
'สุขุมพันธุ์'คาด10พ.ย.น้ำถึงพระราม2
"สุขุมพันธุ์" คาด 10 พ.ย.น้ำถึงถนนพระราม 2 วอนกรมทางหลวงเร่งช่วยป้องกันเส้นทางมุ่งลงใต้ ผบก.ทล. ระบุยังใช้การได้ มีท่วมแค่บางจุด เตรียมกู้ถนนกาญจนาภิเษก ถ.บางบัวทอง-สุพรรณบุรี ถ.บางเลน-กำแพงแสน ให้เสร็จ 11 พ.ย.
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 พ.ย. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. ได้ลงตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ถนนพระราม 2 โดยได้ลงพื้นที่ตรวจระดับน้ำบริเวณหน้าหมู่บ้านร้าง บี.เค.บิสเนสแลนด์ ซึ่งอยู่ติดถนนพระราม 2 พบว่า ระดับน้ำได้เอ่อท่วมพื้นที่หมู่บ้านมาประชิดถนนแล้ว จากนั้นเดินทางต่อไปยังถนนเอกชัย-บางบอน ที่ขณะนี้หัวน้ำจากคลองทวีวัฒนาได้ข้ามทางรถไฟสายใต้เข้าท่วมพื้นที่เขตบางขุนเทียนแล้วประมาณ 20 ซม. และอีกประมาณ 1 กม. เท่านั้น มวลน้ำก็จะไหลถึงถนนพระราม 2
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ปริมาณน้ำมาทางท่อระบายน้ำจำนวนมาก จึงได้ให้สำนักงานเขตบางขุนเทียนประกาศให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง เก็บผลผลิตทางทะเลให้เรียบร้อยและเร็วที่สุด ในส่วนของถนนบางขุนเทียนนั้นเดิมเป็นทางผ่านน้ำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงสามารถระบายน้ำได้ตามธรรมชาติลงทะเล แต่กทม.จะรอธรรมชาติอย่างเดียวไม่ได้ จึงได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ได้รับจากศปภ. เพื่อระบายน้ำจากคลองราชมนตรีลงคลองมหาชัย เพื่อให้สามารถระบายลงคลองเล็กคลองน้อยต่างๆ ได้ ก่อนระบายลงสู่ทะเล ดลโดยจากนี้จะมีการประเมินอีกครั้งจะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในการเร่งระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่าในวันพรุ่งนี้น้ำจะถึงถนนพระราม 2 ซึ่งขณะนี้มีระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร แต่คาดว่าคงไม่ท่วมทั้งพื้นที่ 11 กิโลเมตรของเขตบางขุนเทียน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล ทั้งนี้ กทม.ต้องขอความร่วมจากกรมทางหลวงเพื่อดำเนินการป้องกันน้ำเข้าสู่ถนนพระราม 2 ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญ เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่ใช้สัญจรไปสู่ภาคใต้ด้วย
ต่อมาเวลา 16.00 น. ผู้ว่าฯ กทม. ได้เดินทางมายังวัดแก้วฟ้าจุฬามณี เพื่อตรวจดูและรับฟังบรรยายสถานการณ์น้ำ ภายในกองระบบอาคารบังคับน้ำ สถานีสูบน้ำคลองบางซื่อ ซึ่งอยู่ติดกับวัด โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงเดินทางกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ สถานีสูบน้ำสถานีสูบน้ำคลองบางซื่อ อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับร.พ.ยันฮี เขตบางพลัด มีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 17 เครื่อง ทำหน้าที่สูบน้ำจากคลองบางซื่อลงแม่น้ำเจ้าพระยา ในปริมาณ 51 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเมื่อวานนี้ 1 ใน 17 เครื่องได้เกิดเสียขึ้นมาทำให้ระบายน้ำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ซ่อมแซมจนเครื่องตัวดังกล่าวจนกลับมาใช้งานได้ ทำให้สถานีสูบน้ำแห่งนี้ กลับมาทำงานเต็มกำลังอีกครั้ง
