
บอลงานเข้าพ่ายมาเลย์1-2
บอลไทยเปิดหัวไม่สวยพ่าย แชมป์เก่า มาเลเซีย 1-2 ส่อแววตกรอบแรกลูกหนังซีเกมส์ 2 สมัยซ้อน กาเซ็ม เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผจก.ทีมรับสภาพโอกาสเข้ารอบลำบาก แต่ขอสู้ต่อหวังชนะใน 3 นัดที่เหลือ
การแข่งขันฟุตบอลชายในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 “อินโดนีเซียเกมส์” จากสนามเกโลรา บัง การ์โน หรือสนามเสนายัน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงประเดิมสนามนัดแรกในกลุ่มบี พบ “แชมป์เก่า” มาเลเซีย ที่นัดแรกเสมอ สิงคโปร์ มา 0-0 เกมนี้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลประกาศอัดฉีดลูกละ 5 แสนบาท
ทีมชาติไทยส่งผู้เล่น 11 คนแรกลงสนามประกอบด้วย ผู้รักษาประตู อุกฤษณ์ วงศ์มีมา คู่เซ็นเตอร์แบ็ก สุจริต จันทกล กับ เฉลิมศักดิ์ แก้วสุขแท้ แบ็กขวา คมกฤช คำโสกเชือก แบ็กซ้าย วีรวุฒิ กาเหย็ม กองกลาง ปกเกล้า อนันต์ สารัช อยู่เย็น เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ พลวุฒิ ดอนจุ้ย กองหน้า รณชัย รังสิโย กับ อดิศักดิ์ ไกรษร ด้าน “เสือเหลือง” มีนักเตะจากชุดแชมป์เก่าเหลืออยู่ 3 คน นำโดย บัคเตีย บัดโดร หัวหอกตัวเก่ง
เปิดเกมเล่นมาทั้งสองทีมลุยใส่กันทันที นาทีที่ 10 ทีมไทยได้ฟรีคิกระยะ 25 หลากลางประตู เฉลิมศักดิ์ ซัดเต็มข้อทะลุกำแพงนายประตูเสือเหลืองต้องพุ่งปัดไปเข้าทาง รณชัย ยิงซ้ำอีกทีแต่บอลเบาไปเข้าซองรับสบาย เกมของไทยครองบอลมากกว่าแต่นาที 24 แผงหลังไทยพลาดปล่อยให้ บัคเตีย บัดโดร มีโอกาสพลิกบอลเข้าไปยิงในเขตโทษตูมเดียวบอลเสียบเสาไกลเป็นประตูให้มาเลเซียออกนำ 1-0
เอาบอลมาเขี่ยเล่นใหม่ทีมไทยลุยใส่ทันที นาทีถัดมา เกริกฤทธิ์ ได้ซัดที่เสาสองบอลเหินไปไกล นาที 33 รณชัย ได้โหม่งแต่บอลไปชนเสา เล่นไปนาที 36 เฉลิมศักดิ์ ไปฟาวล์ตัดเกมโดนใบเหลืองเป็นคนแรกของไทย นาที 40 สารัช วางบอลยาวข้ามไปให้ เกริกฤทธิ์ ได้ซัดที่กรอบเขตโทษฝั่งซ้ายบอลหลุดกรอบไปนิดเดียว นาที 42 ทีมไทยหวิดเสียประตูเพิ่มแต่ ฟาซาอิล ไอร์ฟาน โหม่งเหน่งๆ ออกข้าง จบครึ่งแรกไทยตาม 0-1
แก้เกมลงมาใหม่ครึ่งหลังทีมไทยยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น กระทั่งนาที 55 ถึงตัดสินใจส่ง ณธฤกษ์ ธรรมรสโสภณ ลงไปแทน พลวุฒิ นาที 60 ทีมไทยเกือบเสียประตูที่ 2 ซะการียา ซาฮารูล ยิงไกลบอลพุ่งไปชนเสารอดตายหวุดหวิด ถัดไปนาที 65 เฉลิมศักดิ์ พลาดอีกปล่อยให้ ซะการียา ซาฮารูล หลุดเดี่ยวแต่ยังดีที่นักเตะมาเลเซียเลือกที่จะส่งเลยโดนเตะสกัดทิ้งไปได้
เกมเข้าสู่นาที 66 ทีมไทยเปลี่ยนตัวคนที่ 2 ส่ง นฤพล อารมณ์สวะ ลงไปแทน ปกเกล้า ก่อนจะทิ้งไพ่ใบสุดท้ายส่ง อิสรพงษ์ ลิละคร แทน เฉลิมศักดิ์ ในนาที 72 จากนั้นนาที 77 ณธฤกษ์ ได้จังหวะซัดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษตูมเดียวบอลเสียบใต้คานตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 แต่นาที 84 รามลัน อิซซัค ฟาริส ตั้งป้อมปั่นด้วยซ้ายจากกรอบเขตโทษส่งบอลโค้งเสียบตาข่ายอย่างงดงามเป็นประตูชัยให้มาเลเซียชนะ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมไทยจะพบกับ กัมพูชา ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ เวลา 17.00 น.ที่สนามเกโลรา บัง การ์โน เช่นเดิม
หลังจบเกม “กาเซ็ม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผจก.ทีมชาติไทยกล่าวในห้องแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติร่วมร้อยชีวิตว่า เกมนี้ถือว่าเริ่มต้นใช้ได้ แต่พอสกอร์โดนนำ 0-1 ทำให้สถานการณ์กดดันต้องเปิดเกมรุกมากขึ้นจึงไปเข้าทางของมาเลเซียที่ถอยลงไปตั้งรับแล้วสวนกลับ ไม่มีใครในทีมชาติไทยอยากจะแพ้ ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้จำเป็นต้องชนะใน 3 นัดที่เหลือให้ได้
