
ชู'บางกะปิ-บึงกุ่มโมเดล'แก้ชาวบ้านตีกัน
กทม.ชู "บางกะปิ-บึงกุ่มโมเดล" แก้ปัญหาชาวบ้านตีกัน พร้อมปิดศูนย์พักพิง 25 แห่งหนีน้ำท่วม เผยพื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 2 หมื่นไร่เดือดร้อนกว่า 2 พันคน สน.คันนายาวน้ำท่วมย้ายหนีน้ำไปอยู่ใต้สะพานวงแหวนกาญจนาภิเษก
8พ.ย.2554 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณียังมีอีกหลายพื้นที่ที่เกิดปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างชาวบ้าน ว่า ที่ผ่านมากทม.ได้กวดขันปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด แต่ยังเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ได้ด้วยการเจรจาหารือร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เกิดประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย แต่ไม่น่าจะถึงขั้นที่กทม.จำเป็นต้องประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาด และขอให้ทุกพื้นที่นำแนวทางการแก้ปัญหาระหว่างชาวบ้านในพื้นที่เขตบางกะปิและบึงกุ่มของกทม.วันนี้ไปใช้เป็นตัวอย่าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่คลองบางซื่อมีปัญหาในตอนนี้ จะบริหารจัดการอย่างไร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ในวันที่ 9 พ.ย. นายสัญญา ชินิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ เนื่องจากตนอยากให้คนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเป็นผู้อธิบายเรื่องนี้ และขอยืนยันว่าไม่ได้ปิดบังอะไรทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากก่อนหน้านี้ ได้มีนักการเมืองระดับท้องถิ่นอาทิ ส.ก.-ส.ข.ของทั้ง 2 เขต ซึ่งมาจากพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน แต่กลับเป็นตัวตั้งตัวตีในการนำมวลชนเข้ากดดันการทำหน้าที่ของกทม.บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำหลายแห่ง ซึ่งล่าสุดชาวบ้านทั้ง 2 ฝ่ายเกือบถึงขั้นปะทะกัน ส่งผลทำให้ผู้ว่าฯ กทม.ต้องเร่งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และสำนักการระบายน้ำเชิญทั้ง 2 กลุ่มโดยเฉพาะแกนนำเข้าประชุมหารือเพื่อให้ได้ข้อตกลงร่วมกันก่อนที่เหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย
วันเดียวกัน สำนักการศึกษา กทม. แจ้งปิดศูนย์(โรงเรียน)ที่เปิดเป็นศูนย์พังพิงเนื่องจากประสบภาวะน้ำท่วม จากเดิมที่เปิด 436 แห่ง ปิดไป 25 แห่งในพื้นที่ 9 เขต เหลือรองรับได้ 411 แห่ง โดยศูนย์พักพิงที่ปิดมีดังนี้ 1.เขตดอนเมือง โรงเรียนวัดเวฬุวนาราม โรงเรียนพหลโยธิน โรงเรียนเปรมประชา โรงเรียนประชาอุทิศ โรงเรียนบำรุงระวิวรรณ2.เขตสายไหม ได้แก่ โรงเรียนวัดเกาะสุวรรณาราม โรงเรียนซอยแอนเน็กซ์ โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 3.เขตคลองสามวา ได้แก่ โรงเรียนสุเหร่าสามวา โรงเรียนกลางคลองสอง 4.เขตทวีวัฒนา ได้แก่ โรงเรียนคลองต้นไทร โรงเรียนคลองทวีวัฒนา 5.เขตบางเขน ได้แก่ โรงเรียนบ้านคลองบัว โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ โรงเรียนวัดไตรรัตนาราม โรงเรียนบ้านบัวมล 6.เขตบางแค ได้แก่ โรงเรียนวัดบุญยประดิษฐ์ 7.เขตหลักสี่ ได้แก่ โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 โรงเรียนการเคหะท่าทราย โรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) โรงเรียนวัดหลักสี่ 8.เขตคันนายาว ได้แก่ โรงเรียนจินดาบำรุง และ 9.เขตบางกอกน้อย ได้แก่ โรงเรียนวัดดุสิตาราม โรงเรียนวัดประถมบุตรอิสาราม และโรงเรียนวัดมะลิ (ปิดชั่วคราว)