กทม.ยอมรับน้ำไหลเข้ากรุงมากกว่าออก
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า ขณะนี้ มีการระบายน้ำอย่างเต็มที่ในทุกจุด โดยที่คลองพระโขนงมีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 45 เครื่อง อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง 2 เครื่อง ใช้ได้ 43 เครื่อง ส่วนสถานีสูบน้ำสามเสนมี 15 เครื่อง สถานีสูบน้ำบางซื่อมี 17 เครื่อง และถนนวิภาวดีรังสิต 4 จุด มีอีก 8 เครื่อง
ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ยอมรับว่า ปริมาณน้ำไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพมหาครมากกว่าการระบายน้ำออก ซึ่งกรุงเทพมหานครสามารถระบายได้เพียงวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร และยอมรับว่า ไม่สามารถประเมินมวลน้ำที่ไหลเข้ามาได้ ขณะที่การพร่องน้ำในคูคลองสาขาให้มีระดับต่ำ เพื่อรักษาระดับน้ำที่จะรับมาจากคลองบางซื่อ
ผบก.ทล.ระบุพระราม2ยังใช้การได้มีท่วมแค่บางจุด
พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผบก.ทล. กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับศปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมเส้นทางสำรองหาก ถ.พระราม 2 ถูกน้ำท่วมว่า สถานการณ์ตอนนี้มีเพียงถ.พระราม 2 ที่ยังสามารถใช้เป็นเส้นทางไปยังภาคใต้ได้ ยังไม่มีจุดไหนที่ท่วม มีที่น่าเป็นห่วงคือ ถ.พระราม 2 บริเวณ กม.ที่ 17-24 (เอกชัย- บางบอน) ที่ถนนต่ำ แต่หากมีน้ำท่วมจริง ก็เป็นระยะทางสั้นๆ และระดับน้ำไม่ท่วมสูงก็จะใช้วิธีลาดยางมะตอยทับไปเพื่อให้ผิวถนนสูงกว่าระดับน้ำ แต่หากระดับน้ำสูงมาก ก็จะต้องใช้ถนนเส้นอื่นที่เตรียมไว้คือ การเร่งกู้ทางหลวงหมายเลข 9 (ถ.กาญจนาภิเษก) ทั้งเส้น สาย 340(บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) และสาย 346 (บางเลน-กำแพงแสน) ที่บางช่วงยังมีท่วมสูงอยู่ กว่า 1-1.5 ม. ทั้งนี้ กรมทางหลวงยืนยันว่าจะสามารถกู้ได้สำเร็จภายในวันที่ 11 พ.ย.นี้
พล.ต.ต.นรบุญ กล่าวต่อไปว่า แต่หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือ ถ.พระราม 2 ถูกน้ำท่วม และทางหลวงหมายเลข 9 ยังกู้ไม่สำเร็จ ก็จะต้องใช้เส้นทางเลี่ยงคือ ออกจากกทม.ใช้ทางด่วนโทลเวย์ไปลงที่ถ.สายเอเชีย(ทางหลวงหมายเลข 32) ไปทาง จ.พระนครศรีอยุธยา เลี้ยวเข้า อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ไปที่จ.สุพรรณบุรี แล้วจึงวกกลับเข้า จ.นครปฐม ตามเส้นทางถนน อ.กำแพงแสน เส้นทางนี้จะต้องอ้อมไปกว่า 300 กิโลเมตร แม้ว่าจะอ้อมไป แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าไม่มีถนนลงสู่ภาคใต้เลย
มทภ.1ชื่อกทม.ชั้นในไม่ท่วมหากบริหารจัดการน้ำดี
พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวภายหลังรับมอบแพจำนวน 21 ลำและเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 1 คันรถจากโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม และชมรมนักศึกษาววิชาทหารจังหวัดทหารบกสระแก้วถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้ยังมีพื้นที่ที่มีปัญหา คือ ดอนเมือง หลักสี่ สายไหม และที่เริ่มมีปัญหาคือ บางแค และทวีวัฒนา ภาพรวมขณะนี้น้ำท่วมในพื้นที่กทม. 50 % โดยเราหวังในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ถ้าทำได้ดีคงบรรรเทาความเดือดร้อนได้ แต่เป็นรื่องของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงที่จะชี้แจง กองทัพภาคที่ 1 เป็นหน่วยที่ให้การช่วยเหลือประชาชนจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนพื้นที่นิคมอุตสาหรรมการบางชันและนิคมฯลาดกระบัง เราได้จัดกำลังไปช่วยป้องกันเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทุกจุดที่ทำคันกั้นน้ำมีความพร้อม 100 %ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำที่จะเข้ามีผลกระทบ ถ้าไม่มากเกินไปก็สามารถป้องกันได้แต่ถ้าน้ำมาก และมีการรั่วทะลุจำเป็นจะต้องใช้กำลังพลและบริษัทต่างๆในนิคมฯต้องช่วยกันแก้ไข
พล.ท.อุดมเดช กล่าวถึงกรณีที่น้ำจะหนุนในช่วงกลางเดือนนี้จนอาจจะกระทรบต่อนวกั้นน้ำทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ว่าได้มอบพื้นที่ให้หน่วยรับผิดชอบชัดเจน และมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนพื้นที่กรุงเทพชั้นในก็มีความเป็นห่วง ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่ถูกต้องและเป็นไปในจังหวะที่เหมาะสม และบริหารที่ดี คิดว่า กรุงเทพฯชั้นในน่าจะรอดจากการถูกน้ำท่วมได้ ส่วนกำลังพลที่ออกไปช่วยเหลือมีความเพียงพอ เพราะเราจัดทหารจากหน่วยจากต่างจังหวัดเข้ามาเป็นหน่วยกองหนุนกระจายตามจุดต่างๆที่สำคัญ อย่างไรก็ตามตนไม่อยากให้สถานการณ์ทำความเดือดร้อนให้ประชาชนมากกว่านี้ โดยพยายามเฝ้าติดตาม บริหารกำลังพล อุปกรณ์ต่างๆให้มีความทั่วถึงมากที่สุด ทั้งนี้เราไม่ได้ประเมินน้ำต่ำ และเราเตรียมการในระดับที่สูงไว้ก่อน รวมถึงเตรียมแผนต่างๆไว้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้น้ำที่อาจจะมุดตามท่อเราก็ระมัดระวังและเตรียมการสูบน้ำในจุดต่างๆ ทหารพยายามป้องกันในระดับหนึ่ง ส่วนที่ดูแลมาก คือ การช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนในการสัญจรบนถนนต่างๆ
พล.ท.อุดมเดช กล่าวว่า ส่วนแผนการฟื้นฟู เราได้รับการประสานจากหน่วยต่างๆ เพื่อจัดทำเป็นโครงการ “บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์”ในบางจุดที่สามารถทำได้ นอกจากนี้ผบ.ทบ.ยังกำหนดนโยบายการบำบัดน้ำเน่าเสีย โดยใช้จุลินทรีย์ นอกจากนี้กองทัพภาคที่ 1 ยังต้องดำเนินการเก็บขยะจำนวนมาก โดยใช้กำลังพลร่วมมือกับเทศบาล ส่วนแนวทางฟื้นฟูอื่นๆจะเตรียมสำรวจความเสียหายจะได้รู้ว่าในแต่ละพื้นที่ต้องทำอย่างไร เช่น การซ่อมแซมบ้านเรือน ซ่อมแซมถนนที่ชำรุด นอกจากนี้ผบ.ทบ.ยังได้ให้หน่วยต่างๆที่รับผิดชอบในพื้นที่รวบรวมข้อคิดเห็นของหน่วยจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อจะดูว่า ปัญหาแต่ละพื้นที่ควรแก้ไขอย่างไร เพื่อนำข้อคิดเห็นเหล่านั้นมารวมกันนำเสนอผ่านกองทัพบกต่อไป เช่น ควรจะขุดคลอง หรือลอกคลอง หรือขยายเพิ่ม เพื่อทำเป็นช่องทางน้ำ หรือทำแก้มลิงที่ไหนบ้าง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาระยะยาว



