ข่าว

สาวไทยหาคู่แดนกิมจิระวัง!แต่งบังหน้าค้ามนุษย์

สาวไทยหาคู่แดนกิมจิระวัง!แต่งบังหน้าค้ามนุษย์

03 พ.ค. 2552

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในระยะนี้ค่านิยม วัฒนธรรม "เกาหลี" ได้แผ่เข้ามามีอิทธิพลต่อคนไทยไม่น้อย จนทำให้สาวไทยไม่น้อยใฝ่ฝันไปใช้ชีวิตที่แดนกิมจิอย่างต่อเนื่อง

สังเกตได้ว่า สาวไทยในแถบทางภาคเหนือบางราย เริ่มถวิลหาการแต่งงานกับหนุ่มเกาหลีกันมากขึ้น จากเดิมที่มักจะเป็นชายหนุ่มจากประเทศในแถบยุโรป

 บางรายเจอเนื้อคู่ตัวจริง เสียงจริง ก็ต้องถือว่าโชคดีไป แต่หลายรายกลับตกอยู่ในสภาพเหยื่อ "แก๊งค้ามนุษย์" เพราะการจัดหาคู่ หญิงไทยหลายคนตกอยู่ในภาวะจำยอม ถูก "สัญญาทาส" หลอกใช้แรงงาน ค้าประเวณี

 เมื่อเร็วๆ นี้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับการประสานจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เกี่ยวกับข้อมูลการค้ามนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นกับสาวไทยในภาคเหนือ ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติเกี่ยวกับการจัดหาคู่ของหนุ่มเกาหลีใต้กับสาวไทย เพราะค่าสินสอดที่ครอบครัวฝ่ายหญิงได้รับแค่หมื่นกว่าบาท

 ที่สำคัญยังแถมสัญญาผูกมัดให้สาวไทยคู่สมรส ต้องเดินทางไปใช้ชีวิตที่ประเทศเกาหลีใต้อย่างไม่มีกำหนด

 การแต่งงานในแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความรักใคร่ชอบพอกันมาก่อน ที่หนักที่สุดคือ จะต้องเดินทางไปใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมืองแบบไม่รู้ชะตากรรม บางรายไม่รู้ตัวเลยว่าจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในฐานะภรรยา หรือผู้ใช้แรงงาน หรือถูกหลอกให้ไปค้าประเวณี

 "การจัดหาคู่บางคู่พบพิรุธหลายอย่างเช่น แต่งงานกันอย่างรวดเร็ว แทบจะไม่ได้รู้จัก ดูใจกันมาก่อนเลย หลายคู่ก่อนแต่งงานถูกจับทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุชัดว่า หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้วทางฝ่ายหญิงต้องเดินทางไปใช้ชีวิตที่เกาหลี และห้ามเดินทางกลับมาประเทศไทยก่อนหมดสัญญา" พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

  ยิ่งพินิจเนื้อหาในสัญญาก็พบว่า ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอนว่า จะต้องไปอยู่เป็นระยะเวลานานเท่าไร หากฝ่ายหญิงทำผิดสัญญาเดินทางกลับไทยก่อน จะต้องถูกปรับเงินเป็นจำนวนสูงหลายแสนบาท ในขณะที่ค่าสินสอดที่ทางครอบครัวฝ่ายหญิงได้รับเป็นเงินแค่หมื่นกว่าบาท ซึ่งความเป็นจริงแล้วควรจะได้รับเงินค่าสินสอดมากกว่านี้ประมาณ 10 เท่า 

 เมื่อตรวจสอบไปที่สำนักงานเขตแห่งหนึ่งใน กทม.พบว่า การจดทะเบียนสมรสระหว่างสาวไทยกับหนุ่มเกาหลียอดสูงขึ้นจากเดิม ในบางสัปดาห์เข้ามาจดทะเบียนสมรสสูงถึง 5-6 คู่ด้วยกัน

 ข้อมูลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีการจดทะเบียนและเดินทางไปเกาหลีแล้วกว่า 100 คู่ด้วยกัน โดยเป็นการจดทะเบียนผ่านนายหน้าจัดหาคู่
 นายหน้าจัดหาคู่จากข้อมูลมีทั้งที่เป็นคนไทยและชาวเกาหลี โดยนายหน้าจะรับหน้าที่เป็นธุระจัดหาทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การลงโฆษณา บรรยายสรรพคุณในแง่ดีทั้งสิ้น

