
'จอเหลือง' กับ 'จอฟ้า' บนจานส้ม
Blue Sky ทีวีน้องใหม่ออกอากาศทางจานส้ม เช่นเดียวกับเอเอสทีวี โดยช่วงทดลองออกอากาศ มีรายการ 'อาสาฯ ประชาชน' สดจากที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
หน้าเวบไซต์ของจานส้ม IPM แจ้งข่าวสารถึงสมาชิก ด้วยความตื่นเต้นว่า
"สำหรับแฟนๆ ช่อง ASTV ตอนนี้ทางสถานี ASTV ได้กลับมาแพร่ภาพได้ตามปกติ สามารถรับชม update ข่าวสารกันได้ที่ IPM Channel ช่อง 82 (ASTV new1) ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน"
คอทีวีดาวเทียมจะทราบกันว่า IPM คือ 'เจ้าพ่อจานเล็ก' บนแพล็ตฟอร์มดาวเทียม NSS6 ของเนเธอร์แลนด์ ที่มีมากกว่า 100 ช่อง
ประธานบริษัท ไอพีเอ็ม จำกัด ชื่อ มานพ โตการค้า ซึ่งร่ำลือกันว่า ภรรยาของเขาเป็นน้องสาว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.
สาม-สี่ปีที่แล้ว เรารู้จัก มานพ โตการค้า ในฐานะผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง TEN TV ต่อมาเขาลงทุนผลิตจานส้มขาย รวมถึงทุ่มทุนผลิตคอนเทนท์ป้อนช่องรายการต่างๆ ผ่านดาวเทียม NSS6
เมื่อ 5 ตุลาคม 2554 'มานพ' โชว์พาวเจ้าพ่อจานเล็กสีส้ม จับมือกับ 'กลุ่มจานดำบิ๊กโฟร์' คือ อินโฟแซท ไอเดียแซท ไทยแซท และลีโอเทค ผลิตกล่องรับสัญญาณรุ่น C+KU BAND ทำให้สามารถรับชมรายการจากดาวเทียม THAICOM5 และดาวเทียม NSS6 ได้ฟรีๆ มากกว่า 100 ช่อง
นี่เป็นการแก้ปัญหาการขาดคอนเทนท์ของจานส้มไปเปลาะหนึ่ง และการจับมือกับ ASTV สถานีข่าวสารที่มีแม่ยก-พ่อยกมากมายอยู่ ก็เป็นช่องทางการขยายตลาดของจานส้ม ด้วยเหตุนี้ 'มานพ' จึงเร่งโปรโมท ASTV กันอึกทึกครึกโครม
นอกจากคอนเทนท์ข่าวสารของ ASTV มานพ โตการค้า ยังเปิดตัวคอนเทนท์ใหม่ของกลุ่มผู้ผลิตรายการทีวีดาวเทียมช่อง 'บลูสกายทีวี' หรือ BlueSky โดย เถกิง สมทรัพย์ และชาวคณะ
Blue Sky ทีวีน้องใหม่ออกอากาศทางจานส้ม เช่นเดียวกับเอเอสทีวี โดยช่วงทดลองออกอากาศ มีรายการ 'อาสาฯ ประชาชน' สดจากที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ได้ร่วมจัดรายการนี้ด้วย
ผู้ดำเนินรายการตัวหลักของช่องบลูสกาย เป็นเจ้าเก่าจากช่องสุวรรณภูมิ ถนอม อ่อนเกตุพล อดีตโฆษก กทม. และผู้ดำเนินรายการวิทยุคลื่นจราจรเพื่อสังคม พ่วงด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ อดีตโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ปชป.
ในหมู่ ส.ส.พรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม พูดกันมานานแล้วว่า การต่อสู้ทางการเมืองยุคใหม่เปลี่ยนไป พรรคไหนที่มีสื่ออยู่ในมือ จะได้เปรียบกว่าคู่แข่ง
สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรค ก็เคยปรารภกับมวลสมาชิกมาก่อนหน้านี้ว่า การต่อสู้ทางการเมืองพรรค จะต้องมีการปรับยุทธศาสตร์ใหม่ โดยการให้มีสถานีโทรทัศน์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อใช้ในการเผยแพร่ข่าวสารของพรรคไปยังประชาชน และยังเป็นการขยายฐานมวลชนของพรรคให้กว้างขึ้นด้วย
เพราะมีชื่อ 'สุเทพ' จึงมีเสียงโต้ตอบจากฝั่งพรรคเพื่อไทย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ แถลงว่า หาก 'สุเทพ' ส.ส.สุราษฎร์ธานี เป็นนายทุนใหญ่บลูสกายจริง อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 48 ที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์หรือโทรคมนาคม
แต่เรื่องนี้ พูดไปก็เท่านั้น มันไม่มีหลักฐานอะไรหรอกที่จะผูกโยงไปถึงพรรค ปชป. เหมือนกับ Asia Update ที่คนทั้งประเทศทราบว่า เจ้าของตัวจริงเป็นใคร? แต่ก็ไร้หลักฐานโยงใยไปถึงคนคนนั้น
แม้แกนนำ นปช. จะเล่นละครบอกชาวบ้านว่า Asia Update ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย แต่ในข้อเท็จจริง มันก็คือกระบอกเสียงของพรรคที่ทรงประสิทธิภาพ จนทำให้พรรคชนะเลือกตั้งถล่มทลาย
กรณีทีวีการเมืองนั้น มันก็เข้าทำนอง ไก่ก็เห็นตีนงู งูก็เห็นนมไก่ ต่างฝ่ายต่างใช้สื่อเพื่อบริหารมวลชนของพรรคตัวเอง
ชาวประชาก็เลือกชมตามรสนิยม มีทั้งจอแดง จอแดงสาขา 2 จอแดงสาขา 3 จอเหลือง จอเหลืองแกมเขียว จอเหลืองแก่ จอเขียว จอฟ้า..มันเป็นยุคทองของเสรีสื่อโดยแท้!



