
สบายๆสไตล์สีกากี:ดาบตำรวจ..ชีวิตเงินล้านกับ"พิทบูล"ปลาหมอสี!
นายดาบตำรวจลงมือทำคลอดแม่สุนัขสายพันธุ์อเมริกัน พิทบูล เทอเรีย ตั้งแต่ 2 ทุ่มกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปตีห้าของอีกวัน ท้องที่เป็นท้องที่ 3 แล้วของแม่สุนัขตัวนี้ มีด้วยกัน 4 ตัว ตัวสุดท้ายมีขนาดเล็กจิ๋วเท่าหัวแม่มือผิดไปจากพี่ๆ แต่ลักษณะสวยครบสมบูรณ์ ขนสีทองมั
ข้อเท้าสีขาวทั้ง 4 ข้าง นายดาบตำรวจพยายามประคบประหงม ป้อมนมทุก 2-3 ชั่วโมง หวังจะให้มันรอดชีวิต แต่สุดท้ายมันก็ตายในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา...นั่นเอง
หลังจากตายเขาก็นำมันไปฝังดินไว้ข้างๆ ศาลพระภูมิ ตกดึกลูกหมาตัวนี้ก็มาเข้าฝันเรียกเขาว่า "พ่อ จะมีลาภก้อนใหญ่ ให้ซื้อหวยเลข 713" รุ่งเช้าเขาก็ไปซื้อลอตเตอรี่ ได้รับเงินก้อนโตไปนอนกอดเล่น 4 ล้านบาท
นั่นคือชีวิตเมื่อ 5 ปีก่อนของ ด.ต.ดุสิต แก้วไทรนันท์ ช่วยราชการ กองนโยบายและแผน บก.ภ.จว.นครปฐม มาวันนี้ชีวิตเขาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เนื่องจากนำเงินที่ได้มาไปขยับขยายร้านขายปลาหมอสีและทำคอกสุนัขพิทบูล
"มันเป็นปีของเรา เมื่อก่อนคิดจะทำอะไรก็ทำไม่ได้ พอมีเงินอยากทำอะไรก็ได้ทำ" ด.ต.ดุสิต ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีส้ม กางเกงยีน เล่าถึงวันสบายๆ ในร้าน "จ่าสิต-พิทบูล" ริมสถานีรถไฟนครปฐม
ก่อนหน้าจะถูกรางวัลที่ 1 คอกสุนัขของเขากำลังย่ำแย่ เมื่อได้เงินก้อนใหญ่จึงนำมาปรับปรุงร้านตามความฝัน ทั้งการขยับขยายร้านปลาหมอสีและคอกสุนัขพิทบูล ที่ก่อร่างสร้างขึ้นมาจากเศษเงินในกระปุกออมสินที่เก็บหอมรอมริบได้ 3 พันกว่าบาท นำไปซื้อลูกสุนัขพิทบูลสายโชว์ นิสัยดี ไม่ดุเหมือนสายกัดมาตัวหนึ่ง เจ้าของตั้งราคาไว้ที่ 8 พันบาท สุดท้ายก็ต่อรองเหลือ 3 พันบาท
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดาบสิตก็เพาะพันธุ์พิทบูลเรื่อยมา จนมีแม่พันธุ์ 28 ตัว และพ่อพันธุ์อีก 4 ตัว ทุกตัวเขาจะทำคลอดเองกับมือ ตัวไหนเจ็บป่วยก็ดูแลรักษาตัวด้วยเอง ทำให้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เขาบอกว่า ลูกสุนัขมีราคาเป็นหมื่น จะคอยให้มันคลอดเองตามยถากรรมไม่ได้ ต้องคอยดูแลฉีดยาเร่งคลอด ตัดสายสะดือ ตัดหู ฉีดวัคซีน เมื่อลูกสุนัขเริ่มโตก็จะฝึกให้เชื่อฟังคำสั่ง โดยใช้รางรถไฟเป็นสนามฝึก สิ่งเหล่านี้เขาเรียนรู้มาจากเพื่อนทหารฝึกสุนัขนั่นเอง
"ตำรวจชอบการต่อสู้ สุนัขพิทบูลเป็นหมานักสู้ กัดเก่ง ผมเป็นตำรวจก็เลยชอบ"
ด้วยเหตุนี้เองจึงมีอาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เทียวมาติดต่อให้เป็นวิทยากรพิเศษไปบรรยายให้นักศึกษาฟังอยู่เป็นประจำ
ดูเหมือนว่า...กาลเวลากำลังจะพรากของรักอย่างหนึ่งไปจากดาบสิต นั่นคือเขากำลังจะวางมือจากฟาร์มพิทบูล ที่เคยทำเงินล้านให้เขามาแล้ว เนื่องจากวัยที่มากขึ้นการทำคอกสุนัขต้องใช้แรงใจและแรงกายมาก ทำให้เหนื่อยล้า เหลือเพียงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ หมาแก่ และหมาป่วย ที่ต้องดูแลอีก 12 ตัว ภายในบ้านหลังเล็กๆ เพียงไม่กี่ตารางวา ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังแทบจะเรียกว่า "บ้านหมา" เสียมากกว่า (ฮา)
