
"กลับบ้าน"กับ ติช นัท ฮันห์ความสุขที่แท้จริง จากความสงบที่...ไม่เคยรู้จักมาก่อน
บ้านเราเพิ่งได้มีโอกาสรับธรรมโดยตรงจากท่าน ติช นัท ฮันห์ เมื่อเดินทางมานำภาวนาและปาฐกถาธรรมที่เมืองไทยตามคำเชิญของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ในงาน สู่ศานติสมานฉันท์ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก
และ กลับบ้านที่แท้จริง กับ ติช นัท ฮันห์ เป็นหนังสือรวบรวมธรรมบรรยายของท่านที่เดินทางมานำภาวนาในเมืองไทยเมื่อปี 2550 สำนวนแปลโดย ภิกษุณีนิรามิสา ในฐานะบรรณาธิการปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสที่วัดใหม่ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่าน
เนื้อหาภายในประกอบด้วยหลักคำสอนที่ง่าย งาม สามารถประยุกต์พุทธธรรมเข้ากับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี และมีบางประโยคที่ทำให้รู้สึกว่ากำลังภาวนาอยู่ สำหรับในภาคผนวกมีหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานเหมาะกับผู้ที่สนใจในวิถีภาวนาแนวทางปฏิบัติของหมู่บ้านพลัม โดยสำนักพิมพ์เลมอนฟาร์มบุ๊ค จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้
บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเงียบสงบ มีพระภิกษุและภิกษุณีระดับพระธรรมจารย์จากหมู่บ้านพลัมกว่า 50 รูป และพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในแนวทางปฏิบัติธรรมของท่านติช นัท ฮันห์ กว่าร้อยเข้าร่วมงาน
งานเริ่มต้นด้วยพิธีน้ำชา ซึ่งเป็นแนวทางการภาวนาในวิถีแห่งสติของหมู่บ้านพลัม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอยู่กับปัจจุบันขณะ เบิกบานกับชีวิต ณ ขณะนั้น เป็นการตระหนักรู้ถึงความเชื่อมโยงของตัวเรากับสรรพสิ่งในจักรวาล เรากับทุกสิ่งล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีภิกษุณีนิรามิสา นำเข้าร่วมพิธีน้ำชา
“มือทั้งสองประคองแก้วใบนี้ พลังแห่งสติตั้งตระหง่านมั่นคง
ฉันดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะ ณ ที่นี่ และขณะนี้อย่างมีความสุข
ขอให้เราเบิกบานกับการดื่มน้ำชา ทานขนมในความเงียบด้วยกัน”
เมื่อจบพิธี ก็เริ่มการเสวนาพูดถึงความเป็นมาของหนังสือ ในฐานะเจ้าของสำนักพิมพ์เลมอนฟาร์มบุ๊ค สุวรรณา หลั่งน้ำสังข์ ชี้แจงว่าหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ เป็นตัวอย่างพระที่เคยผ่านศึกสงครามในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นบ้านเกิด แต่ท่านยังคงมีความรักอันยิ่งใหญ่และทำในสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งควรทำและปกป้อง
“ชอบคำหนึ่งของท่านมาก ที่ท่านเคยพูดไว้ ปฏิบัติการแห่งความรักจักทอแสงแห่งสันติภาพ อันนี้เป็นทั้งหมดของสิ่งที่เมืองไทยต้องการในขณะนี้” สุวรรณา กล่าว
สำหรับความหมายของชื่อหนังสือ สุวรรณา บอกว่า คือการกลับมาบ้าน บ้านข้างในของเราที่มีความสงบ สันติ บ้านที่จะทำให้เราไม่เกลียดชังผู้อื่น บ้านที่จะทำให้เรารักและเป็นสุข เป็นการกลับไปสู่คุณค่าของความเป็นมนุษย์
ขณะที่ ภิกษุณีนิรามิสา กล่าวว่า การกลับบ้านที่แท้จริง ก็คือการลืมทุกข์ ปล่อยวางทุกอย่างและกลับมาสู่จิต ซึ่งเป็นรากฐานชีวิตของตัวเอง ณ ปัจจุบัน
“คำสอนของหลวงปู่ เรื่องมือซ้ายและมือขวาน่าจะเป็นตัวอย่างและบทเรียนที่ดีให้แก่สังคมไทยในตอนนี้ ท่านได้พูดถึงความรักที่ไม่แบ่งแยก คือเมื่อเวลาเราตอกตะปู เราอาจจะตอกพลาด ตอกไปโดนนิ้วโป้งของเราที่อยู่ด้านซ้าย โดยธรรมชาติมือขวาจะเข้ามาโอบกอดดูแล แต่ไม่ใช่การพูดจาให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด” หลวงพี่นิรามิสา กล่าว
หลวงพี่นิรามิสากล่าวต่ออีกว่า สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดในบ้านเรา ถ้าเราฝึกที่จะมองด้วยความรัก คือมองในแบบพรหมวิหาร 4 เราก็จะมีความสุข มีความสามัคคีกันได้ง่าย อย่างที่หลวงปู่ พูดถึงความรักแบบไร้ขอบเขต ว่าต้องบ่มเพาะความสามารถที่อยากจะมอบความสุขให้แก่ตัวเองและผู้อื่น แต่ต้องรู้ที่จะมอบความสุขให้แก่ตัวเองก่อนที่จะไปมอบให้ผู้อื่นและรู้สึกมีความสุขไปกับความสุขของผู้อื่นด้วย
ก่อนจบเสวนาในครั้งนี้ หลวงพี่นิรามิสา ให้ สุวรรณา เป็นตัวแทนในการมอบหนังสือให้แก่หิ้งพระพุทธรูป ด้วยเหตุผลที่ว่าทุกครั้งที่หมู่บ้านพลัมมีหนังสือเล่มใหม่ หลวงปู่จะมอบให้แก่หิ้งพระพุทธรูป เป็นของขวัญที่ขอถวายให้แก่พระพุทธองค์ที่ได้ส่งทอดคำสอนที่ดีงาม ให้เราได้เดินอย่างมีสติ กลับบ้านที่แท้จริง
สิ่งหนึ่งที่คนอ่านจะได้รับอย่างแน่นอนจากหนังสือเล่มนี้คือ การค้นพบด้วยตนเองว่า เมื่อเจริญสติแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นหมด ความจำก็ดีขึ้น สุขภาพก็ดีขึ้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีขึ้น การงานดีขึ้น และได้พบความสุขอย่างแท้จริงจากความสงบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ดังคำนิยมของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ที่เขียนไว้
ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้ออ่านได้ที่ร้านเลมอนฟาร์มและซีเอ็ดบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศ
ท่านติช นัท ฮันห์ เป็นพระมหาเถระ นิกายเซน ชาวเวียดนาม ผู้นำความคิดที่ว่าพระพุทธศาสนาจำเป็นต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน และพุทธธรรมเป็นสิ่งที่สามารถประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันได้ ปัจจุบันพำนักอยู่ที่หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส และเดินทางไปนำการภาวนาในประเทศต่างๆ เพื่อสรรค์สร้างความรัก ความเข้าใจ และสันติภาวะภายในให้แก่ผู้คนทั่วโลก