 เป้าหมายหลักที่ต้องการจะเลือกเฉพาะสาวชาวเหนือ เนื่องจากรูปร่างลักษณะผิวพรรณใกล้เคียงกับคนเกาหลี ประกอบกับค่านิยมของสาวทางภาคเหนือเริ่มเบนเข็มอยากไปทำงานที่เกาหลีใต้มากขึ้น
 ในแต่ละครั้งนายหน้าจะได้เงินสดจากหนุ่มเกาหลีในการติดต่อสาวชาวเหนือ หากติดต่อสานสัมพันธ์จนถึงขั้นจดทะเบียนสมรส จะได้ค่าตอบแทนคิดเป็นเงินสูงถึง 3 แสนบาทด้วยกัน โดยไม่รู้ว่าในการจดทะเบียนสมรสแต่ละครั้งเพราะความรักต้องการอยู่ด้วยกันเป็นคู่ หรือมาในรูปแบบของแก๊งค้ามนุษย์

 หลังนายหน้าได้รับเงินจากหนุ่มเกาหลีแล้ว ทางนายหน้าจะจัดแบ่งเป็นค่าสินสอดจ่ายให้ผู้ปกครองฝ่ายหญิงเพียงแค่หมื่นกว่าบาท จากนั้นจะรับผิดชอบค่าดำเนินการจัดงานแต่งงาน จนถึงขั้นตอนจดทะเบียนสมรส จากนั้นนายหน้าจะเดินเรื่องทำหนังสือเดินทาง จัดแจงค่าเดินทางทั้งหมด โดยหญิงไทยที่เป็นคู่สมรสหนุ่มต่างชาติชาวเกาหลีไม่ต้องลงมือทำเอง บางรายไม่รู้เรื่องอะไรจนถึงวันเดินทาง

 หญิงสาวบางรายไม่สนใจที่จะสร้างครอบครัวกับชาวเกาหลี แต่ก็จะถูกนายหน้าพูดจาหว่านล้อม ทำนองว่า การแต่งงานจดทะเบียนสมรสเป็นเพียงแค่การจัดฉากเท่านั้น หากจดทะเบียนแล้วจะทำให้ยื่นเรื่องทำหนังสือเดินทาง วีซ่าเข้าประเทศเกาหลีได้สะดวก นายหน้าจะจูงใจถึงค่าตอบแทนเป็นหลัก โดยงานส่วนใหญ่ที่นายหน้าหยิบยกขึ้นมาอ้างจะเกี่ยวกับ "นวดสปา"

 อุปสรรคที่สร้างความปวดหัวให้แก่ตำรวจไทยก็คือ ยังไม่มีผู้เสียหายรายใดมาร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ หลังจากถูกหลอกให้แต่ง จึงทำได้เพียงแค่เฝ้าระวัง และตรวจสอบข้อมูลอย่างใกล้ชิด เพื่อสืบหาเส้นทางของขบวนการดังกล่าว 
 
 
 "เกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้าไปทำงานหมอนวด หากจะเดินทางไปต้องผ่านการจัดส่งแบบรัฐต่อรัฐเท่านั้น"

 นพ.ลือชา วนรัตน์ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยปัญหาแรงงานนวดไทยในต่างประเทศว่า มีขบวนการมิจฉาชีพติดต่อชักชวนหญิงไทยให้เดินทางไปทำงานเป็นหมอนวดที่เกาหลีใต้ โดยใช้วิธีจดทะเบียนสมรสกับชาวเกาหลีใต้ เสียเงินค่านายหน้า 1 แสนบาทต่อปีโดยการหักจากเงินเดือน

 "ปัจจุบันมีหญิงไทยถูกหลอกให้เดินทางไปทำงานเป็นหมอนวดมากขึ้น โดยไม่รู้ว่าทางการเกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้คนต่างชาติเข้าไปทำงานหมอนวด ในทางปฏิบัติหมอนวดไทยมักจะถูกนายจ้างโกงค่าแรง กักขัง ทำร้ายร่างกาย ทางสถานทูตได้ร่วมมือหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์" นพ.ลือชากล่าว

 ทั้งนี้ หากแรงงานไทยต้องการไปทำงานนวดแผนไทยในต่างประเทศ ก็ต้องตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายให้ชัดเจน หากถูกชักชวนจะต้องตรวจสอบตำแหน่งงาน สัญญาจ้าง และสถานะนายจ้างก่อน โดยสามารถติดต่อขอรับข้อมูลโดยตรงได้ที่ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2575-1047-51 โทรสาร 0-2 575-1052

 "การไปทำงานในเกาหลีใต้ต้องผ่านการจัดส่งคนไปทำงานแบบรัฐต่อรัฐเท่านั้น เกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้คนต่างชาติประกอบอาชีพหมอนวด หากลักลอบเข้าไปทำงาน  โดยวิธีการจดทะเบียนสมรสกับหนุ่มเกาหลี อาจจะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องการถูกทำร้ายจากสามีที่สมรส การแบ่งรายได้หรือทรัพย์สินต่างๆ เรื่องนี้หากเกิดขึ้นทางสถานเอกอัครราชทูต อาจมีข้อจำกัดในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ" นพ.ลือชากล่าวทิ้งท้าย