ข่าว

เปิดงบปี55วงเงิน2,380,000ล.

เปิดงบปี55วงเงิน2,380,000ล.

09 พ.ย. 2554

เปิดงบปี 55 วงเงิน 2,380,000 ล้านบาท กำหนดงบกลางมหาศาล 4.2 แสนล้าน เพิ่มจากเดิม 1.5 แสนล้าน ใช้งบจัดการแท็บเล็ตแจกเด็กกว่าสามพันล้าน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่ สภาจะเริ่ม พิจารณา ร่างพรบ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ รายจ่ายประจำปี 2555  ในวันที่ 9 - 10 พ.ย. ที่จะถึงนี้  ซึ่งได้กำหนดวงไว้  2,380,000 ล้านบาท ตามที่ เพิ่่มมากกว่าปีที่ผ่านมา  9.7% หรือ 210,032.5 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ 1,855,841 ล้านบาท และเงินจ่ายชดเชยคงคลัง 53,918 ล้านบาท งบลงทุน 423,387 ล้านบาท และเงินจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 46,854 บาท

          โดยการจัดทำงบประมาณประจำปี2555 นั้น รัฐบาลได้กำหนดงบให้อยู่ภายใต้ 8 ยุทธศาสตร์ 50 แผนงาน ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์สร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม รวมวงเงินที่ใช้ 475,062.6 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20 ของงบประมาณทั้งหมด ประกอบด้วย 13 แผนงาน คือ 1.แผนงานสร้างควมปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตย และปฏิรูปการเมือง วงเงิน 528.1 ล้านบาท, 2.แผนงานแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด วงเงิน 9,695.2 ล้านบาท

          3.แผนงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ วงเงิน 206.3 ล้านบาท, 4.แผนงานส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ วงเงิน 45,268.6 ล้านบาท, 5.แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 16,277.6 ล้านบาท, 6.แผนงานฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือต่อประเทศในภูมิภาค วงเงิน 373.4 ล้านบาท

          7.แผนงานแก้ไขความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้านแรงงาน,ลูกจ้าง และผู้ประกอบการวงเงิน 72,273.4 ล้านบาท, 8.แผนงานยกระดับสินค้าเกษตร และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน วงเงิน 92,356.2 ล้านบาท, 9.แผนงานเพิ่มรายงานจากการท่องเที่ยว ช่วงงานเฉลิมฉลองพระราชพิธีมหามงคล และปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ วงเงิน 6,642.6 ล้านบาท

          10.แผนงานสนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน วงเงิน 571.2 ล้านบาท, 11.แผนงานพัฒนาระบบประกันสุขภาพ วงเงิน 108,916.1 ล้านบาท, 12.แผนงานสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์ พกพาเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของสถานศึกษาที่มีความพร้อม วงเงิน 1,936 ล้านบาท และ 13.แผนงานเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ วงเงิน 120,000 ล้านบาท

          สำหรับยุทธศาตร์ ที่ 2 คือ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐ รวมวงเงินที่ใช้ 189,109.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.9 ของงบประมาณทั้งหมด ประกอบด้วย 3 แผนงาน คือ 1.แผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ วงเงิน 11,209.9 ล้านบาท, 2.แผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ ด้วยการพัฒนายุทโธปกรณ์ทางทหาร วงเงิน 163,324.4 ล้านบาท และ3.แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ วงเงิน 14,575.6 ล้านบาท

          3.ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน รวมวงเงินที่ใช้ 173,121.8 ล้านบาท ประกอบด้วย 10 แผนงาน คือ 1.แผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคให้เกิดความยั่งยืน วงเงิน 20,119.3 ล้านบาท, 2.แผนงานส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าภาคการเกษตร วงเงิน 33,116 ล้านบาท, 3.แผนงานยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม วงเงิน 8,683.2 ล้านบาท

          4.แผนงานเพิ่มประสิทธิภาพภาคการตลาด, การค้า และการลงทุน วงเงิน 6,959.5 ล้านบาท, 5.แผนงานส่งเสริมธุรกิจและอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ วงเงิน 270 ล้านบาท, 6.แผนงานพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ โดยจะใช้ในส่วนของการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว วงเงิน 2,692 ล้านบาท, 7.แผนงานส่งเสริมและพัฒนากีฬาและนันทนาการ วงเงิน 7,653 ล้านบาท

