ข่าว

บอลงานเข้าพ่ายมาเลย์1-2

บอลงานเข้าพ่ายมาเลย์1-2

09 พ.ย. 2554

บอลไทยเปิดหัวไม่สวยพ่าย “แชมป์เก่า” มาเลเซีย 1-2 ส่อแววตกรอบแรกลูกหนังซีเกมส์ 2 สมัยซ้อน “กาเซ็ม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผจก.ทีมรับสภาพโอกาสเข้ารอบลำบาก แต่ขอสู้ต่อหวังชนะใน 3 นัดที่เหลือ

          การแข่งขันฟุตบอลชายในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 “อินโดนีเซียเกมส์” จากสนามเกโลรา บัง การ์โน หรือสนามเสนายัน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงประเดิมสนามนัดแรกในกลุ่มบี พบ “แชมป์เก่า” มาเลเซีย ที่นัดแรกเสมอ สิงคโปร์ มา 0-0 เกมนี้ “บังยี” วรวีร์​ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลประกาศอัดฉีดลูกละ 5 แสนบาท

          ทีมชาติไทยส่งผู้เล่น 11 คนแรกลงสนามประกอบด้วย ผู้รักษาประตู อุกฤษณ์​ วงศ์มีมา คู่เซ็นเตอร์แบ็ก สุจริต จันทกล กับ เฉลิมศักดิ์ แก้วสุขแท้ แบ็กขวา คมกฤช คำโสกเชือก แบ็กซ้าย วีรวุฒิ กาเหย็ม กองกลาง ปกเกล้า อนันต์ สารัช อยู่เย็น เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ พลวุฒิ ดอนจุ้ย กองหน้า รณชัย รังสิโย กับ อดิศักดิ์​ ไกรษร ด้าน “เสือเหลือง” มีนักเตะจากชุดแชมป์เก่าเหลืออยู่ 3 คน นำโดย บัคเตีย บัดโดร หัวหอกตัวเก่ง

          เปิดเกมเล่นมาทั้งสองทีมลุยใส่กันทันที นาทีที่ 10 ทีมไทยได้ฟรีคิกระยะ 25 หลากลางประตู เฉลิมศักดิ์ ซัดเต็มข้อทะลุกำแพงนายประตูเสือเหลืองต้องพุ่งปัดไปเข้าทาง รณชัย ยิงซ้ำอีกทีแต่บอลเบาไปเข้าซองรับสบาย เกมของไทยครองบอลมากกว่าแต่นาที 24 แผงหลังไทยพลาดปล่อยให้ บัคเตีย บัดโดร มีโอกาสพลิกบอลเข้าไปยิงในเขตโทษตูมเดียวบอลเสียบเสาไกลเป็นประตูให้มาเลเซียออกนำ 1-0

          เอาบอลมาเขี่ยเล่นใหม่ทีมไทยลุยใส่ทันที นาทีถัดมา เกริกฤทธิ์ ได้ซัดที่เสาสองบอลเหินไปไกล นาที 33 รณชัย ได้โหม่งแต่บอลไปชนเสา เล่นไปนาที 36 เฉลิมศักดิ์ ไปฟาวล์ตัดเกมโดนใบเหลืองเป็นคนแรกของไทย นาที 40 สารัช วางบอลยาวข้ามไปให้ เกริกฤทธิ์ ได้ซัดที่กรอบเขตโทษฝั่งซ้ายบอลหลุดกรอบไปนิดเดียว นาที 42 ทีมไทยหวิดเสียประตูเพิ่มแต่ ฟาซาอิล ไอร์ฟาน โหม่งเหน่งๆ ออกข้าง จบครึ่งแรกไทยตาม 0-1

          แก้เกมลงมาใหม่ครึ่งหลังทีมไทยยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น กระทั่งนาที 55 ถึงตัดสินใจส่ง ณธฤกษ์ ธรรมรสโสภณ ลงไปแทน พลวุฒิ นาที 60 ทีมไทยเกือบเสียประตูที่ 2 ซะการียา ซาฮารูล ยิงไกลบอลพุ่งไปชนเสารอดตายหวุดหวิด ถัดไปนาที 65 เฉลิมศักดิ์ พลาดอีกปล่อยให้ ซะการียา ซาฮารูล หลุดเดี่ยวแต่ยังดีที่นักเตะมาเลเซียเลือกที่จะส่งเลยโดนเตะสกัดทิ้งไปได้

          เกมเข้าสู่นาที 66 ทีมไทยเปลี่ยนตัวคนที่ 2 ส่ง นฤพล อารมณ์สวะ ลงไปแทน ปกเกล้า ก่อนจะทิ้งไพ่ใบสุดท้ายส่ง อิสรพงษ์​ ลิละคร แทน เฉลิมศักดิ์ ในนาที 72 จากนั้นนาที 77 ณธฤกษ์ ได้จังหวะซัดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษตูมเดียวบอลเสียบใต้คานตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 แต่นาที 84 รามลัน อิซซัค ฟาริส ตั้งป้อมปั่นด้วยซ้ายจากกรอบเขตโทษส่งบอลโค้งเสียบตาข่ายอย่างงดงามเป็นประตูชัยให้มาเลเซียชนะ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมไทยจะพบกับ กัมพูชา ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ เวลา 17.00 น.ที่สนามเกโลรา บัง การ์โน เช่นเดิม

          หลังจบเกม “กาเซ็ม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผจก.ทีมชาติไทยกล่าวในห้องแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติร่วมร้อยชีวิตว่า เกมนี้ถือว่าเริ่มต้นใช้ได้ แต่พอสกอร์โดนนำ 0-1 ทำให้สถานการณ์กดดันต้องเปิดเกมรุกมากขึ้นจึงไปเข้าทางของมาเลเซียที่ถอยลงไปตั้งรับแล้วสวนกลับ ไม่มีใครในทีมชาติไทยอยากจะแพ้ ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้จำเป็นต้องชนะใน 3 นัดที่เหลือให้ได้