"ผมบอกลูกๆ เลย ถ้าไม่มีใครสานต่อคอกพิทบูล จะต้องเลี้ยงดูพวกมันไปตลอดชีวิต" ด.ต.ดุสิต บอกขณะพาไปชมคอกสุนัขที่ตัดแปลงพื้นที่รอบๆ บ้านเพียงไม่กี่ตารางเมตรเป็นกรงหมาและตู้เลี้ยงปลา
"นี่บั๊กพ่อพันธุ์ เคยมีคนมาขอซื้อ 2 แสนบาทผมยังไม่ขายเลย"
บั๊ก เป็นพ่อพันธุวัย 8 ปี สีขาว-ดำ อาศัยอยู่ในกรงนอกบ้าน ส่วน "บี" แม่พันธุ์สีน้ำตาล-ขาว ตัวโตเต็มวัยได้รับอภิสิทธิ์มากกว่าถึงขั้นมีห้องส่วนตัวอยู่ภายในบ้านเลยทีเดียว บีเป็นแชมป์หลายสนามและให้กำเนิดลูกมาแล้วหลายคอก ดาบสิตรักเหมือนกับลูกคนหนึ่ง เขาเปรยว่าถ้ามันตายไปไม่รู้จะหาตัวแทนแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก เพราะมีทั้งความฉลาด ซื่อสัตย์ รักเจ้าของถึงขนาดยอมตายแทนเจ้าของได้
"ผมเลี้ยงหมามาหลายสายพันธุ์ พิทบูลนี่สุดยอดแล้ว คนดีๆ นี่เอง เหลือแค่พูดไม่ได้เท่านั้น"
เมื่อโชคและสวรรค์ยืนอยู่เคียงข้าง การจะหยิบจับอะไรก็เป็นเงินทองไปหมด นอกจากดาบสิตจะเพาะพันธุ์สุนัขพิทบูลขายจนร่ำรวยมีเงินเป็นล้านแล้ว เขายังเพาะพันธุ์ปลาหมอสีขายอีกด้วย ปลาหมอสีของเขามีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ นั่นคือ "สายพันธุ์พิทบูล" ที่เขาตั้งขึ้นมาเอง
"ตัวนี้ทำเงินให้ผม 5 ล้านบาท ตอนมันตายผมร้องไห้เลย" ด.ต.ดุสิต ชี้ให้ดูรูปปลาหมอสี หัวโหนกนูน สีสันสวยงาม ที่ประดับอยู่ที่ร้านจ่าสิต-พิทบูล
ปลาหมอสีเงินล้านตัวนี้ซื้อมาจากมาเลเซีย ตั้งแต่ตัวขนาด 2 นิ้ว ราคา 2,500 บาท ก่อนจะนำมาเพาะพันธุ์แบบลองผิดลองถูก สั่งสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ โดยไม่เคยศึกษาหรืออ้างอิงวิธีเพาะเลี้ยงจากตำราใดๆ อาศัยสอบถามจากผู้รู้โดยตรง ทำให้วันนี้ดาบสิตกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการคัดแยกสายพันธุ์ปลาหมอ แถมเป็นหมอปลามือหนึ่ง ที่ใช้ยารักษาคนรักษาปลาหายป่วยมานักต่อนักแล้ว
ทุกวันนี้ดาบสิตมีรายได้จากกการขายปลาหมอสีวันละ 4,000 บาท ตกเดือนละแสนกว่าบาท และยังมีรายได้จากการขายลูกสุนัขพิทบูลคอกละเกือบแสนบาท แถมมีกำไรจากการให้ผสมพ่อพันธุ์พิทบูลอีกครั้งละหมื่นบาท แทบจะเรียกได้ว่ามีชีวิตสุขสบายอยู่กับสิ่งที่รักและพากเพียรมาด้วยตนเอง แต่เขาก็ยังเป็น "นายดาบตำรวจ" ที่ใช้ชีวิตสมถะ รับราชการอยู่ที่กองนโยบายและแผน บก.ภ.จว.นครปฐม แม้ว่าใจจริงอยากจะออกมาทำธุรกิจเต็มตัว เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการทำหน้าที่ตำรวจจราจร จนตัดสินใจลาออกหลายครั้ง แต่ผู้บังคับบัญชาก็ให้คำแนะนำที่ดี กระทั่งย้ายมาทำงานด้านเอกสารแทน
"นายเก่าเคยบอกว่าจะลาออกทำไม เป็นตำรวจก็ค้าขายได้ เอาสีไว้ คนจะได้ไม่รังแก ผมยังเหลืออายุงานอีก 10 ปี ก็เลยรับราชการไปด้วย และเอาเวลาว่างมาทำประโยชน์" ด.ต.ดุสิต บอกและว่าในส่วนเงินเดือนกว่า 2 หมื่นบาทนั้น ยังนอนนิ่งอยู่ในบัญชีทุกเดือน
เหนือสิ่งอื่นใด...ความร่ำรวยของ ด.ต.ดุสิต แก้วไทรนันท์ พูดย้ำอยู่เสมอว่า เขาเป็นตำรวจมือสะอาด ไม่เคยรังแกใคร สมัยเป็นตำรวจจราจร ต้องทำงานหนักและแสนเหน็ดเหนื่อย แม้เงินเดือนจะน้อยก็ไม่เคยรีดไถใคร คนที่ถูกเขาจับต้องเหลือขอจริงๆ แถมยังต้องไปรดน้ำมนต์ 7 วัดอีกต่างหาก
แต่ดาบสิตไม่ได้บอกว่าในบรรดาคนที่ซวยนั้น มีสักกี่มากน้อย (ฮา) !?!
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
กอบภัค พรหมเรขา : ภาพ