"แต้มในตอนนี้มาเลเซียมี 4 แต้มไปแล้ว และคาดว่า สิงคโปร์ จะเอาชนะ กัมพูชามี 4 แต้มเท่ากัน ส่วนอินโดนีเซียก็มี 3 แต้มแล้ว ทีมไทยตอนนี้อยู่อันดับ 4 ของกลุ่ม นัดต่อไปเจอกับ กัมพูชา ต้องชนะให้ได้อย่างเดียวแล้วค่อยไปลุ้นต่อกับอินโดนีเซีย เจ้าภาพ อย่างไรแล้วต้องพยายามเอาชนะให้ได้ทุกนัด แต่สิ่งที่เป็นกังวลคือนักเตะหลายคนบาดเจ็บเพราะทุ่มเทกันอย่างหนัก อีกทั้งยังต้องเล่นกันแบบวันต่อวัน"
ข่าวร้าย'อ้น'เดี้ยงปรับแดนหน้า'โม้'แทน'มุ้ย' วินนี่เน้นสกอร์จากเซตเพลย์
ทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดลูกหนังโลก เดินทางถึงซาอุดีอาระเบียแล้ว แต่เจอข่าวร้าย "อ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค อาการเจ็บหนักกว่าที่คิดต้องพัก 1 สัปดาห์ส่อวืดยาว ขณะที่ "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ เปลี่ยนใจเลือกใช้บริการ "เจ้าชายกบ" พิภพ อ่อนโม้ ในแดนหน้า พร้อมเน้นลูกเซตเพลย์หวังผลิตสกอร์ ขณะที่แข้งเจ้าถิ่นเพิ่งกลับมารวมตัวซ้อมหลังหยุดยาวช่วงเทศกาลทางศาสนา
ความเคลื่อนไหวของทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 20 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะลงเล่นเกมสำคัญในการไปเยือนซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ เวลา 23.30 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งช่อง 3 ถ่ายทอดสดให้ชมทั่วประเทศ ล่าสุดทีมลูกหนังไทยเดินทางจากกาตาร์เข้าถึงสังเวียนแข้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับลงสนามฟิตซ้อมมื้อแรกทันที ท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็น และมีลมแรงตลอดเวลา โดยเน้นที่แท็กติกเกมรับ และลูกเซตเพลย์ที่หวังจะเป็นทีเด็ดผลิตสกอร์ให้ทีม
อย่างไรก็ตามทีมชาติไทยกลับต้องเจอข่าวร้าย เมื่อ "อ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค กองกลางด้านซ้ายที่มีอาการฝ่าเท้าด้านขวาไม่อาจลงน้ำหนักได้ หลังจากทีมแพทย์ดูอาการแล้วระบุว่า เกิดจากกระดูกใต้ฝ่าเท้าอักเสบ คาดต้องพักถึง 1 สัปดาห์ นั่นเท่ากับว่าเกมพบซาอุดีอาระเบียจะลงเล่นไม่ได้แน่นอน ส่วนเกมกลับมาเปิดสนามศุภชลาศัย พบ ออสเตรเลีย ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ยังต้องลุ้นแบบวันต่อวัน ซึ่งดูอาการแล้วส่อชวดทั้ง 2 แมทช์ ขณะที่ "ปาน" สุรัตน์ สุขะ ที่เจ็บข้อเท้าคาดว่าน่าจะเข็นลงสนามได้ ส่วนคนอื่นๆ พร้อมสำหรับลงสนามนัดนี้ทั้งหมด
โดยในส่วนของผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนามทดแทนในตำแหน่งของรังสรรค์คาดว่าน่าจะเป็น สุเชาว์ นุชนุ่ม ขณะที่ตำแหน่งของสุรัตน์ถ้าไม่ไหวยังมี พิชิตพงษ์ เฉยฉิว และอภิภู สุนทรพนาเวศ เป็นตัวเสริม ขณะที่กองหน้าที่ต้องแทนธีรศิลป์ แดงดา ล่าสุด "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ อาจเปลี่ยนใจใช้บริการ "เจ้าชายกบ" พิภพ อ่อนโม้ เนื่องจากต้องการให้ลงไปช่วยเก็บบอลเพื่อสร้างจังหวะเกมรุกแทนที่จะเป็น "เก่ง" สุรชาติ สารีพิมพ์ ซึ่งกุนซือทีมชาติไทย กล่าวว่า ถึงตรงนี้ทีมมีความพร้อม โดยยังคงเน้นที่เกมรับต้องเหนียวแน่น และแก้ไขในการเล่นบอลสั้นที่ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด กับการบีบพื้นที่คู่ต่อสู้ เชื่อว่าถ้าเราทำได้ตามแท็กติก เน้นบอลยาวเพื่อเป็นการกดดันคู่ต่อสู้ไปในตัวได้ด้วย เราไม่แพ้อย่างน้อยมี 1 แต้มหรือมีเทพีแห่งโชคอาจถึง 3 แต้มได้
นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่านักเตะซาอุดีอาระเบีย เพิ่งกลับมารวมตัวฟิตซ้อมกันเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากนักเตะต้องกลับไปร่วมฉลองวันอีดินอัดฮา ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวมุสลิม และเป็นวันสิ้นสุดในการแสวงบุญที่นครเมกกะ ทำให้มีการฉลองทั่วประเทศ และหยุดยาว 7 วัน ซึ่งแม้จะเพิ่งกลับมาซ้อมยังปรากฏมีนักเตะไม่มาเข้าแคมป์หลายคนเช่นกัน



