
แผนซ้อนแผนสีน้ำเงินกับ "ขั้วอำนาจใหม่"
หลังความวุ่นวายทางการเมืองครั้งล่าสุดเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ขั้วอำนาจใหม่ ทางการเมืองได้ปรากฏภาพออกมาชัดเจนขึ้น ในนาม กลุ่มสีน้ำเงิน
ความเป็นจริงแล้ว คีย์แมนของกลุ่มนี้ได้มีการจับมือกันมาก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ภาพยังเลือนรางไม่ชัดเจน
กลุ่มนี้เริ่มปรากฏชัดหลังจากที่กระทรวงมหาดไทยประกาศตั้งกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินออกมาเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว(มีนาคม) โดยมีเป้าหมายตอบโต้กลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอยู่ในจังหวัดต่างๆ เกือบทั่วประเทศ
แน่นอนว่า กระทรวงมหาดไทย ก็คือกระทรวงของพรรคภูมิใจไทยที่มี "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคเป็น รมว.
แต่ถ้าจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก็ต้องบอกว่า เป็นกระทรวงของ "เนวิน ชิดชอบ" เจ้าของพรรคภูมิใจไทยตัวจริง
การก่อรูปของกลุ่มนี้ชัดเจนที่สุดเมื่อมีภาพ "เนวิน" ไปปรากฏตัวที่พัทยา ในระหว่างการเตรียมการประชุมอาเซียน
ซึ่งจะว่าไปแล้วเหมือนเป็นความตั้งใจของ "เนวิน" ที่จะให้ภาพของเขาประหนึ่งในบทบาทผู้ช่วยพระเอก คือรัฐบาลอภิสิทธิ์
ทว่า...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้น รัฐบาลไม่ใช่พระเอก
"เนวิน" กลายเป็นตัวจุดกระแสให้เกิดความวุ่นวายขึ้นจากการที่กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินของเขาไปปะทะกับคนเสื้อแดงจนทำให้เสื้อแดงนำมาอ้างเป็นเหตุในการบุกโรงแรม จนสามารถล้มการประชุมอาเซียนได้
ในช่วงเวลานั้น "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" แทบจะถอดใจขอประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ
นอกเหนือจากเหตุการณ์ที่พัทยา เนวินยังโดนกล่าวหาอีกครั้งในเหตุการณ์ป่วนเมืองจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นจลาจลใน กทม. หลังจากที่ทหารใช้กำลังเข้าสลายกลุ่มเสื้อแดงในช่วงเช้ามืดของวันสงกรานต์
เนวิน ถูกมองว่า อยู่เบื้องหลังความวุ่นวาย
ไม่ว่าจะเป็น รถแก๊สที่จู่ๆ ก็ไปโผล่ที่คิงเพาเวอร์ ของเพื่อนซี้ วิชัย รักศรีอักษร และจู่ๆ ก็ถูกย้ายออกไปอย่างง่ายดาย
การเผารถเมล์หลายสิบคันในหลายจุด และกลุ่มคนเสื้อแดงป่วนเมืองอีกหลายจุดที่ทางแกนนำเสื้อแดงบอกว่าพวกนี้เป็นแดงเทียม
จากข้อกล่าวหานี้ ถามว่าเนวินจะทำไปเพื่ออะไร และได้อะไรจากการกระทำนั้น
ทางหนึ่ง อาจเป็นการช่วยรัฐบาล เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้นทำให้ภาพของคนเสื้อแดงเสียหายไม่มีชิ้นดี จนชาวบ้านทนไม่ได้ออกมาช่วยรัฐบาลจัดการกับคนเสื้อแดงในหลายจุด ทำให้รัฐบาลมีความชอบธรรมมากขึ้นในการเข้าไปจัดการ
แต่อีกทาง อาจมองได้ว่านี่คือการวางยาชั้นยอด เพราะการผสมโรงให้สถานการณ์วุ่นวายเลวร้ายขึ้น การยั่วให้ทหารหมดความอดทน อาจทำให้ทหารใช้อาวุธหนักเข้าปราบปราม และทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
แน่นอนว่าหากเกิดขึ้น ไม่ว่าเสื้อแดงจะมีพฤติกรรมเลวร้ายแค่ไหน สุดท้าย อภิสิทธิ์ จะไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ต่อไปได้
ทั้งหมดเป็นเพียงการวิเคราะห์จากข้อกล่าวหาที่เนวินถูกยัดให้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็คงไม่ปรากฏออกมาง่ายๆ
อย่างไรก็ดี กลุ่มสีน้ำเงิน ถูกพูดถึงหนักมากขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ลอบสังหาร "สนธิ ลิ้มทองกุล" แกนนำพันธมิตรฯ
ดูเหมือนว่าน้อยคนนักที่จะมองว่าผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารสนธิ จะเป็นคนเสื้อแดงที่เป็นศัตรูที่ชัดเจนที่สุดของกลุ่มพันธมิตร
สนธิ และแกนนำพันธมิตรแทบทุกคนปักใจเชื่อว่าการลอบสังหารน่าจะเป็นฝีมือของ “ขั้วอำนาจใหม่” ที่หวังให้เสื้อแดงกับเสื้อเหลืองออกมาฟัดกัน แล้วกลุ่มนี้ก็จะเข้ามาฉกฉวยโอกาสจากความวุ่นวายดังกล่าวเพื่อก้าวสู่อำนาจ
หลังเหตุการณ์ลอบสังหารสนธิ ทำให้มีการแฉกันไปมา จนทำให้ปรากฏภาพคีย์แมนคนสำคัญของ “ขั้วอำนาจใหม่” ขึ้นมาชัดเจนขึ้น
ซึ่งแน่นอนว่าคีย์แมนคนสำคัญที่สุด คือ เนวิน ผู้ให้กำเนิดกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินนั่นเอง
และเมื่อมองคอนเนกชั่นคนสำคัญของเนวิน จะไปเจอ 2 พี่น้องซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงในห้วงบ้านเมืองวุ่นวาย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และน้องชาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.
