ข่าว

'โด้'นำโปรตุเกสเยือนบอสเนียฯ

'โด้'นำโปรตุเกสเยือนบอสเนียฯ

10 พ.ย. 2554

"จอมสับ" คริสเตียโน โรนัลโด้ พร้อมนำทัพ โปรตุเกส บุกไปเยือน บอสเนียฯ ในศึกยูโร 2012 รอบเพลย์ออฟ นัดแรก คืนวันศุกร์นี้ (11 พ.ย.) แถมพกสถิติข่มไม่เคยแพ้อีกด้วย ด้าน อาร์เจนตินา พร้อมส่งดาวดังอย่าง ลิโอเนล เมสซี เปิดบ้านบู๊ โบลิเวีย ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคั

          ศึกฟุตบอลยูโร 2012 รอบเพลย์ออฟ นัดแรก คืนวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายนนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 4 คู่ เพื่อตามหาอีก 4 ทีมที่จะสิทธิผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายในช่วงกลางปีหน้า เริ่มจาก โปรตุเกส รองแชมป์กลุ่ม เอช ต้องยกพลบุกไปเยือน บอสเนียฯ รองแชมป์กลุ่ม ดี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม เวลา 02.00 น.

          เกมนี้ เปาโล เบนโต้ กุนซือทีมเยือนหมดสิทธิใช้งาน แดนนี กองกลางตัวรุก และ ซาวิโอ แบ็คขวาที่ขอถอนตัวออกไป เพราะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่บรรดาตัวหลักที่อยู่เหลือยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมด คาดว่า เอดูอาร์โด คาร์วัลโญ น่าจะได้ยืนเฝ้าเสาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่ง แผงหลัง 4 คนประกอบด้วย บรูโน อัลเวส, โรลันโด, ฟาบิโอ คอนเอนเทรา และ เปเป้ แดนกลาง 3 คน ได้แก่ มิเกล เวโลโซ, ราอูล เมยราเลส และ เจา มูตินโญ ส่วน "จอมสับ" คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกกัปตันทีมคนเก่งพร้อมลงไปเลื้อยบอลริมเส้นคู่กับ นานี โดยมี เฮลเดอร์ ปอสติกา ยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียว 

          ขณะที่เจ้าถิ่นของ ซาเฟต ซูซิซ มีปัญหาในเรื่องของแนวรับอยู่พอสมควร เนื่องจาก บอริส พานด์ซา ติดโทษแบนหมดสิทธิลงเล่นในเกมนี้ ส่วน เมนซูร์ มูจด์ซา ต้องรอสภาพความฟิตอีกครั้งหนึ่ง เพราะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนนั่นเอง แต่ยังสามารถใช้งานแข้งหลักในแผงแนวรุกได้ทั้งหมด โดยเฉพาะ 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง มิราเลม ปานิช, ซเวซดาน มิซิโมวิช และ เอดิน เซโก

          สำหรับคู่นี้เคยพบกันมาแล้วทั้งหมดเพียงแค่ 2 เกม แถมยังเพิ่งเกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบเพลย์ออฟ อีกด้วย ผลปรากฎว่า โปรตุเกส มีสถิติเหนือกว่า เพราะไม่เคยเป็นฝ่ายแพ้ บอสเนียฯ แถมยังเก็บชัยชนะได้ทั้งหมดอีกด้วย ส่วนผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบเพลย์ออฟ นัดแรก เมื่อปี 2009 ปรากฎว่า บอสเนียฯ แพ้ โปรตุเกส 0-1  

          ด้าน "ไก่งวง" ตุรกี รองแชมป์กลุ่ม เอ เฝ้าถิ่นอตาเติร์ก สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "ตาหมากรุก" โครเอเชีย รองแชมป์กลุ่ม เอฟ ในเวลา 02.05 น. เกมนี้ กุส ฮิดดิงค์ กุนซือเจ้าถิ่นพร้อมส่งขุมกำลังสำคัญอย่าง ฮามิต อัลตินท็อป, เอมเร เบโลโซกลู, อาร์ดา ตูราน และ บูรัค ยิลมาซ ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน ส่วนทีมเยือนของ สลาเวน บิลิช ไม่ได้เรียกตัว 2 ดาวดังอย่าง มลาเดน เปทริช และ นิโก ครันชาร์ เข้ามาติดทีมชุดนี้ เพราะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่ยังสามารถใช้งานแข้งหลักได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูกา โมดริช, อีวาน ราคิติช, ดานิเยล ปรานยิช และ เอดูอาร์โด 

          ทางฝั่ง "ยักษ์เขียว" ไอร์แลนด์ รองแชมป์กลุ่ม บี ต้องยกพลบุกไปเยือน เอสโตเนีย รองแชมป์กลุ่ม ซี ที่สนามเอ.เลอ คอก อารีนา ในเวลา 02.45 น. เกมนี้ "อิลแทรป" โจวานนี ตราปัตโตนี กุนซือทีมเยือนมีปัญหาในเรื่องของเกมรุก เพราะยังคงต้องรอเช็คสภาพความฟิตของ 3 กองหน้าตัวเก่งอย่าง เชน ลอง, ลีออน เบสต์ และ ร็อบบี คีน ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวน แถมยังหมดสิทธิใช้งาน เควิน ดอยล์ ที่ติดโทษแบนในเกมนี้อีกด้วย แต่ผู้เล่นตัวหลักอย่าง เชฟ กิฟเวน, ริชาร์ด ดันน์, สตีเฟน ฮันท์, เดเมียน ดัฟฟ์ และ โจนาธาน วอลเตอร์ ยังคงพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด 

          ส่วนอีกคู่หนึ่ง สาธารณรัฐเช็ก รองแชมป์กลุ่ม ไอ เปิดบ้านต้อนรับ มอนเตเนโกร รองแชมป์กลุ่ม จี ในเวลา 02.15 น.

          ด้าน ศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ในช่วงคืนวันเดียวกัน "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ทีมอันดับ 2 แข่ง 2 นัด มี 3 แต้ม เปิดสนามอันโตนิโอ เวสปูซิโอ ลิเบอร์ติ รับการมาเยือนของ โบลิเวีย ทีมบ๊วยอันดับ 9 ที่ยังไร้แต้ม เพราะแพ้รวดทั้ง 2 เกม ในเวลา 03.00 น. เกมนี้ อเลกซานโดร ซาเบลลา กุนซือเจ้าถิ่นต้องไร้เงาของ อังเคล ดิ มาเรีย ที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่ยังสามารถใช้งานตัวหลักในแผงแนวรุกได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กอนซาโล อิกัวอิน, เซอร์จิโอ อเกโร, ฮาเวียร์ ปาสตอเร และ ลิโอเนล เมสซี เพื่อหวังล้างอายจากเกมนัดก่อนที่บุกไปแพ้ เวเนซุเอลา 0-1 นั่นเอง 

          โปรแกรมคู่อื่น อุรุกวัย (1) พบ ชิลี (6) เวลา 05.00 น., โคลัมเบีย (4) พบ เวเนซุเอลา (7) เวลา 07.00 น., ปารากวัย (8) พบ เอกวาดอร์ (3) เวลา 07.00 น.