ขณะที่ยอดรวมจำนวนผู้เข้าพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 14,405 คน จาก 133 ศูนย์ฯ ในพื้นที่ 26 เขต โดยพื้นที่ที่มีประชาชนอพยพเข้าอาศัยที่ศูนย์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.เขตคลองสามวา 1,694 คน(10 ศูนย์) 2.เขตตลิ่งชัน 1,596 คน(14 ศูนย์) 3.เขตหนองแขม 1,498 คน(5 ศูนย์) 4.เขตจตุจักร 1,299 คน(7 ศูนย์) และ 5.เขตบางพลัด 1,177 คน(10 ศูนย์)
นอกจากนี้ จากการที่สำนักงานการสงเคราะห์และสวัสดิภาพสังคม สำนักพัฒนาสังคม กทม. ได้ส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและแนะนำ และสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ระหว่างวันที่ 13 ต.ค.-6 พ.ย. 2554 จำนวน 23 เขต ใน 1,227 ครอบครัว 5,079 คน และเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ที่เขตห้วยขวางเพิ่มเติมอีก 27 ครอบครัว 91 คน รวมเป็น 5,170 คน
นอกจากนี้ได้จัดส่งครูและนักเรียน ไปซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากโรงรียนฝึกอาชีพ กทม.จำนวน 3 ทีม ๆ ละ 10 คน ลงในพื้นที่ 4 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก เขตทวีวัฒนา เขตมีนบุรี และเขตตลิ่งชัน โดยประจำอยู่ที่ศูนย์ซึ่งมีผุ้มารับบริการจำนวน 154 ครอบครัว และยังพบว่า พื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยน้ำท่วมมีจำนวน 16 เขต 5 ประเภท ได้แก่ พืชสวน ไร่หญ้า นาข้าว ประมง และปศุสัตว์ มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 21,225 ไร่ และเกษตรกรได้รับความเสียหายจำนวน 2,496 คน
สน.คันนายาวน้ำท่วมย้ายหนีน้ำไปอยู่ใต้สะพานวงแหวนกาญจนาภิเษก
เมื่อเวลา 16.45 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่รับผิดชอบ สน.คันนายาว ภายในถนนคู้บอน พบว่าระดับน้ำได้ท่วมเต็มพื้นที่ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยความสูงระดับน้ำประมาณ 60-70 เซ็นติเมตร โดยปริมาณน้ำท่วมถึงภายในสน.คันนายาว สูงประมาณ 60 เซ็นติเมตร ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้ต้องย้ายไปตั้งสน.เฉพาะกิจบริเวณใต้สะพานวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งยังเป็นพื้นที่แห้ง
พ.ต.อ.วิบูลยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า ทางสน.คันนายาวได้เตรียมแผนรองรับหลังจากที่น้ำเข้าท่วมภายในสน. ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประชาชนที่เดือดร้อนที่ต้องการจะแจ้งความไม่สามารถเข้าถึงด้านในได้ ทำให้ต้องย้ายทุกหน่วยงานของสน.มาตั้งเป็นกองอำนวยการส่วนหน้า อยู่ใต้สะพานวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งจะมีการตั้งโต๊ะพนักงานสอบสวน ร้อยเวรรับแจ้งเหตุ กับเจ้าหน้าที่จราจร เพื่อคอยอำนวยความสะดวก รวมถึงการส่งและจัดโบกรถให้กับประชาชนที่สัญจรในพื้นที่น้ำท่วม และยังมีเจ้าหน้าที่สายตรวจคอยตรวจตราช่วยเหลือบริการรวมถึงรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่
พ.ต.อ.วิบูลยุทธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในจุดดังกล่าวยังตั้งเป็นจุดศูนย์รับสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คันนายาว ได้จัดชุดคอยแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัย และยังมีการจัดเรือไว้สำหรับคอยตรวจตราในพื้นที่อีกด้วย ซึ่งพบว่ามีอุปสรรคอยู่บ้างที่เป็นสะพานต้องยกเรือข้าม อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจในการออกตรวจตราผลัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นคนต่างพื้นที่ เช่าพักอาศัย อพยพออกจากพื้นที่แล้ว ส่วนผู้ที่มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่บางส่วนยังคงปักหลักอยู่ เจ้าหน้าที่ก็ยังคงให้บริการกับทางกลุ่มจิตอาสาในการจัดรถรับส่งตลอดทั้งวัน