พล.ต.อ.พัชรวาท มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มเนวินมานานแล้ว การกลับเข้าสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร.หลังจากโดนเด้งในช่วงรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เกิดขึ้นจากปลายปากกาของ ชวรัตน์ ในช่วงสุดท้ายของการทำหน้าที่รักษาการนายกฯ
ตอนนั้นคนในประชาธิปัตย์ ได้แต่ทำตาปริบๆ ไม่สามารถทัดทานได้
ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนขนาดที่ชวรัตน์ต้องรีบเซ็นก่อนที่อภิสิทธิ์จะมารับตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง
สำหรับ พล.อ.ประวิตร ความสัมพันธ์กับเนวิน ปรากฏชัดในขบวนการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์ใน “ค่ายทหาร”
ทั้งคู่เป็นตัวจักรสำคัญในการดึงนักการเมืองที่เคยสนับสนุนทักษิณ ให้เปลี่ยนมาเลือกอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ
บุคคลสำคัญ อีกคนที่ถูกจับให้มาเป็นหนึ่งในคีย์แมนของกลุ่มอำนาจใหม่ คือ ผู้บัญชาการทหารบก
แม้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จะคงรักษาอาการสงบนิ่งเอาไว้จนไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วเขาคือแนวร่วมของกลุ่มอำนาจใหม่จริงหรือไม่
แต่ที่ผ่านมาทั้งเขากับพล.อ.ประวิตร คือพี่น้องนอกสายเลือดที่เคารพนับถือกันมากกว่าพี่น้องในสายเลือดบางคู่ด้วยซ้ำ
การที่ทหารจำนวนมากไม่สามารถสกัดกลุ่มคนเสื้อแดงที่บุกเข้าไปที่ รร.รอยัล คลิฟ บีช ทำให้เกิดคำถามว่า ทหาร โดยเฉพาะ ผบ.ทบ.เกียร์ว่างหรือไม่
เป็นข้อสงสัยเช่นเดียวกับวันที่อภิสิทธิ์โดนกลุ่มคนเสื้อแดงจู่โจม ระหว่างเดินทางกลับจากการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ที่พัทยา โดยมีเสียงเล็ดลอดว่าเป็นการรู้เห็นกันระหว่างตำรวจกับคนเสื้อแดง
ไม่นับรวมข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงมีการเลือกกระทรวงมหาดไทยเป็นที่ให้อภิสิทธิ์ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ กทม.เมื่อวันที่ 12 เมษายน จนทำให้เสื้อแดงล่วงรู้และบุกมาที่กระทรวงอย่างรวดเร็ว
อภิสิทธิ์แทบจะเอาชีวิตไม่รอด ขณะที่เลขาธิการนายกฯ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ โดนรุมทำร้ายอาการสะบักสะบอม
ชัดเจนว่า ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้ มีคีย์แมนในกลุ่มนี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น
หากเป็นตามนี้ อาจตอบข้อสงสัยของหลายๆ คนได้ว่าทำไมอภิสิทธิ์ไม่ปลด ผบ.ตร. และผบ.ทบ. ทั้งที่เห็นชัดว่าในยามที่รัฐบาลอยู่ในภาวะยากลำบาก จากพฤติกรรมของทั้งสอง
คำตอบ ก็เพราะทั้งคู่นั้น มีเนวินค้ำอยู่
"เนวิน" ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองที่หักทักษิณ เข้ามาสนับสนุนประชาธิปัตย์ จนได้เป็นรัฐบาล
"เนวิน" ที่อภิสิทธิ์ยอมไปโอบกอดด้วย เพื่อให้ได้เป็นนายกฯ
"เนวิน" ที่ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" บอกกับลูกพรรคว่า ถ้าไม่มีเขา เราก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล
การจะปลด ผบ.ทบ.จึงไม่ใช่แค่คำตอบตื้นๆ ว่ากลัวถูกปฏิวัติเท่านั้น...
