แฉนักเลงคุมคิวเรือจ้างอาละวาด
แฉนักเลงคุมคิวเรือจ้างอาละวาด : โดยพนอ ชมภูศรี
หลังมีน้ำท่วมขังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านในหลายพื้นที่ที่ต้องการออกไปหาซื้อสิ่งของเครื่องใช้เพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน แต่กลับมีพวกฉวยโอกาสสร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมชาวบ้านหนักขึ้นด้วยการนำเรือมารับจ้างรับส่งผู้ที่ต้องการจะออกจากที่พักเพื่อไปทำธุระ ด้วยการขูดรีดค่าโดยสารราคาสูงจนแทบจะรับไม่ไหว
หมู่บ้านเอื้ออาทรบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี เป็นอีกแห่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ ทำให้เกิดอาชีพใหม่คือ วินเรือพายรับจ้าง ซึ่งผู้พายส่วนใหญ่ก็เป็นลูกบ้านที่ว่างงาน จึงออกหารายได้พิเศษ โดยที่นี่จะมีกฎระเบียบเรือจ้างควบคุมค่าโดยสาร ราคาจะอยู่ที่ 10-20 บาทต่อคน
น.ส.ปริญดา รุ่งสว่าง อายุ 42 ปี บอกว่าพอรู้ว่ามีหมอมาตรวจก็รีบนั่งเรือจ้างมา ไป-กลับค่าเรือ 20 บาท ซึ่งถ้าน้ำไม่ท่วมก็คงเดินมาสบายๆ ไม่ต้องเสียเงิน แต่ที่ลำบากกว่านี้คือ ย้ายหนีน้ำท่วมจากหมู่บ้านสินธร รังสิต ซึ่งน้ำท่วมถึงคอ จึงมาอยู่กับพี่สาวที่นี่เพราะน้ำไม่สูงพออยู่ได้ แต่พอจะเดินทางกลับไปดูบ้านเพราะแถวนั้นเริ่มมีขโมยเยอะ ก็ไม่สามารถเดินทางไปได้เพราะสู้ค่าเรือเที่ยวละ 800 บาทไม่ไหว ก็ต้องทำใจ ขโมยจะขึ้นบ้านก็ทำใจ น้องสาวอีกคนทำร้านเสริมสวยที่รังสิตก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน
"วันก่อนน้องสาวไปดูร้านว่าน้ำขึ้นแค่ไหน ขากลับต้องขึ้นมอเตอร์ไซค์วินตรงโทลล์เวย์ ลงหลักสี่ คิดค่ารถ 1,000 บาท ก็ไม่มีเงินนะ ก็เลยเลือกเดินไปเรื่อยๆ รอรถทหาร 2 ชม.ก็ยังไม่มา แต่ก็เข้าใจนะว่าทหารยุ่งมากๆ ปัญหาเรื่องการเดินทางทำให้รู้สึกลำบาก ท้อใจเป็นอย่างมาก" น.ส.ปริญดา ระบุ
ขณะเดียวกันกลับมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ที่คาดว่าจะเสียประโยชน์จากการที่มีรถจากหน่วยงาน กฟผ. มารับส่งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งใหญ่หลวงนี้ โดยรับส่งฟรีตั้งแต่สี่แยกบางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี มาถึงสี่แยกปทุมวิไล ปรากฏว่า มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งอยู่บริเวณปากซอยธรรมสุธีร์ ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี นำรถจักรยานยนต์ หรือลากเรือมาขวางรถของ กฟผ. จากนั้นก็มีการยิงปืนขึ้นฟ้าประมาณ 5-6 นัดในลักษณะข่มขู่ พร้อมกับพูดว่า "มารับคน เรือก็วิ่งไม่ได้" แม้แต่รถของทหาร ก็ยังเคยถูกขวดเครื่องดื่มชูกำลังขว้างปามาแล้วเช่นกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดของจังหวัดปทุมธานี เข้ามาคอยช่วยเหลือดูแล
