ข่าว

'ปู'รับบิ๊กแบ็กไม่ได้ผล100%

'ปู'รับบิ๊กแบ็กไม่ได้ผล100%

09 พ.ย. 2554

'ยิ่งลักษณ์'รับบิ๊กแบ็กไม่ได้ผล 100% ต้องหาวิธีอื่นช่วย ระบุเป็นการการชะลอแต่หยุดน้ำไม่ได้ กั้นมากจะเป็นการชะลอมวลใหญ่ วอนกทม.ชี้เป้าหากเห็นว่าจุดไหนไม่เรียบร้อย

    เมื่อเวลา 08.15 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รองผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า แนวกระสอบทรายยักษ์ของรัฐบาลยังสร้างไม่เสร็จ โดยเฉพาะแนว ถ.จันทรุเบกษา ส่งผลให้ป้องกันน้ำทะลักเข้า กทม.ได้เพียงแค่ 50 % นั้น ยอมรับว่า การกั้นแนว Big Bag อาจจะไม่ได้ผล 100 %  จึงต้องมีวิธีการอื่น ๆ ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หาก กทม.เห็นว่าจุดไหนยังไม่เรียบร้อย ก็ต้องลงไปชี้จุดให้รับทราบ

    ส่วนที่ นายเสรี ศุภราทิตย์ นักวิชาการด้านน้ำ ระบุหากกั้น Big Bag แล้วยังไม่สามารถระบายน้ำได้ ก็จะทำให้น้ำก้อนใหญ่ทะลักเข้าพื้นที่ กทม. จนทำให้วิกฤติซ้ำอีกครั้งนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เคยบอกแล้วว่าการกั้นแนวกระสอบทรายต่างๆ ไม่ได้เป็นการหยุดน้ำ แต่เพียงแค่ชะลอน้ำ ซึ่งสุดท้ายก็ต้องหาทางให้น้ำระบายออกไป ถ้ายิ่งกั้นมากน้ำก็จะชะลอเป็นมวลน้ำใหญ่ และเกิดการทะลักได้ ดังนั้นต้องเร่งระบายน้ำออกจาก กทม.โดยเร็ว

    ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ชาวบ้านที่อยู่หลังแนว Big Bag บริเวณ ถ.วิภาวดี ประท้วงและขู่ปิดทางด่วนโทลล์เวย์ ไม่พอใจที่ทำให้ระดับน้ำที่อยู่หลังแนว Big Bag สูงขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกัน เพื่อหาทางระบายน้ำ นี่คือ จุดสมดุลที่เราต้องมาคุยกัน เพราะถ้าเรากั้นด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งก็ทุกข์ทรมาน ซึ่งตนก็เห็นใจ ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุด คือ หาทางให้น้ำระบายลงได้อย่างสะดวกที่สุด และระบายลงสู่เครื่องสูบน้ำของ กทม. ที่มีประสิทธิภาพมาก
                

นายกฯบุกกปน.-ผู้แทนอนามัยโลกการันตีประปาได้มาตรฐาน

    น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นายซิอิจิ โคจิมะ เอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น และสื่อมวลชนญี่ปุ่น เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานป้องกันระบบผลิตและการควบคุมคุณภาพน้ำประปาในช่วงภาวะวิกฤติน้ำท่วม  โดยมีนายเจริญ ภัสสระ ผู้ว่าการกปน. ให้การต้อนรับ

    นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ  Mr.David Sutherland ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO) นพ.พิทยา จารุพูลผล คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล ตัวแทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาวิจัยแห่งชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ร่วมรายงานคุณภาพของการผลิตประปาด้วย

    ทั้งนี้ โดยในการหารือร่วมกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องการมาดูด้วยตัวเองและต้องการคำยืนยันเพื่อให้เกิดความมั่นใจ เพราะช่วงนี้ข่าวลือเยอะเหลือเกิน ประชาชนขาดความมั่นใจในเรื่องคุณภาพของน้ำที่จะนำไปบริโภค โดยเฉพาะเรื่องสี และกลิ่น ตอนนี้ทราบว่า ได้มีการปรับปรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเห็นแล้วว่าทุกฝ่ายได้ทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นใจ   

    ขณะที่ ผู้ว่ากปน.ยืนยันว่า ขณะนี้ระบบการผลิตและควบคุมคุณภาพน้ำประปา กปน.ได้ดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลกโดยยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ สีและกลิ่นของน้ำประปาที่ประชาชนเคยร้องเรียนมาได้แก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถใช้ดื่มได้ตามปกติ

    ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า จากการที่ผู้แทนของ WHO ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ และร่วมตรวจคุณภาพน้ำกับกปน.ของไทย ได้เห็นถึงขั้นตอนการผลิต ถือว่าผ่านการรับรองของ WHO สามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้

    ส่วน นพ.พิทยา จารุพูลผล คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า จากการที่ได้เข้ามาร่วมเป็นภาคีกับกปน.ตั้งแต่ปี 42 มีการตรวจคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดปี 53 ได้ใช้เกณฑ์ของ  WHO  2006 จากการตรวจสอบมาตรฐานต่าง ๆ และหมวดที่เกี่ยวข้องกับโลหะหนัก และสารเคมี โดยเฉพาะสารปนเปื้อน ยาฆ่าแมลง มีการเพาะเชื้อ เพื่อยืนยันว่าในน้ำประปาไม่มีจุลชีพในการก่อโรค รวมถึงการตรวจสารก่อมะเร็ง ยืนยันว่าทุกอย่างของน้ำประปาได้มาตรฐานทั้งหมด    

    คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดปัญหาภาวะน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ คณะสาธารณสุขศาสตร์ ได้จัดทีมไปเก็บตัวอย่างน้ำจากแหล่งผลิตในจุดต่าง ๆ ทั้งหมด 8 จุด ยืนยันว่า ทุกจุดยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของคุณภาพน้ำดิบ ยอมรับว่า มีการปนเปื้อนฝุ่นจำนวนมาก รวมทั้งสารที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ เช่น อุจจาระร่วง จึงได้มีการเพิ่มคลอรีน ด่างทับทิม และเพิ่มกระบวนการกรองให้มากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวลงไปได้ และได้เพิ่มออกซิเจนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น มาตรการทั้งหมดนี้ทำให้คุณภาพของน้ำดิบดีขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 5-6 เท่า ซึ่ง กปน.และภาคีเครือข่ายได้ดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้น้ำประปาที่ผลิตออกไปได้คุณภาพตามเกณฑ์ สามารถบริโภคได้

    ด้าน ตัวแทนจากสภาวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า จากปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านเคมีได้ตรวจพบว่าคุณภาพน้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปา พบว่า เลวลงจริง มีสารปนเปื้อนจำนวนมาก นักวิชาการจึงได้ประสานงานผู้ว่าฯ กปน.เพื่อขอรับทราบกระบวนการผลิตอีกครั้ง รวมทั้งได้ตรวจสอบ ล่าสุดพบว่า มีการพัฒนาและปรับปรุงวิธีการ จนได้มาตรฐานแล้ว แม้ว่าต้นทางจ่ายน้ำของ กปน.จะดีจริง แต่ผู้ใช้น้ำในบ้านเรือนที่อยู่ปลายทางที่ใช้ถังน้ำใต้ดิน บางครั้งอาจมีน้ำสกปรกซึมเข้าไปในถังน้ำ ดังนั้นอยากให้ตรวจสอบให้ดีก่อน รวมทั้งผู้ที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมและอพยพกลับไปอยู่ สิ่งแรกที่ต้องดูคือถังน้ำใต้ดิน

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงสุดท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริโภคทุกคนมีความห่วงใย เราเองก็ห่วง จึงได้สั่งการ รมว.มหาดไทย และผู้ว่าฯ กปน.ดูแลตรวจสอบคุณภาพของน้ำ ร่วมกับภาคีต่าง ๆ รวมทั้งตัวแทนจากไจก้าที่ได้นำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วย ซึ่งทุกภาคส่วนก็ยืนยันว่าน้ำที่เราใช้วันนี้สะอาดและปลอดภัย แต่เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ อาจทำให้สีและกลิ่นอาจไม่เหมือนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอันตรายต่อการบริโภค ซึ่งผู้ว่าฯกปน.จะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ ความจริงแล้วคุณภาพของน้ำประปาวันนี้มีความปลอดภัยสามารถใช้ดื่มได้เลย โดยไม่ต้องต้ม    

    "เพื่อความสบายใจของผู้บริโภค หากมีเวลาก็อาจจะต้มหรือกรองก่อน เพื่อให้สีและกลิ่นดีขึ้น จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนให้ได้รับทราบด้วย สำหรับแผนฟื้นฟูระยะสั้นนั้น ได้มอบหมายให้ รมว.มหาดไทยไปทำแนวเขื่อนถาวรป้องกันคลองประปาให้แข็งแรง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีกในปีหน้า"นายกรัฐมนตรี กล่าว