          8.แผนงานพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน เน้นการศึกษาและพัฒนารถไฟรางคู่, รถไฟความเร็วสูง วงเงิน 89,340.4 ล้านบาท, 9.แผนงานพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน วงเงิน 1,594.5 ล้านบาท และ 10.แผนงานพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วงเงิน 2,693.8 ล้านบาท

          สำหรับ ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือ การศึกษา คุณธรรม และจริยธรรม คุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมกันในสังคม รวมวงเงินที่ใช้ 597,468.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25.1 ของเงินงบประมาณทั้งหมด ประกอบด้วย 7 แผนงาน คือ 1.แผนงานสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน วงเงิน 83,144.9 ล้านบาท, 2.แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา วงเงิน 336.362.4 ล้านบาท

          3.แผนงานพัฒนาและยกระดับมาตรฐานแรงงาน วงเงิน 26,108.5 ล้านบาท, 4.แผนงานพัฒนาด้านสาธารณสุข วงเงิน 113,314 ล้านบาท, 5.แผนงานอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนา ศิลปะ และวัฒนธรรม วงเงิน 9,048.9 ล้านบาท, 6.แผนงานเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม วงเงิน 22,545.6 ล้านบาท และ 7.แผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยทางถนน วงเงิน 6,944.4 ล้านบาท

          ด้าน ยุทธศาตร์ที่ 5 คือ ยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมวงเงินที่ใช้ 45,148.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 ของงบประมาณทั้งหมด ประกอบด้วย 5 แผนงาน คือ 1. แผนงานอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ วงเงิน 20,368.7 ล้านบาท, 2.แผนงานจัดการส่งสิ่งแวดล้อม วงเงิน 2,817.3 ล้านบาท, 3.แผนงานจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อจัดการและฟื้นฟูและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย วงเงิน 7,924.2 ล้านบาท, 4.แผนงานป้องกัน เตือนภัย แก้ไข และฟื้นฟูความเสียหายจากภัยพิบัติ วงเงิน 13,937 ล้านบาท และ 5.แผนงานแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ วงเงิน 101.7 ล้านบาท

          6.ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการวิจัย และนวัตกรรม รวมวงเงินงบประมาณที่ใช้ 18,037.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.7 ของงบประมาณทั้งหมด ประกอบด้วย 2 แผนงาน คือ 1.แผนงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติ วงเงิน 7,370 ล้านบาท และ 2.แผนงานส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย วงเงิน 10,677.7 ล้านบาท

          7.ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมวงเงินงบประมาณที่ใช้ 7,839.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.3 ของเงินงบประมาณทั้งหมด ประกอบด้วย 1 แผนงาน คือ แผนงานขับเคลื่อนนโยบายการต่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วงเงิน 7,893.4 ล้านบาท

          และ 8.ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รวมวงเงินงบประมาณที่ใช้ 313,293.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13.2 ของเงินงบประมาณทั้งหมด ประกอบด้วย 5 แผนงาน คือ 1.แผนงานพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน วงเงิน 44,234.3 ล้านบาท, 2.แผนงานส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วงเงิน 142,340.6 ล้านบาท, 3.แผนงานส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด วงเงิน 18,588.3 ล้านบาท

          4.แผนงานสนับสนุนการจัดการของรัฐสภา, ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งเสริมให้มีความเป็นอิสระ มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม วงเงิน 32,750.2 ล้านบาท และ 5.แผนการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม วงเงิน 75,380.5 ล้านบาท

          นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ตั้งบประมาณ รองรับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมาย สำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น การบริหารจัดการบุลากรภาครัฐ  การบริหารหนี้ภาครัฐ และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ทั้งสิ้น  560,917.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23.6 ของงบประมาณทั้งหมด โดยแบ่งเป็นการให้ให้ข้าราชการของรัฐ, รัฐวิสาหกิจ นำไปใช้ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 68,700 ล้านบาท  ให้ในการบริหารภาครัฐอาทิ รักษาพยาบาลบุคลากรของรัฐ การให้บำเหน็จบำนาญ การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ เงินสำรองและเงินสมทบตามกฎหมาย 216,201.1 ล้านบาท 