          "แต้มในตอนนี้มาเลเซียมี 4 แต้มไปแล้ว และคาดว่า สิงคโปร์ จะเอาชนะ กัมพูชามี 4 แต้มเท่ากัน ส่วนอินโดนีเซียก็มี 3 แต้มแล้ว ทีมไทยตอนนี้อยู่อันดับ 4 ของกลุ่ม นัดต่อไปเจอกับ กัมพูชา ต้องชนะให้ได้อย่างเดียวแล้วค่อยไปลุ้นต่อกับอินโดนีเซีย เจ้าภาพ อย่างไรแล้วต้องพยายามเอาชนะให้ได้ทุกนัด แต่สิ่งที่เป็นกังวลคือนักเตะหลายคนบาดเจ็บเพราะทุ่มเทกันอย่างหนัก อีกทั้งยังต้องเล่นกันแบบวันต่อวัน"

 

ข่าวร้าย'อ้น'เดี้ยงปรับแดนหน้า'โม้'แทน'มุ้ย' วินนี่เน้นสกอร์จากเซตเพลย์

 

          ทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดลูกหนังโลก เดินทางถึงซาอุดีอาระเบียแล้ว แต่เจอข่าวร้าย "อ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค อาการเจ็บหนักกว่าที่คิดต้องพัก 1 สัปดาห์ส่อวืดยาว ขณะที่ "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ เปลี่ยนใจเลือกใช้บริการ "เจ้าชายกบ" พิภพ อ่อนโม้ ในแดนหน้า พร้อมเน้นลูกเซตเพลย์หวังผลิตสกอร์ ขณะที่แข้งเจ้าถิ่นเพิ่งกลับมารวมตัวซ้อมหลังหยุดยาวช่วงเทศกาลทางศาสนา

          ความเคลื่อนไหวของทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 20 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะลงเล่นเกมสำคัญในการไปเยือนซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ เวลา 23.30 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งช่อง 3 ถ่ายทอดสดให้ชมทั่วประเทศ ล่าสุดทีมลูกหนังไทยเดินทางจากกาตาร์เข้าถึงสังเวียนแข้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับลงสนามฟิตซ้อมมื้อแรกทันที ท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็น และมีลมแรงตลอดเวลา โดยเน้นที่แท็กติกเกมรับ และลูกเซตเพลย์ที่หวังจะเป็นทีเด็ดผลิตสกอร์ให้ทีม

          อย่างไรก็ตามทีมชาติไทยกลับต้องเจอข่าวร้าย เมื่อ "อ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค กองกลางด้านซ้ายที่มีอาการฝ่าเท้าด้านขวาไม่อาจลงน้ำหนักได้ หลังจากทีมแพทย์ดูอาการแล้วระบุว่า เกิดจากกระดูกใต้ฝ่าเท้าอักเสบ คาดต้องพักถึง 1 สัปดาห์ นั่นเท่ากับว่าเกมพบซาอุดีอาระเบียจะลงเล่นไม่ได้แน่นอน ส่วนเกมกลับมาเปิดสนามศุภชลาศัย พบ ออสเตรเลีย ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ยังต้องลุ้นแบบวันต่อวัน ซึ่งดูอาการแล้วส่อชวดทั้ง 2 แมทช์ ขณะที่ "ปาน" สุรัตน์ สุขะ ที่เจ็บข้อเท้าคาดว่าน่าจะเข็นลงสนามได้ ส่วนคนอื่นๆ พร้อมสำหรับลงสนามนัดนี้ทั้งหมด

          โดยในส่วนของผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนามทดแทนในตำแหน่งของรังสรรค์คาดว่าน่าจะเป็น สุเชาว์ นุชนุ่ม ขณะที่ตำแหน่งของสุรัตน์ถ้าไม่ไหวยังมี พิชิตพงษ์ เฉยฉิว และอภิภู สุนทรพนาเวศ เป็นตัวเสริม ขณะที่กองหน้าที่ต้องแทนธีรศิลป์ แดงดา ล่าสุด "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ อาจเปลี่ยนใจใช้บริการ "เจ้าชายกบ" พิภพ อ่อนโม้ เนื่องจากต้องการให้ลงไปช่วยเก็บบอลเพื่อสร้างจังหวะเกมรุกแทนที่จะเป็น "เก่ง" สุรชาติ สารีพิมพ์ ซึ่งกุนซือทีมชาติไทย กล่าวว่า ถึงตรงนี้ทีมมีความพร้อม โดยยังคงเน้นที่เกมรับต้องเหนียวแน่น และแก้ไขในการเล่นบอลสั้นที่ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด กับการบีบพื้นที่คู่ต่อสู้ เชื่อว่าถ้าเราทำได้ตามแท็กติก เน้นบอลยาวเพื่อเป็นการกดดันคู่ต่อสู้ไปในตัวได้ด้วย เราไม่แพ้อย่างน้อยมี 1 แต้มหรือมีเทพีแห่งโชคอาจถึง 3 แต้มได้

          นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่านักเตะซาอุดีอาระเบีย เพิ่งกลับมารวมตัวฟิตซ้อมกันเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากนักเตะต้องกลับไปร่วมฉลองวันอีดินอัดฮา ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวมุสลิม และเป็นวันสิ้นสุดในการแสวงบุญที่นครเมกกะ ทำให้มีการฉลองทั่วประเทศ และหยุดยาว 7 วัน ซึ่งแม้จะเพิ่งกลับมาซ้อมยังปรากฏมีนักเตะไม่มาเข้าแคมป์หลายคนเช่นกัน