จิ๊กซอว์อีกตัวที่ทำให้ภาพกลุ่มอำนาจใหม่ชัดเจนขึ้นมาคือ "เสนาะ เทียนทอง"
ล่าสุดคนของเนวิน ทั้งพ่อชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และชวรัตน์ ต่างออกมาสนับสนุน "เสนาะ" ให้เป็นประธานคณะกรรมการพิเศษเพื่อสร้างความปรองดองและเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะตั้งขึ้น
แม้ในเบื้องต้นจะมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากประชาธิปัตย์ว่าไม่เห็นด้วย แต่ล่าสุดก็ประกาศยอมให้ "ชัย" เป็นคนเลือกประธานคณะกรรมการชุดนี้แล้ว
กล่าวสำหรับ "เสนาะ" มีความแนบแน่นทั้งกับเนวิน และพล.อ.ประวิตร
เส้นทางการเติบโตของพล.อ.ประวิตร เริ่มมาจากพื้นที่ในภาคตะวันออก โดยเฉพาะที่กองพลทหารราบรักษาพระองค์ที่ 2 ที่มีศูนย์อยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี อันเป็นถิ่นของเสนาะ
ทั้ง 2 อุ้มชูกันจนกระทั่ง พล.อ.ประวิตร ก้าวสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.ในยุครัฐบาลทักษิณ ก็มีเสียงเล็ดลอดว่าเพราะได้รับการหนุนจาก "เสนาะ"
กับเนวินนั้น จุดที่แสดงให้เห็นถึงความลึกซึ้งคือการที่เนวินส่งคนสนิทในจ.บุรีรัมย์ ลงเลือกตั้งนามพรรคประชาราช ในการเลือกตั้งซ่อมเมื่อปีที่แล้ว ในลักษณะ “ฝากเลี้ยง”
หากเป็นไปตามนี้ “ขั้วอำนาจใหม่” กลุ่มนี้จะเป็นขั้วอำนาจที่มีความสมบูรณ์มาก
มีทั้งทหาร ตำรวจ และกลุ่มการเมืองที่กำลังโดดเด่น
นี่...ถือเป็นขั้วอำนาจที่น่ากลัวไม่น้อย
แต่ยังมีจิ๊กซอว์อีกตัวที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่า จะอยู่ในกลุ่มสีน้ำเงิน หรือขั้วอำนาจใหม่ด้วยหรือไม่
"สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คือเป้าหมายที่ถูกจับจ้อง
แน่นอนว่าข้อสงสัยนี้ "นักสังเกตการณ์การเมือง" ดูจะยังไม่ปักใจเชื่อนัก
แต่จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลากหลายครั้งที่ผ่านมา ย่อมเกิดข้อสงสัยไม่น้อยว่า ทำไม "สุเทพ" ต้องยอม "เนวิน" ไปเสียทั้งหมด
ตั้งแต่เริ่มต้นตั้งรัฐบาล แบ่งกระทรวง โครงการ ไปจนถึงการยอมทำตามเกมเนวิน ในห้วงสถานการณ์คับขัน จนทำให้รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ
ถามต่อว่า หากบังเอิญกลุ่มนี้ได้เข้ามามีอำนาจจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม เป็นไปได้ไหมที่กลุ่มนี้จะกลับไปซูเอี๋ยกับทักษิณ
ดูจากข้อมูลในเบื้องต้นนี้ เนวินคงไม่อยากกลับไปคืนดีกับทักษิณ และก็คงไม่มีความจำเป็นอะไรมากนักเมื่อเขามีทุกอย่างพร้อมสรรพอยู่แล้ว
ยกเว้นทักษิณจะมีข้อเสนอที่เนวินปฏิเสธไม่ได้
แต่ถ้าคิดให้ซับซ้อน ถ้ามันคือการวางแผนแยกกันเดินตั้งแต่ต้นล่ะ?
คนในกลุ่มนี้ล้วนแต่เคยเป็น “คนกันเอง” ของทักษิณทั้งนั้น
การเมืองวันนี้ไม่มีชั้นเดียวอีกต่อไปแล้ว
มันมีแต่แผนซ้อนแผนซ้อนแผน ที่ลึกลับซับซ้อนกันไม่รู้กี่ชั้น
สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์