เช่นเดียวกับชาวกรุงเทพฯ ที่กำลังเกิดปัญหาอย่างหนักในเรื่องการเดินทางเข้าออกบ้านเรือนที่อยู่อาศัย พาหนะที่จำเป็นคงหนีไม่พ้นเรือ ถึงแม้ในหลายจุดจะมีรถขนาดใหญ่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และกลุ่มจิตอาสาต่างๆ เข้าช่วยเหลือ แต่หลายพื้นที่น้ำสูงรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ ปัญหาที่ตามมาคือกลุ่มเรือรับจ้างที่ฉวยโอกาสขูดรีดค่าโดยสารซ้ำเติมชาวบ้านที่ต้องการเรือสัญจร
ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ลงพื้นที่ตรวจสอบในจุดที่มีน้ำท่วมสูง และมีกลุ่มเรือรับจ้างคอยให้บริการ จุดแรกบริเวณแยกศรีสมาน พื้นที่ดอนเมือง มีเรือรับจ้างอยู่จำนวนหลายลำ และยังมีเรือจากทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครต่างๆ ไว้คอยบริการด้วยเช่นกัน จากการสอบถามชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนวัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง พบว่าบรรดาเรือรับจ้างเหล่านี้มีราคาแพง ราคาค่าบริการเริ่มตั้งแต่ 200 บาทต่อคน แม้จะเดินทางไปในระยะใกล้ก็ตาม บางคนที่มีข้าวของ หรือรถจักรยานยนต์ ก็จะบวกราคาเพิ่มตั้งแต่ 300-500 บาท
จุดที่สองบริเวณแยกปิ่นเกล้า ที่ตอนนี้มีเรือรับจ้างอยู่บ้างไม่กี่ลำ ซึ่งจุดนี้ปัญหาเรือราคาแพงเริ่มเบาบางลง จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากในช่วงน้ำท่วมในย่านนี้แรกๆ กลุ่มเรือรับจ้างคิดราคาสูงถึง 500 บาทต่อคน ทั้งที่เดินทางจากแยกปิ่นเกล้าเข้าบ้านในพื้นที่ย่านบางพลัด แต่หลังจากมีกระแสข่าวออกไป ประกอบกับมีรถเจ้าหน้าที่ทหารคอยบริการ ทำให้เรือรับจ้างลดราคาลงเหลือ 50 บาทต่อคน
และจุดที่สามบริเวณ ถ.รามอินทรา กม.2 จุดนี้น้ำยังท่วมสูง และมีกลุ่มเรือรับจ้างไว้บริการ ราคาเริ่มที่ 100 บาทต่อคน และข้อมูลที่ทีมข่าวได้สอบถามชาวบ้านย่านนั้นทราบว่า คนไหนต้องการนั่งเรือคนเดียวในเที่ยวนั้นต้องจ่ายราคาเหมา 500 บาทขึ้นไป
หากเทียบอัตราค่าบริการกับตอนน้ำไม่ท่วมที่ชาวบ้านใช้บริการรถแท็กซี่ก็จะเริ่มต้นที่ 35 บาทเท่านั้น ถือได้ว่ากลุ่มเรือรับจ้างเหล่านี้ฉวยโอกาสหาประโยชน์ ขูดรีดค่าโดยสาร ซ้ำเติมชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วม ที่แม้จะมีราคาแพงชาวบ้านก็ยังต้องยอมจ่าย เพราะถึงแม้จะมีรถเจ้าหน้าที่ทหารไว้คอยบริการรับ-ส่ง แต่ในบางพื้นที่รถก็เข้าไม่ถึง เพราะเป็นซอยเล็กและน้ำท่วมสูง ทำให้ต้องจำใจใช้บริการจากบรรดาเรือรับจ้างที่คอยฉวยโอกาสเหล่านี้



