
พท.ถล่ม'สุขุมพันธุ์'เฉลิมแนะปลดได้
"เฉลิม" แนะ "เพื่อไทย" ถ้าไม่ไหว มท. ใช้อำนาจปลด "ผู้ว่าฯกทม." ได้ หลัง ฉุนขาด "สุขุมพันธุ์" โวย ศปภ.ขอเครื่องสูบน้ำก่อนทำหนังสือ
8พ.ย.2554 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณได้มาทำความเข้าใจในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 โดยที่ประชุมได้สอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่จากกรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ รวมถึงการจัดซื้อถุงยังชีพจากกรมบัญชีกลางด้วย
ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในที่ประชุมด้วยว่า กทม.ชอบโยนความดีใส่ตัวความชั่วใส่รัฐบาล เช่น เรื่องการขอเครื่องสูบน้ำ โดยพล.ต.อ.ประชานำหนังสือของ กทม.ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน เรื่องขอเครื่องสูบน้ำจาก ศปภ. แต่ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่าไม่ได้รับความร่วมมือจาก ศปภ.ในวันที่ 3 พฤศจิกายน มาแสดงให้ที่ประชุมดูด้วยว่า กทม.ออกมาโวยวายก่อนที่จะทำหนังสือขอมา
นายจิรายุ กล่าวด้วยว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมถึงการทำหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม.ด้วยว่า ถ้าไม่ไหวจริงๆ กระทรวงมหาดไทยสามารถใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องปลดผู้ว่าฯ กทม.ได้ โดยร.ต.อ.เฉลิมเป็นหนึ่งในคณะผู้ร่างกฎหมายเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทั้งนี้ ที่ประชุมยังพูดคุยกันด้วยว่า กทม.ยังระบุด้วยว่าเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่สามารถสูบน้ำได้ 70 เปอร์เซ็นต์ และมีศักยภาพใช้ได้กับน้ำท่วมขังหลังฝนตกไม่ใช่น้ำท่วม ซึ่งหากผู้ว่าฯ กทม.พูดแบบนี้ตั้งแต่แรก ศปภ.จะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ โดยจะสั่งการปิดเปิดประตูระบายน้ำเอง เชื่อว่าจะสามารถระบายน้ำได้หลายหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร แต่เมื่อกทม.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จึงค่อยรับสารภาพ อย่างไรก็ตาม คงจะยังไม่ปลดผู้ว่าฯ กทม.ในขณะนี้ แต่ขอให้ กทม.ยอมรับความจริง อย่าทำตัวเป็นเขตปกครองพิเศษ
พ.ร.บ.บริหารราชการกทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุกลางที่ประชุมพรรคเพื่อไทยว่า หากไม่ไหว กระทรวงมหาดไทยก็สามารถปลดผู้ว่าราชการ กทม. ได้ จากการตรวจสอบ พบว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ. 2528 นั้นกำหนดในมาตรา 52 (8) ระบุ ถึงสาเหตุการพ้นตำแหน่งของผู้ว่าฯ กทม. ว่า "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยมติคณะรัฐมนตรีสั่งให้ออกจาก ตำแหน่งเมื่อมีกรณีแสดงให้เห็นว่า ได้กระทำการอันเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหรือ ปฏิบัติการหรือละเลยไม่ปฏิบัติการอันควรปฏิบัติในลักษณะที่เห็นได้ว่าจะเป็นเหตุให้เสียหายอย่าง ร้ายแรงแก่กรุงเทพมหานครหรือแก่ราชการโดยส่วนรวมหรือแก่การรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ สวัสดิภาพของประชาชน"



