ข่าว

ไข่ขาดตลาด'แพง-ลักลอบนำเข้า'

ไข่ขาดตลาด'แพง-ลักลอบนำเข้า'

09 พ.ย. 2554

ไข่ไก่ยุค 'นายกฯ ปู' แพงสุดโต่งกว่าใคร แปดริ้วแหล่งผลิตยังอ่วมไข่แพง ขณะชาวบ้านยังเมิน 'ไข่อิมพอร์ต' หวั่นเชื้อโรคแอบแฝง ผู้บริโภคเผย พบไข่ต้องซื้อตุนไว้ก่อน ด้าน โก-ลก ไข่ขาดตลาด ส่งผลไข่มาเลฯ ทะลักเข้าพื้นที่

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 พ.ย.54  จากการสำรวจราคาขายไข่ไก่สด เขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นแหล่งของการผลิตไข่ไก่สดมาอย่างยาวนาน จนมีผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ไข่ ทั้งขนาดกลาง และรายย่อยมากที่สุดในประเทศ รวมถึงยังมีสหกรณ์ ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่อีกด้วย หลังได้รับการร้องเรียนจากการขายไข่ไก่หน้าตลาด ในราคาสูงถึงฟองละกว่า 5-7 บาท (ตามแต่ขนาดเบอร์ 0-5) ซึ่งเป็นราคาจำหน่ายที่แพงที่สุดครั้งประวัติศาสตร์ อย่างที่ไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อน ทั้งที่อยู่ใกล้กับแหล่งของการผลิต พบว่ามีการขายไข่ไก่ตามราคาดังกล่าวจริงอย่างถ้วนหน้า

          นางจันเป็ง ส่องสี อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาเดิม เลขที่ 89 ม.7 ต.และ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน แม่ค้าขายไข่ไก่สด และเครื่องปรุงรสภายในครัวเรือน (หอม กระเทียม พลิก เกลือ กะปิ ฯลฯ) ริมถนนสาย 314 ด้านขาเข้าใน เขต ต.บางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยถึงปัญหาราคาจำหน่ายไข่ไก่ที่ต้องจำหน่ายให้แก่ลูกค้าอย่างแพงสูงลิ่วว่า มีสาเหตุจากการที่ต้องไปรับไข่ไก่มาจากเอเย่นต์ในตลาดสดบ่อบัว ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อนำมาจำหน่ายต่ออีกชั้นหนึ่ง และได้กำไรจากการวางจำหน่ายเพียงถาดละ 7 บาท หรือประมาณฟองละ 23.3 สตางค์เท่านั้น ทั้งที่ต้องนั่งรอคนมาซื้อทั้งวัน

          นางจันเป็ง กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องไปรับไข่ไก่ต่อมาจากเอเย่นต์ หรือแม่ค้าในตลาดรายใหญ่อีกต่อหนึ่งนั้น มีสาเหตุมาจาก ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ในพื้นที่ ไม่ยอมขายไข่ไก่ให้ เนื่องจากตนเป็นเพียงลูกค้ารายย่อย และไม่ได้เป็นลูกค้าขาประจำ แต่ขณะเดียวกันแม่ค้ารายใหญ่ ๆ จาก จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ในพื้นที่ถูกน้ำท่วมตายหมด ได้เดินทางมารับซื้อไข่ไก่จากฟาร์มในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้ทั้งที่ไม่ใช่ลูกค้าขาประจำเช่นกัน ส่วนไข่ไก่ที่รัฐบาลนำเข้ามาจากต่างประเทศนั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะซื้อกิน เพราะกลัว หวั่นมีเชื้อฝังตัวติดมากับไข่ไก่ ที่นำเข้ามา

