนอกประเทศอีกจำนวนหนึ่ง