          ส่วนการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐจัดสรรไว้ 222,098.3ล้านบาท  และ รายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง  53,918 ล้านบาท

 

จัดงบกลางมหาศาล 4.2 แสนล้าน เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 แสนล้าน

          จากการตรวจสอบพบว่า งบประมาณ ประจำปี 2555 มีการจัดสรรในส่วนของ งบกลาง  420,601.1 ล้านบาท   และในจำนวนนี้เองกำหนดวงเงิน 1.2 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้เยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านสังคม, ด้านการท่องเที่ยว, ด้านธุรกิจ, ด้านอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค รวมถึงภาคเกษตรกรรม และมีการเตรียมงบประมาณสำหรับการปรับค่าครองชีพชั่วคราว ของข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และทหารกองประจำการ 12,800 ล้านบาท

          ทั้งนี้หากเปรียบเทียบงบกลางกับปี 2554 จะพบว่าเดิมได้ 265,763.0 เพิ่มขึ้นถึง 154,838.1 ล้านบาท  นอกจากนี้หากคิดเป็นสัดส่วนของงบประมาณ จะพบว่างบกลางในปีนี้มีสัดส่วน  17.7% ของงบประมาณ ทั้งหมด ขณะที่ปี 2554 เป็นสัดส่วน 12.2%

 

ศธ.ได้มากสุดตามคาด

          เมื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 แยกตามกระทรวง พบว่า 10 อันดับที่เสนอของบเข้ามาสูงสุด ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอของบประมาณเข้ามามากที่สุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 418,616.3 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ กระทรวงมหาดไทย เสนอของบ จำนวน 283,875.5 ล้านบาท, กระทรวงการคลัง เสนอของบ 190,981.4 ล้านบาท, กระทรวงกลาโหม เสนอของบ จำนวน 167,446.2 ล้านบาท, กระทรวงสาธารณสุข เสนอของบ จำนวน 93,056.8 ล้านบาท

          กระทรวงคมนาคม เสนอของบ จำนวน 83,130.0 ล้านบาท, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอของบ จำนวน 77,993.1ล้านบาท, กระทรวงแรงงาน เสนอของบจำนวน 27,265.0 ล้านบาท, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอของบประมาณ จำนวน 24,611.2 ล้านบาท, กระทรวงการยุติธรรม เสนอของบ จำนวน 18,208.8 ล้านบาท

 

งบแจกแท็บเล็ตใช้จ่าย 3,657  ล้านบาท

          สำหรับโครงการประชานิยมของรัฐบาลอย่าง แท็บเล็ตพีซีนั้น พบในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยกำหนดไว้ใน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในกาสอย การใช้แท็บเล็ตพีซีให้ท้องถิ่น จำนวน  170 ล้านบาท  ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอของบเพื่อดำเนินโครงการแท็บแเล็ท จำนวน 696 ล้านบาท ซึ่งถูกกำหนดไว้ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา สำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชน 428 ล้านบาท (งบผูกพัน 4 ปี 54-58 )

          สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีโครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา จำนวน 1,182 ล้านบาท ให้แก่โรงเรียนนำร่องระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ในหน่วยงานของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งเป็น จัดหาเครื่องแท็บเล็ต สำหรับโปรแกรมประยุกต์ 1,078 ล้านบาท, ตู้จัดเก็บคอมพิวเตอร์พกพา 86 ล้านบาท, วัสดุไฟฟ้าและวิทยุ 17 ล้านบาท  รวมทั้งระบบใช้เงินประมาณ 3,657 ล้านบาท 

          นอกจากนั้นแล้วเมื่อพิจารณาดูในรายละเอียดของการแจกแท๊บเล็ต จะพบว่าในมหาวิทยาลัยใดที่มีการเรียนการสอนระดับชั้น ป. 1 อาทิ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา (บางเขน และกำแพงแสน) และโครงการการศึกษาพหุภาษา (ศรีราชา), โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น