          ด้านนายจันทรี ศรีเมือง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/2 ม.7 ต.สหธาตุ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ลูกค้าซึ่งหยุดรถเข้ามาแวะซื้อไข่ไก่สดจากภายในร้านค้าของนางจันเป็ง กล่าวว่า ที่ต้องแวะซื้อไข่ไก่สดจากในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา นั้น เนื่องจากตนทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม ย่านเขต อ.บางปะกง แต่มีบ้านพักอยู่ในเขตกรุงเทพฯ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำแล้ว จึงไม่มีเวลาที่จะไปหาซื้อ ซึ่งขณะนี้ ไข่ไก่ก็ยังหาซื้อได้ยากอีกด้วย เมื่อขับรถผ่านเข้ามา และพบว่ามีวางขาย จึงได้รีบแวะเข้ามาซื้อ เพื่อนำกลับไปเก็บกักตุนไว้ เพราะกลัวว่า หากน้ำท่วมคนในครอบครัว จะไม่มีอะไรกินกัน ที่ผ่านมาบ้านพักในกรุงเทพฯ ได้ถูกประกาศว่า จะถูกน้ำท่วมแล้ว แต่น้ำก็ยังไม่มาท่วมสักที

          ขณะที่ นายสุชาติ เทศทิม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 600 ม.5 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ลูกค้าอีกราย กล่าวว่า ที่ จ.สมุทรปราการ ขณะนี้ไม่มีไข่ไก่วางขายนานแล้ว เมื่อผ่านเข้ามาในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้แวะซื้อไข่ไก่ เพื่อนำไปเก็บไว้ทำอาหารบริโภค ถึงราคาจะแพง สูงถึงฟองละ 5.33-6.33 บาท ก็ต้องยอมซื้อไปเก็บไว้ก่อนดีกว่าหาซื้อไม่ได้ ซึ่งปกติตนจะขับรถผ่านในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา อยู่เป็นประจำ ประมาณเดือนละ 2 ครั้ง หรือทุก 2 สัปดาห์ จึงได้แวะเข้ามาซื้อที่แผงขายไข่แผงนี้ เพราะเคยแวะซื้อมาหลายครั้งแล้ว

 

โก-ลก ไข่ไก่ขาดตลาด ส่งผล-ลักลอบนำเข้าไข่ไก่มาเลฯมาจำหน่ายทดแทน

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ไข่ไก่ขาดตลาด รวมทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปลากระป๋อง ล่าสุดพบว่า ไข่ไก่ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ทั้งที่นำเข้าจากพื้นที่อื่น และที่เป็นแหล่งค้าส่งโดยตรงใน อ.สุไหงโก-ลก มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้มีการลักลอบนำไข่ไก่จากประเทศมาเลเซียมาจำหน่าย ทดแทนความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งราคาไม่ได้มีความแตกต่างจากไข่ไก่ของไทย โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ฟองละ 5 บาท

          ด้านนายเอกศักดิ์ อารยนันท์ พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส ระบุว่า ขณะนี้พบว่า กระแสของความตื่นตัวในการซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค มาเก็บตุนไว้ในครัวเรือนในหลายจังหวัด มีมากเกินความจำเป็น จนกระทบกับกลไกตลาด ที่แม้จะมีการผลิตออกมาในปริมาณปกติ แต่เมื่อมีกำลังการซื้อเพิ่มขึ้น เพื่อกักตุนสินค้า ทำให้สินค้าหมดไปจากท้องตลาดอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแนวทางการแก้ปัญหาในเบื้องต้น สำหรับพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยคือ ซื้อสินค้าเก็บไว้ตามความเหมาะสมของขนาดครัวเรือน เพื่อกระจายไปให้กลุ่มผู้บริโภคอื่นอย่างทั่วถึง ซึ่งจะทำให้สินค้าที่มีความจำเป็นในแต่ละประเภทยังคงไหลเวียนอยู่ในระบบการจัดจำหน่ายของท้องตลาด

          อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ไม่ควรตื่นตระหนกกับการเกิดอุทกภัยจนกระทบกับการดำเนินชีวิตตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อต้องซื้อสินค้ากักตุนไว้เป็นจำนวนมากก็จะทำให้เงินในกระเป๋าที่ควรสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินต้องหมดไปกับสินค้าที่ซื้อไว้ด้วย

 


.........................................................

(หมายเหตุ : คลิปวีดิโอ : สนทะนาพร อินจันทร์)